หลบอยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้า หลบพ้น


กรรมใครกรรมมันนะ อย่าลืม 
ใครเขาอยากจะตีให้เขาตีไป 
เราหลบได้เราหลบ หลบอยู่ในธรรม
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่มีตัวมีตน 
หลบพ้นนะลูก 
.
ถ้าหลบไม่พ้นก็ให้รับอย่างพระโมคคัลลานะ 
รับอย่างคนฉลาด อย่ารับอย่างโง่ ๆ 
รับแล้วไปนิพพาน คือ 
รับด้วยจิตผ่องใสบริสุทธิ์ 
ไม่ใช่รับด้วยความขัดข้องหมองใจ 
.
จิตไม่บริสุทธิ์ การไปของจิตก็บริสุทธิ์ไม่ได้ 
อย่ารับอย่างคนโง่ 
เพราะมีอบายภูมิ ๔ เป็นที่ไป

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Image by flutie8211 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

นี่คือมงกุฎธรรม


อาจารย์กำพลถามหลวงพ่อคำเขียน
ว่า เทคนิคในการดู เราควรทำอย่างไร
หลวงพ่อตอบว่า ทำตัวดูให้เด่น 
ให้เห็นกายเห็นจิต แล้วหัวเราะเยาะมันได้
ตัวดูเด่น นั่นแหละ มันจะเป็นวิมุตติ
การทำตัวดูให้มันเด่นนี่ 
มันคิดไม่ได้หรอก ต้องเจริญสติให้มาก 
จิตที่เป็นผู้ดู มันก็จะเด่นขึ้นเอง
“การเป็นผู้ดู” อย่าเข้าไปเป็น 
ท่านบอกว่า นี่แหละสำคัญมาก
ท่านว่าเป็นเพชรแห่งธรรม 
สุดท้ายแล้วถึงขั้นที่ว่า “การไม่เป็นอะไร กับอะไร” 
นี่คือมงกุฎธรรม
ท่านบอกว่า “ เอาไปบอกเขาด้วยนะอาจารย์กำพล 
ช่วยเอาไปบอกต่อๆ กัน”

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by Lancier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

ให้อภัย...


ให้อภัยเพราะจริงๆ ก็รักมาก
แค่เขาไปทำในสิ่งที่ตนไม่ชอบ  
=  ยังเป็นโมหะและจะยังโกรธอีกบ่อยๆ  
.
ให้อภัยเพราะเข้าใจว่าเป็นบุญ 
เป็นการเจริญเมตตา 
= ได้ความเป็นเทวดา เป็นพรหม  
แต่ยังเสื่อมได้ และยังเป็นปุถุชน 
ที่ต้องเทียวเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
.
ให้อภัยเพราะทราบว่าความยึดมั่น
ในอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้นเป็นแดนเกิด  
จึงทิ้งความยึดมั่นนั้น เป็นอภัยทาน 
=  พัฒนาเข้าสู่ระบบอริยวิถี 
คือต่ำสุดได้ความเป็นพรหมที่เข้าใจอริยธรรม  
จะไม่เสื่อมถอยอีก  
จะดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นตามลำดับ

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by felix_merler from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จับหลักธรรมะให้ได้


จับหลักธรรมะให้ได้
เรื่องไม่มีอะไร นอกจาก ระวัง! 
เรื่องที่จะเข้ามาใน “จิต” 
ทางตา ทางหู ทางจมูก 
ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ อะไรก็ตาม 
และ อย่าให้เรื่องนั้นมันเข้าไป “ปรุงแต่ง” 
ใน “จิต” เป็น “ตัวกู ของกู” 
เท่านั้นเอง มีเท่านั้นเอง 
สูตรไหน ก็สูตรนั้น มีความมุ่งหมายอย่างนี้
“ตัวกู” เป็นของหนัก 
ยิ่งกว่าโลกทั้งโลก

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by Arcaion from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เป็นการปฏิบัติโดยที่ไม่ต้องปฏิบัติ


การมีสติอยู่กับปัจจุบัน
มีสติรู้กายในกาย
เป็นดั่งเครื่องป้องกันทุกข์
และกำจัดทุกข์ที่กำลังเกิดเป็นปัจจุบันทันด่วน
ความรู้สึกในกาย 32 ช่วยให้ชีวิตเกิดความสำรวม
มีศีลในตัวอัตโนมัติแม้ไม่ถือศีลก็ตาม
เป็นการปฏิบัติโดยที่ไม่ต้องปฏิบัติ
แต่ไม่ห่างไปจากการปฏิบัติ
อิโตมิ จัง
Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การรู้เฉยๆ สำคัญมาก


พระพุทธเจ้าทรงบอกวิถีทาง
สู่ความไม่ทุกข์ด้วยการเจริญสติ..
ท่านให้เคล็ดลับในการเจริญสติมาด้วย
คือให้รู้เฉยๆ ในสิ่งที่กำลังแสดงตัว
ไม่ต้องไปทำอะไร
การรู้เฉยๆ สำคัญมาก…
เวลามีความคิดหรืออารมณ์ ถ้าเรารู้เฉยๆ
มันก็เป็นเพียงอาการของจิต ที่วูบไหวขึ้นมาแล้วก็ดับไป
ความคิดและอารมณ์นั้นจะไม่เป็นทั้งสิ่งดีหรือไม่ดี
แต่ถ้าเราไม่ยอมรู้เฉยๆ
ความคิดนั้นจะกลายเป็นที่ตั้งแห่งความชอบหรือไม่ชอบ
เราจะเข้าไปในเรื่องที่คิด
แล้วก็จะเป็นทุกข์เป็นสุขกับมันทันที

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by Pexels from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

หลงไปก็ไม่ถูก เพ่งไว้ก็ไม่ใช่


นักภาวนาต้องเข้มแข็ง
เข้มแข็งไม่ใช่ว่าโลภมาก
ไม่ใช่เพ่งจ้องตัวเองตลอดเวลา
แบบสายตาไม่กะพริบ
อย่างนี้ไม่ถูก
อย่างนี้คือเราถูกกิเลสหลอกแล้ว
มีความโลภอยากจะเจริญมากไป
หลงไปก็ไม่ถูก เพ่งไว้ก็ไม่ใช่
แค่รู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ ธรรมดา
จนถึงจุดหนึ่งจะค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นเอง
ว่าร่างกายจิตใจนี้ สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้

อ.ประสาน พุทธกุลสมศิริ


Image by stanbalik from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






 

ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร


การปฏิบัติธรรมด้วย "ความรู้สึกตัว" 
ในชีวิตประจำวัน
....ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร 
....และไม่เป็นอะไรกับอะไร นี่แหละจึงจะได้
คำว่า "ไม่เป็นไร" นี่ยิ่งใหญ่นะ 
มันทำให้ "ใจตื่น"
คนปฏิบัติธรรมต้องหน้าตาผ่องใส 
ไม่ใช่คร่ำเคร่ง เก็บกด
เราปฏิบัติเพื่อ "เห็น" ธรรม 
ไม่ใช่ไป "เอา" ธรรม
ดังนั้น ให้ปฏฺิบัติแบบผ่อนคลาย 
สบายๆ ทำเล่นๆ แต่ต่อเนื่อง
โดยไม่คาดหวังอะไร
การ "รู้แบบปัจจุบัน" นั่นแหละ คือ "สติ"

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

เพจ ชมรมเพื่อนคุณธรรม

Image by stanbalik from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






 

การไม่ยึดมั่นถือมั่น..เป็นความพ้นทุกข์ปัจจุบันสดๆ


...เราสามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกตามจริงได้ 
แต่การไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นความรู้สึกเรา เขานั้น 
เป็นเส้นทางธรรมชาติ..เป็นความพ้นทุกข์ปัจจุบันสดๆ ในตัว

พระอรหันต์ ท่านไม่มีอารมณ์ ไม่มีความรู้สึก
คำว่าไม่มีของพระอรหันต์ 
หมายถึง มีแต่ไม่ยึด มันก็หมดความรู้สึก
อารมณ์นั้นในตัวอัตโนมัติ..

ความรู้สึกที่เกิดจากการกระทบทางกายภายนอก  
เป็นสิ่งที่เชื่อไม่ได้ว่าเป็นเราเป็นเขา 
เกิดความรู้สึกได้แต่ยึดมั่นไม่ได้ 
เพราะหากเกิดมีตัวตนในอารมณ์ความรู้สึก
จากการกระทบสัมผัสทางโลกเมื่อไหร่ 
ความทุกข์ก็จะมาออกลูกหลานเหลนไม่จบสิ้นในชีวิตเรา ..

พระพุทธเจ้า ท่านตรัสรู้ 
ในสิ่งที่มิใช่ตัวตน มิใช่ของๆ ตน 
การไม่ยึดมั่นคือเกิดเท่ากับไม่เกิด..
ไม่เกิดเท่ากับหลุดพ้น / อิสรภาพในปัจจุบันอย่างสืบเนื่อง
เพียงเท่านี้เอง..

อิโตมิ จัง

Image by majacvetojevic from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

มุทิตาจิตคืออัตตจาคะ


มุทิตาจิต ความพลอยยินดี
ในความสุขความเจริญของผู้อื่น
เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
หากใครมีมุทิตาจิตเช่นนี้
แสดงว่าเขามีอัตตจาคะ
สละความยึดถือผิดๆ ในตัวตนได้
จิตที่มีอนุโมทนาอยู่ในใจเสมอๆ
เป็นเครื่องหมายของคนน่ารักน่าคบหา
จริงๆ แล้ว โลกนี้ไม่มีใครน่าอิจฉาเลย
ทุกคนต้องเผชิญทุกข์ ที่เราอาจไม่ทราบ
จึงควรเห็นใจและชื่นชมในความดีของกันและกัน

อาจารย์วศิน อินทสระ

Image by majacvetojevic from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา