เปรียบดั่งเด็กที่ยังติดของเล่น


จิตปุถุชนธรรมดา 
เปรียบดั่งเด็กที่ยังติดของเล่น 
ตราบใดที่ยังไม่ได้ของที่ต้องการมาอยู่ในมือ 
จิตก็จะงอแงโอดครวญ 
ทำทุกอย่างเพื่อให้ของเล่นมาอยู่ในมือ 
ครั้นเมื่อได้มาแล้ว ของชิ้นนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
ไม่คงทน ไม่คงสภาพ..
เด็กก็ร้องหาของชิ้นอื่นมาทดแทนต่อไป
แต่หากได้ฝึกจิตจนจิตตื่น..
แม้มีของเด็กเล่นอยู่ตรงหน้า
ก็พ้นวัยเล่นแล้ว 
หมดความพัวพันลุ่มหลงแล้ว 
อิสระจากสิ่งที่จะทำให้จิตตกเป็นทาสได้แล้ว..

อิโตมิ จัง

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

คำว่า "ตามรู้จิต" หมายถึง


คำว่า "ตามรู้จิต" หมายถึงว่า ..
อะไรเกิดขึ้นแล้วก็ค่อยรู้เอา 
อย่าไปดักรอเอาไว้ก่อน
บางทีตีความผิด
ได้ยินคำว่า "ตามรู้จิต"
ก็ส่งจิตไหลไปโน่นไปนี่ ตามไปเรื่อยๆ
อย่างนั้นใช้ไม่ได้เลย
เพราะจิตต้องตั้งมั่น รู้ตัวอยู่ รู้อยู่ที่จิตนี่เอง 
จิตใจอยู่กับจิตนั่นแหละ...
จิตไม่ไหลตามสภาวะไปนะ
จิตต้องตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูให้ได้...

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by Siegella from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราไม่ได้ภาวนา เพื่อให้ได้ ให้มี ให้เป็น


เราไม่ได้ภาวนา
เพื่อให้ได้ ให้มี ให้เป็น 
ในสิ่งที่ยังไม่ได้ ยังไม่มี ยังไม่เป็น
แต่เราภาวนา
เพื่ออยู่กับสิ่งที่มี ที่เป็นอยู่
โดยไม่สำคัญมั่นหมาย ไม่ยึดถือว่า
สิ่งนั้นเป็นเรา เป็นของเรา 
เป็นตัวตน (เป็นอัตตา) ของเรา

อุบาสกสุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

Image by RosZie from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เจ้าก็จะเป็นอิสระ จากการเกิด


ถ้าเจ้านึกถึง พระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์ 
แล้วเกิดความเคารพเลื่อมใส 
เท่ากับว่า เจ้าได้นำตนเอง 
ไปสู่เทวโลก หรือ มนุษย์โลก
ถ้าเจ้า หยุดแสวงหาทุกสิ่ง 
ไม่ยึดมั่นถือมั่น ในรูปลักษณ์ใดๆ 
มุ่งตรงไปยังจิตของเจ้าเอง 
เจ้าก็จะเป็นอิสระ จากการเกิด 
ข้าฯ ไม่มีคำสอนอื่น 

ท่าน โพธิธรรม  (ปรมาจารย์ตั๊กม้อ)

จากกวีนิพนธ์ Bodhidharma: บันทึกแรกสุดของเซน
เจฟฟรีย์ แอล. บรอจตัน – 1999

Image by JLB1988 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

รู้...ไม่ใช้คิด รู้...ไม่ใช่กำหนดรู้


ฝึกตามรู้จิต สังเกตจิต 
จิต จะรู้สึกอย่างไร  ก็รู้...แค่นั้น...
ไม่ใช่ ดักรู้จิต 
ไม่ใช่เพ่ง  ไม่ใช่เผลอ ลืมตัว 
แต่ฝึก...
รู้สึกตัว อย่างง่ายๆ  สบายๆ  เอาไว้เสมอๆ 
ไม่ว่าจะทำอะไร
รู้...ไม่ใช้คิด 
รู้...ไม่ใช่กำหนดรู้  แต่...สักแต่ว่ารู้

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

Image by Couleur from pixabay

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้รู้จัก “ยอมรับ” และ “รู้เท่า” ความยินดียินร้าย


นักภาวนาโดยมากเลยจริงๆ
มักจะภาวนาเพื่อให้เกิด “สภาวะดี”
ปลอดโปร่ง เบาสบาย หรือรู้ชัด
แต่มักไม่สนใจจะเรียนรู้ความจริงว่า
ไม่มีสภาวะใดๆ ที่จะบังคับ
ให้ได้อย่างใจตลอด พอเกิดสภาวะ
ที่ไม่รู้เรื่อง หรือหยาบกระด้าง มึนๆ
ก็ถูกความไม่ชอบใจ เข้าครองใจ 
แล้วก็ผลักๆ ดันตลอด
ต้องเฉลียวใจว่าเราภาวนาเพื่อ
ให้ “เห็นตามเป็นจริง” ไม่ใช่เอาให้
ได้ดีตลอดกาล ให้รู้จัก “ยอมรับ”
และ “รู้เท่า” ความยินดียินร้ายจนจิตเป็นกลาง 
กลางพอที่จะเห็นตามจริงได้จริงๆ

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต 

Image by Couleur from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

เรายอมที่จะหายตัวไหม


โลกเขาอวดมี
มีนั้นมีนู้นนี้ ฉันเป็นนั่นเป็นนี่  อย่างงั้นอย่างงี้
ก็เลยอยากอวด และ ต้องมี  สมมุติก็เยอะตาม
แต่ธรรมนั้น ไม่มีอะไรจะอวด 
เพราะหมดตัว หายตัวไปแล้ว ก็หมดเรื่องคุย
คำว่า ไร้ตัวตน นั้นทุกคนมีอยู่แล้ว
แต่จริงๆ เรายอมที่จะหายตัวไหม

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by steve_a_johnson from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

แค่ "รู้ ทั น ค ว า ม คิ ด"


หลวงพ่อคำเขียนได้กล่าวไว้บ่อยๆ ว่า
ผู้มีสติ จะรู้จักทักท้วงความคิด
ไม่ทำตามความคิดง่ายๆ 
เอาชนะได้โดยการ ดูมัน รู้มัน เห็นมัน 
ไม่เป็นไปตามมัน
อันความคิด มันมักจะนำเอากิเลส 
นำเอาความทุกข์มาสู่จิตใจของเรา
แล้วเราก็มักจะทำตามความคิด ด้วยความเคยชิน
โดยไม่เห็นมัน เรียกว่า "ไ ม่ รู้ สึ ก ตั ว" 
ก็เพราะเรา "ข า ด ส ติ"
เพราะเราขาดสติ เราถึงไปเชื่อความคิด ไปเชื่ออารมณ์
.
การปฏิบัตินี้ เราไม่ได้ไปทำอะไรกับความคิด
เพียงแต่ให้ "รู้ ทั น ค ว า ม คิ ด" 
เรา "ไ ม่ ไ ด้ ไ ป "ดั บ" ค ว า ม คิ ด"
แต่ให้ "รู้ ทั น ค ว า ม คิ ด" 
แค่ "รู้ ทั น ค ว า ม คิ ด" 
ก็เท่ากับเราได้ "ฝื น ค ว า ม คิ ด ปรุ ง แ ต่ ง" 
เมื่อนั้นเราจะอยู่เหนืออำนาจของความคิด 
จิตของเราก็จะเป็นอิสระ
พออิสระจากความคิด อิสระจากอารมณ์แล้ว 
เราก็จะ "คิ ด อ ย่ า ง มี ส ติ"
การอยู่เหนือความคิด ไม่ใช่ไม่คิดนะ 
"คิ ด แ ต่ เ ป็ น ก า ร คิ ด ด้ ว ย ส ติ ด้ ว ย ปั ญ ญ า"
เพื่อจะแก้ปัญหาตัวเอง พัฒนาตัวเอง
แถมยังแบ่งปันผู้อื่นได้ด้วย

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by RuslanSikunov from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

คนที่ไม่ยอมรับความจริง...


คนที่ไม่ยอมรับความจริง น่าสงสารที่สุด 
ความคิดเห็นแต่ประโยชน์ตน 
คือยาพิษมีฤทธิ์ร้ายทำร้ายทำลายตนเอง 
พึ่งตนเองให้ได้ แล้วโลกทั้งโลกจะให้คุณพึ่ง
มีอะไรก็สู้ความว่างจากอุปาทานไม่ได้
ปุถุชนขวนขวายหาเส้นทาง
ที่จะไปแบกหาบสมบัติทั้งโลก
พระอริยะขวนขวายที่จะหาเส้นทาง
ปลดปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น
จากสิ่งทั้งปวงในโลก

พระอาจารย์ชุมพล พลปัญโญ

Image by MabelAmber from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

ความคิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายเลวทราม


ที่จริงความคิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายเลวทรามอะไร 
แต่ความคิดเป็นพาหะนำความโกรธ 
ความโลภ และความหลงมา 
ถ้าสามารถรู้ตัวได้ แล้วใช้ความคิดได้อย่างอิสระ 
ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็แยกทางไป 
ก็ดับไป ตามกาลเวลาอันสมควร 
.
เพราะโดยพื้นใจของเรานั้นไม่มีอยู่แล้ว
สิ่งแปดเปื้อนมลทินเหล่านั้น
ไม่มีอยู่จริงแท้และถาวร มันมีต่อเมื่อเราเผลอ 
พอเผลอก็คิดโลภ คิดโกรธขึ้นมา 
แต่ถ้าเรารู้ตัว ไม่มีความคิดโลภ 
คิดโกรธ คิดแล้วไม่รู้ตัว (หลง) เราก็มีปกติดี
.
แท้จริงจิตใจเป็นสิ่งบริสุทธิ์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว 
คนทุกชาติทุกภาษามีจิตใจเหมือนกัน 
แต่พอความคิดก็เกิดต่างกัน 
พอความโลภ ความโกรธ ข้อจำกัดเกิดขึ้น 
ยึดมั่นในชาติพันธุ์ของตัว ในผิวพรรณวรรณะ 
ในเพศ ในวัยของตัวเอง 
.
ดังนั้น
ถ้าเราทันท่วงทีขณะที่ความคิดเกิด 
ปัญหาที่แก้ยากที่สุด จุดที่สะสางยุ่งยากที่สุด 
ทั้งปัญหาส่วนปัจเจกและสังคมโลกก็จะถูกแก้ไข

ท่านเขมานันทะ

จากหนังสือดวงตาแห่งชีวิต

Image by MabelAmber from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา