กลับสู่สภาวะก่อนเกิดความคิด


ปรมาจารย์เซน ผู้ยิ่งใหญ่ กล่าวว่า
การบรรลุ ธรรมชาติที่แท้จริงนั้น
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ความเข้าใจ
ความเข้าใจ เป็นเพียงภาพลวงตา
หากเธอ อยู่บนทางแห่งพุทธะ
เธอต้องตัดการยึดติด กับความคิด
และกลับสู่ สภาวะก่อนเกิดความคิด
บางครั้งเรียก สภาวะนี้ว่า "ความไม่คิด"

การบรรลุนั้น ง่ายมาก และอยู่ไม่ไกล
เพียงถามตัวเองอย่างลึกซึ้งว่า
"ใคร คือข้าฯ"   หรือ   "ข้าฯ คือใคร"
ที่ปรากฏเป็นเพียง    "........." (ความเงียบ)
นี่ ... เป็นธรรมชาติที่แท้จริง ...อยู่แล้ว
“ก่อนเกิด      ใคร คือข้าฯ
เกิดแล้วมา    ข้าฯ คือใคร"

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ (พระโพธิธรรม)

โดย ชีวา นาวิน จากเพจ เซน 

Image by zhugher from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จงใช้ชีวิตให้กลมกลืนสมดุล


กิเลสคือโพธิ  แต่โพธิก็เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีกิเลส
แม้ "ความว่าง" และ "ความมี" แตกต่างกัน
แต่มันก็ต้องอาศัยกันและกันอย่างแยกไม่ออก
.
หากปราศจากความว่าง ความมีก็เกิดไม่ได้
และความมีจะดำรงอยู่ไม่ได้  หากปราศจากความว่าง
แก้วน้ำใบนี้ บรรจุน้ำได้เพราะมันว่าง รถวิ่งได้เพราะถนนว่าง
โบสถ์วิหาร บ้านเรือน อาศัยได้เพราะข้างในว่างเปล่า
นก ผีเสื้อ เครื่องบิน โบยบินอย่างเสรีได้ 
เพราะอากาศมีความว่าง
.
ความว่างจึงมีคุณต่อ "ความมี" อย่างสูง
และความมีก็ขับเน้นให้ความว่าง มีคุณค่าโดดเด่นอย่างอัศจรรย์
.
โลกใบนี้ เกิดเพราะเหตุปัจจัยแห่งการอิงอาศัย 
จงใช้ชีวิตให้กลมกลืนสมดุล
อย่าแสวงหาความมี จนนอนอัดควันพิษ แห่งความอยากจนเป็นทุกข์
และอย่าแสวงหาความว่าง จนทิ้งหน้าที่ ความรับผิดชอบของตน
ในฐานะสมมุติแห่งความเป็นมนุษย์
.
หลับตาหรือลืมตา ยืน นั่ง หรือนอน
ชายหรือหญิง หนุ่ม สาว คนแก่ ฆราวาสหรือนักบวช
การดิ้นรนหนีโลก เพื่อพ้นทุกข์  มิใช่สิ่งจำเป็นเลย
. 
หากเธอมีปัญญาเสียแล้ว
เธอจะเห็นว่านิพพานอยู่ในสังสารวัฏ
เธอไม่จำเป็นต้องปฏิเสธอะไร และกอดรัดอะไร
เธอไม่จำเป็นต้องหนี หรือ สู้ พ้นจากอะไร 
.
นิพพานบนดินได้ บนความมีได้ บนความว่างได้ 
ในชีวิตปัจจุบัน ที่นี่ เดี๋ยวนี้
และธรรมะแท้ คือ ธรรมปัจจุบัน
ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้นี่แหละ 
แต่ไม่หลงปัจจุบัน
.
แค่ทำหน้าที่ตามเหตุตามปัจจัย ให้สมดุลพอเพียงกับตน 
และมีปัญญามองเห็นเข้าใจธรรมชาติ
ของการตั้งอยู่ เปลี่ยนแปลง และดับไปของทุกสรรพสิ่ง
เธอก็จะเป็นผู้ที่มีปัญญา ใช้ชีวิตชิวๆ 
แต่สงบเย็น โปร่งโล่ง เป็นประโยชน์ 
.
ความสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม สามารถเกิดขึ้นได้ ควบคู่กัน 
โดยเธอไม่ต้อง "เอา" อะไรหรือ "ทิ้ง"
หรือ คอยกำจัดอะไร หรือ วางอะไร
ทุกสิ่งล้วนเป็นอัตโนมัติ ทำหน้าที่เองทุกส่วน
เมื่อเห็นทุกสิ่งอัตโนมัติ ( ai ) จากปัญญาเรา ไม่ใช่ความจำที่เป็นทิฐินะ
ไม่เคยเกิด ไม่เคยตายจริงๆ  ก็แค่ผ่านมาทักทาย "ชั่วคราว"    

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Lwcy from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

พระพุทธองค์ทรงมองใน


พระพุทธองค์ทรงมองใน
.
ผู้คนเป็นอันมาก แสวงหาความจริง
จากสิ่งภายนอก จากการเรียนรู้คำสอน 
จดจำตำราคัมภีร์ได้มากมาย 
ซึ่งยิ่งทำยิ่งไม่ใช่ และยิ่งห่างไกลจากความจริง
พระพุทธองค์ทรงมองใน มองเข้าไปในใจ  
จึงหยุดแสวงหาจากทุกสิ่งภายนอก  
เห็นแจ้งในธรรมชาติของจิตเดิมแท้ 
ซึ่งมีอยู่อย่างบริบูรณ์และเท่าเทียม
ในใจแล้วทุกคน

รศ.นพ.ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การยกระดับใจ ให้มั่งมีนั้นทำได้ทุกคน


ความคิดอย่างหนึ่งที่สมควรฝึกให้เกิดขึ้นเป็นประจำ 
คือความคิดว่าพอ..คิดให้รู้จักพอ 
ผู้รู้จักพอจะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ 
ส่วนผู้ไม่รู้จักพอจะเป็นผู้ร้อนเร่า
แสวงหาไม่หยุดยั้ง 
ความไม่รู้จักพอมีอยู่ได้แม้ใน
ผู้เป็นใหญ่เป็นโต มั่งมีมหาศาล 
และความรู้จักพอก็มีได้แม้ในผู้ยากจน ต่ำต้อย 
ทั้งนี้ก็เพราะความพอ เป็นเรื่องของใจ
ที่ไม่เกี่ยวกับฐานะภายนอก 
คนรวยที่ไม่รู้จักพอก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา 
คนจนที่รู้จักพอก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา
.
การยกฐานะจากยากจนให้มั่งมีนั้นทำได้ไม่ง่าย 
บางคนตลอดชาตินี้อาจทำไม่สำเร็จ 
แต่การยกระดับใจ ให้มั่งมีนั้นทำได้ทุกคน
แม้มีความมุ่งมั่นจะทำจริง 
คนรู้จักพอไม่ใช่คนเกียจคร้าน 
และคนเกียจคร้าน ก็ไม่ใช่คนรู้จักพอ 
ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ถูกต้อง 
แล้วอบรมตนเองให้ไม่เป็นคนเกียจคร้าน
แต่ให้เป็นคนรู้จักพอ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เป้าหมายหลักของพระพุทธศาสนา


เป้าหมายหลักของพระพุทธศาสนานี้
มีไว้เพื่อสอนวิธีการดับทุกข์ทางใจเท่านั้น 
ไม่ได้สอนให้ไปร่ำรวย 
ให้ไปเจริญทางลาภยศสรรเสริญ 
ทางความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายแต่อย่างใด 
เพราะความเป็นจริงแล้ว 
ลาภยศสรรเสริญและความสุข
ทางตาหูจมูกลิ้นกายนี้นี่แหละ
เป็นตัวที่สร้างความทุกข์ให้กับใจ 
ใจที่ไม่ฉลาดถ้าได้ไปสัมผัสกับลาภยศสรรเสริญสุขแล้ว 
ก็จะเกิดความอยาก เกิดอุปาทานความยึดมั่นถือมั่น 
อยากจะให้เจริญในลาภยศสรรเสริญสุข
ไปตลอดเวลา โดยที่ไม่เห็นสภาพความเป็นจริง
ของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ว่าอยู่ภายใต้กฎของไตรลักษณ์ 
ก็คือเป็นของที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน 
มีการเจริญได้ ก็มีการเสื่อมได้เป็นธรรมดา.. 
แล้วก็เป็นอนัตตา คือไม่เป็นสิ่งที่จะควบคุมบังคับ
ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใดได้ 
ถ้าผู้ใดมีความอยากให้สิ่งเหล่านี้
เป็นสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน 
เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมบังคับ 
ก็จะเกิดความทุกข์ทรมานใจขึ้นมา 
นี่แหละเหตุของความทุกข์…

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Image by Darkmoon_Artfrom pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มองถูก ทุกข์คลาย


มองถูก ทุกข์คลาย
............

• มองอะไร ให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน ถ้าค้นหา
มีสิ่งสอน เสมอกัน มีปัญญา
จะพบว่า ล้วนมีพิษ อนิจจัง

• จะมองทุกข์หรือมองสุขมองให้ดี
ว่าจะเป็น อย่างที่เรานึกหวัง
หรือเป็นไป ตามปัจจัย ให้ระวัง
อย่าคลุ้มคลั่ง จะมองเห็น เป็นธรรมดา

• มองโดยนัย ให้มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน นอนเป็นบ้า
มองไม่เป็น จะโทษใคร ที่ไหนมา
มองถูกท่า ทุกข์ก็คลาย สลายเอง ฯ 

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by NoName_13 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การเห็นธรรมชาติเดิมของจิตใจ นั้นสูงสุด


ฉันบรรลุความรู้ทั้งหมดของฉัน
โดยการสังเกต จิตใจภายใน
ดังนั้น ความคิดทั้งหมดของฉัน
จึงกลายเป็น คำสอนของธรรมะ
การเห็นธรรมชาติเดิมของจิตใจ นั้นสูงสุด
ผู้ที่รู้แจ้ง ธรรมชาติแห่งจิตของตน
ย่อมรู้ที่จิต เป็นปัญญาที่รู้แจ้ง
และไม่หลงไปค้นหา จากที่อื่นอีกต่อไป
ดังนั้น พิจารณาจิตใจของตนเอง
นี่คือ คำสอนอันสูงสุดที่พึงปฏิบัติได้
จิตนี้เองคือ ตถาคตครรภ์
ธรรมชาติของพระพุทธเจ้า

ท่านมิลาเรปะ

Image by ycchen from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ต่อให้ตัดสินคนทั้งโลก


วันๆ หนึ่ง มัวแต่เป็นไม้บรรทัด 
คนนั้นดี คนนั้นชั่ว คนนั้นถูก คนนี้ผิด
คนนั้นอรหันต์ คนนั้น คนนี้…
ต่อให้ตัดสินคนทั้งโลก
ก็ยังไม่มีประโยชน์เท่าการเห็น
ว่าเธอไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก
สักนิดเดียว

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by sweetlouise from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เมื่อเข้าถึงกระแสธรรม..


ยิ่งเข้าถึงกระแสธรรม 
การทำความดีจะบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นๆๆ อย่างไร้ที่เปรียบ..
...
ยิ่งเข้าถึงกระแสธรรม จะเลิกแสวงหา 
แต่จะลงมือกระทำสิ่งนั้นแทน..
...
เมื่อเข้าถึงกระแสธรรม..
ไม่ว่าตนจะทำความดีมากเท่าไหร่..
ก็ยกผลงานนั้นให้เป็นของธรรมชาติทั้งสิ้น 
ไม่กักเก็บสิ่งใดไว้ ปล่อยผ่านได้เสมอ..
คงไว้แค่เพียงจิตบริสุทธิ์ที่คงเดิม
และเท่าเดิมเท่านั้น

อิโตมิ จัง

Image by Baypicz from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่ประเสริฐเท่า...รู้ใจตนเอง


ใครจะรู้วิเศษเท่าไร ไม่ประเสริฐเท่า...รู้ใจตนเอง
ความมีอิทธิฤทธิ์ หรืออะไรต่างๆ อย่าไปสนใจ
ขอให้มีอันรู้จิตของเรานี่
ใครปฏิบัติสมาธิ ไม่ได้ญาณ ไม่ได้ฌานขั้นใด
แต่ว่า...มีสติรู้จิต อยู่...ตลอดเวลา 
มีศีลบริสุทธิ์    ใช้การได้

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

Image by PublicDomainPictures from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา