การภาวนาเป็นเรื่องง่าย



เพียงแค่รู้ไม่ไล่ตาม
.
ข้าพเจ้าจะขอเผยความลับชิ้นโตแก่คุณ 
สิ่งใดก็ตามที่คุณรับรู้
ตอนที่คุณวางความใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต
ไม่ว่าขณะใดก็ตาม นั่นคือการภาวนา 
การพักวางจิตเฉยๆ แบบนี้ คือประสบการณ์ของจิตธรรมชาติ 
ความแตกต่างเพียงประการเดียวระหว่าง
การภาวนากับกระบวนความคิด ความรู้สึก 
และผัสสะที่เกิดขึ้นทุกวันตามปกติ 
คือเกิดการระลึกรู้ขึ้นในขณะที่คุณปล่อยจิต
ให้วางอยู่อย่างที่มันเป็น 
โดยไม่วิ่งไล่ตามความคิดหรือวอกแวกไป
กับความรู้สึกหรือผัสสะ
ข้าพเจ้าใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรู้ได้ว่า จริงๆ แล้ว
การภาวนานั้นง่ายเพียงใด 
ด้วยเหตุที่มันดูเป็นของธรรมดาเหลือเกิน 
อยู่ใกล้กับความเคยชินของการรับรู้ประจำวัน
เสียจนเราไม่คิดที่จะหยุดเพื่อทำความรู้จักมัน... 

จากหนังสือ “ชีวิตที่เบิกบาน”
ไขรหัสสู่ศาสตร์แห่งความสุข
ท่านมิงจูร์  รินโปเช ร่วมกับอีริค สแวนสัน เขียน
พินทุสร ติวุตานนท์ แปล

Image by RJ001rock from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ความจริง คือว่า ไม่ได้เอาอะไร


การเจริญภาวนา ปฏิบัติบูชาในทางพุทธศาสนานี้
ความจริง คือว่า ไม่ได้เอาอะไร 
เป็นผู้เสียสละ ละปล่อยออกไปให้หมดสิ้น
จนไม่ให้จิตใจไปยึดเอา ถือเอา 
เรื่องราวอะไรเข้ามาภายในจิตใจนี้
ดวงจิต ดวงใจจึงจะผ่องใสสะอาด ปราศจากมลทินโทษ
แต่ถ้าจิตใจอันนี้ออกไปคิดนึกเอาอะไรต่อมิอะไร
เข้ามายุ่งเหยิงอยู่ภายในจิต ไม่เสียสละออกไป
ความทุกข์ความเดือดร้อนก็ย่อมบังเกิดมีขึ้น
ในจิตใจที่มีความยึดมั่นถือมั่นนั้น

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

Image by mariya_m from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อย่างไรจึงเรียกว่า “รู้สึกตัว”


ถาม : อย่างไรจึงเรียกว่า “รู้สึกตัว” คะ ?
พระอาจารย์ : ลองมองต้นไม้นั่นซิเห็นมั้ย .. 

เวลามอง  “เห็นแต่ต้นไม้” หรือ 
“เห็นต้นไม้แล้วรู้สึกถึงความมีอยู่ของกายด้วย” 

ถ้าเห็นแล้วรู้สึกถึงความมีอยู่ของกายด้วยในขณะนั้น นั่นเรียกว่า “รู้สึกตัว” 
ณ ขณะนั้นจิตก็หลุดออกมาจากโลกของความคิดด้วย 

ไม่ว่าใจจะไหลไปทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (ความคิด) ก็ยังคงไม่ลืมกาย 
ไม่จมไปกับอารมณ์ใดๆ ให้ฝึกมีจิตรู้ที่ตั้งมั่นโดยมีกายเป็นฐาน 

ยกตัวอย่างเปรียบความคิดเป็นสายลมที่พัดผ่านมาผ่านไป 
จิตที่ตั้งมั่นโดยมีกายเป็นฐานก็เพียงแค่รู้ เท่านั้น 
ไม่ข้องแวะหรือยึดเอาอารมณ์ใดๆไว้ 

ส่วนใหญ่เราจะให้เคาะนิ้ว พุทโธ โดยพุทโธ ก็เป็นตัวแทนความคิด 
ที่ให้พุทโธ เพราะพุทโธเป็นคำกลางๆ ไม่มีความยินดียินร้าย 
หลักก็คือ รู้กายไม่ถลำไปในกาย รู้พุทโธไม่ถลำไปในพุทโธ 

คำสอนพระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
Cr.Pum Methavee

Image by mariya_m from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เพราะไม่มีจุดหมาย


เพราะไม่มีจุดหมาย
ฉันจึงไม่เคยหลงทาง
ท่านอิ๊กคิว
Having no destination
I am never lost
Ikkyu
(1394-1481)
ศิลปะการมีจุดหมาย
โดยไม่ตั้งเป้าหมาย
เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรม

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

 

การรักษาศีล คือการรักษาจิตให้เป็นหนึ่งเดียว


การรักษาศีลไม่ใช่เที่ยวท่องจำตามตำราข้อนั้นข้อนี้
การรักษาศีล คือการรักษาจิตให้เป็นหนึ่งเดียว
ศีลทุกๆ ข้อรวมที่จิตดวงเดียว
เมื่อเราสำรวมจิตดีแล้ว ศีลก็สมบูรณ์
สมาธิก็จะตามมา และวิปัสสนาตัวปัญญา
ก็จะตามมาเป็นลำดับ โดยไม่ต้องไปบังคับ

หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร

Image by kalyanayahaluwo from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

พุทธะจะปรากฏโดยไม่ต้องแสวงหา


เมื่อยังใช้ตัวตนแสวงหาพุทธะ 
ไม่ว่าจะนานอีกกี่ชาติก็ไม่เจอ
ต่อเมื่อปล่อยวางความยึดถือตัวตนได้นั่นแหละ
พุทธะจะปรากฏโดยไม่ต้องแสวงหา
ฉะนั้น อย่าใช้ตัวตนแสวงหาพุทธะ
อย่าใช้ตัวตนทำพุทธะให้เกิด
อย่าใช้ตัวตนเพื่อจะบรรลุถึงพุทธะ
แต่ให้ทำความรู้จักตัวตนจนเข้าใจ
และเจริญมรรคจนละความเห็นผิดว่ามีตัวตน
ไปจนถึงปล่อยวางความยึดถือตัวตนลงได้

อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

Image by kalyanayahaluwo from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การรู้จักให้อภัย ถือเป็นการเอาภัยออกจากตัว


การรู้จักให้อภัย ถือเป็นการเอาภัยออกจากตัว 
อาตมาอยากให้ลองสังเกตใจเราดู 
ขณะที่ "ให้อภัย" คนอื่น เราจะรู้สึกเบาสบายขึ้นทันที 
ให้หมั่นฝึก "ให้อภัย" คนบ่อยๆ จนเป็นนิสัย 
เมื่อจิตเสพคุ้นกับสภาวะที่เบาสบายอยู่เสมอ 
เราก็จะรับรู้ผลแห่งการ "ให้อภัย" ในที่สุด
พระพุทธเจ้าทรงกล่าวเรื่องเกี่ยวกับอภัยทานไว้ว่า 
เป็นการให้ทานที่ไม่ต้องลงทุนด้วยวัตถุ
และเป็น ทานสูงสุด 
ใครมี อภัยทาน ประจำใจ ผู้นั้นก็เข้าถึงปรมัตถบารมี
ซึ่งเป็นบารมีสูงสุดที่จะทำให้เข้าถึงพระนิพพานแล้ว

พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ  

Image by GoranH from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

สุขในพระนิพพานเป็นสุขที่ไม่ยึดถือ


สุขในพระนิพพานเป็นสุขที่ไม่ยึดถือ 
สุขไม่เอาอะไรเข้ามา และไม่มีอะไรออกไป
แผดเผากิเลสราคะ กิเลสโทสะ 
กิเลสโมหะ ทั่วภายนอกภายในให้หมดสิ้นไป
นี่แหละถึงเรียกได้ว่า ความสุขแล้วก็สุขจริง
สุขตลอดกาล อนันตสุข สุขตลอดเรื่อง 
ไม่กลับกลอกหลอกลวง
ส่วนสุขในโลก แม้จะสุขขนาดไหน 
ก็ยังเป็นความสุขอันหลอกลวงอยู่นั่นเอง

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

Image by Noel_Bauza from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ต้องการเพียงเข้าใจธรรมชาติในตนเอง


คนที่ปฏิบัติธรรม
เขาไม่ต้องการใครมาเข้าใจเขา
เขาต้องการเพียงเข้าใจธรรมชาติในตนเองเท่านั้น
เมื่อใดที่เขาเข้าใจตนเอง
เขาจะเห็นถูกผิดในใจตนเอง
จึงเข้าใจผู้อื่นได้ง่าย
จิตจะทรงอุเบกขาธรรมเป็นวิหาร
และจิตจะง่ายต่อการเกิดเมตตาอัปปมัญญา
เป็นเมตตาที่ไม่มีเงื่อนไขและไร้ขอบเขต

การเดินทาง แหงจิตวิญญาณ

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวล


ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุไม่จงใจ 
ไม่ดำริ และไม่ครุ่นคิดถึงสิ่งใด 
สิ่งนั้นย่อมไม่เป็นอารัมณปัจจัย
เพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ 
เมื่อไม่มีอารัมณปัจจัย 
ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงไม่มี 
เมื่อวิญญาณนั้นไม่ตั้งมั่นแล้ว ไม่เจริญขึ้นแล้ว 
ตัณหาจึงไม่มี เมื่อไม่มีตัณหา คติในการเวียนมาจึงไม่มี 
เมื่อไม่มีคติในการเวียนมา จุติและอุปบัติจึงไม่มี 
เมื่อไม่มีจุติและอุปบัติ ชาติ ชราและมรณะ 
โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสต่อไปจึงดับ 
ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ 
ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้

เจตนาสูตรที่ ๓ / ๑๕๐

ความคิดดับทุกข์ย่อมดับ

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา