จึงจะหมดภาระ


ธรรม ๓ ประการ คือ...
ปีติ ๑.  
ความสละ ๑. 
ความรู้เท่า ๑.
มีคุณค่า ต่าง ๆกัน
ปีติ
มีดี ที่เป็นเครื่องอยู่แลสงบนิวรณ์
เป็นวิหารธรรม  เครื่องอยู่ในปัจจุบัน
ความสละ
เพราะเห็นโทษภัย  ในสิ่งนั้นๆ จึงสละได้
ตามกำลังแลภูมิ  ของตน...
ความรู้เท่า
ในขันธ์  อายตนะ  ธาตุ  เป็นต้น
เพราะมาพิจารณาเห็น ในสิ่งนั้นๆ 
ตามเป็นจริง..แล้ว...ปล่อยวาง...จึงจะหมดภาระ

หลวงปู่เทสก์  เทสรังสี

Image by ELG21 from pixabay

จากเพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้ได้อะไรเป็นผลตอบแทน


คำสอนของพระองค์มิได้สอน
ให้ได้อะไรเป็นผลตอบแทน 
แต่พระองค์มีความหลุดพ้นของจิต 
ของปัญญา จากทุกข์ ที่ไม่กำเริบ 
เป็นผลตอบแทน 
แม้ขนาดญาณทัศนะอันวิสุทธิ 
พระองค์ยังไม่อยากให้ใครต้องการ

สมสุโขภิกขุ

Image by Father150 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ก็เท่านั้นเอง!!


สุดท้ายแล้ว
หากเรายังไม่รู้จักปล่อยวางความคิด
ของตัวเองลง
ต่อให้เราจะหนีไปอยู่วัดแล้วก็ตาม
สิ่งเดียวที่ได้ทำจริงๆ
ก็แค่ย้ายตัวเองไปทุกข์อยู่ที่วัด
ก็เท่านั้นเอง!!

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by pixel2013 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่างนี้คือการปฏิบัติธรรมแล้ว


เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
นั้นล่ะเป็นโจทย์ในการเรียนรู้ธรรม
.
..ไม่ใช่ว่า..
เมื่อมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นแล้ว
ก็หลงไปดีใจ ไปเสียใจ 
ไปยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ 
ปล่อยให้อารมณ์เป็นพิษกัดกร่อนจิต
อยู่ทั้งวันทั้งคืนโดยไร้สติ
.
..แล้วดิ้นรนไปหาที่ปฏิบัติธรรม
ไปค้นหาธรรม ในสถานที่ต่างๆ 
ไปเอาธรรมจากครูบาอาจารย์
อย่างนี้มันห่างไกล เลยธรรมไปแล้ว
.
..เพียงเธอมีสติ ตระหนักรู้ขึ้นว่า..
อ้อ! นี่หลงไปในเรื่องราวที่ความคิดสร้างขึ้นเสียแล้ว
..เกิดอารมณ์ดีใจ เสียใจ แล้ว
มีเราเข้าไปยึดถือในเรื่องราว 
ยึดถือในอารมณ์ เสียเต็มเหนี่ยวแล้ว 
เกิดทุกข์ทับถมขึ้นแล้ว
.
..เมื่อมีสติรู้ขึ้นมา จิตก็วางการยึดถือ
ไปอัตโนมัติเอง..
จึงเกิดความปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นภายใน
อย่างนี้คือการปฏิบัติธรรมแล้ว
.
..จึงให้มีสติ ตระหนักรู้ อย่างนี้บ่อยๆ สม่ำเสมอ 
ในเรื่องราวของชีวิตประจำวัน นั้นแหละ
..จะมีการรู้แจ้ง เห็นแจ้งความจริงขึ้นเอง 
แล้วก็จะพ้นสุขพ้นทุกข์ไปได้
เจริญสติ

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by WelshPixie from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เห็นทุกข์...


เห็นทุกข์ในวิถีชีวิตอย่างฆราวาส 
ทำให้ออกจากกามเป็นนักบวช
เห็นทุกข์คือความแตกสลายของกายกับใจ 
จนเข้าใจได้ว่า  ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา  
ทำให้ออกจากการเวียนว่ายเกิดตายในวัฏทุกข์

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by Ylloh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นั่นคือวิปัสสนา


หลวงพ่อเทียนท่านไม่เน้นให้
" ทำความสงบ "
ท่านให้เอาความสงบทิ้งไปเลย
เพราะความสงบอยู่คนละด้านของสติ
ท่านให้เป็น " ผู้เห็นความสงบ "
ถ้าจะสงบก็ " สงบแบบรู้ "
หลวงพ่อเทียนเน้นย้ำมากว่า :
การฝึกสติ ไม่ใช่เพื่อความสงบ
ถ้าสงบแล้วขาดสติ 
สู้จิตฟุ้งซ่านแล้วมีสติไม่ได้
ฟุ้งซ่านแล้วมีสติ 
จะทำให้เกิดปัญญา
เห็นความฟุ้งซ่าน ไม่เที่ยง
เห็นความฟุ้งซ่านไม่ใช่เรา
การทำความสงบนั้นยาก 
เพราะต้องบังคับจิตให้สงบ
แต่ธรรมชาติของจิตมันชอบคิด 
แต่การรู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่บังคับ
นั่นคือวิปัสสนา 
คือการเห็นแจ้งในสิ่งที่ปรากฏ
มันง่ายที่สามารถทำได้แม้แต่ขณะนี้
.
อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by Ylloh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เพราะภาวนาก็เพื่อสนองความเป็นฉัน


ความรู้สึกว่าฉัน...
ฉันต้องทำอะไรซักอย่าง
ฉันด้อยกว่าคนอื่นๆ
ฉันดีกว่าคนอื่นๆ
ฉันกับคนอื่นๆ ก็เสมอกัน
เอา “ฉัน” เข้าไปภาวนา แล้วไม่รู้เท่าทัน
ความเกิดขึ้น และตั้งอยู่ของ ”ฉัน”
นี่เป็นเหตุแห่งความเนิ่นช้า
เป็นเพราะภาวนาก็เพื่อสนองความเป็นฉัน
ไม่ใช่ภาวนาเพื่อละความเป็นฉันออกจากใจ
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ภายในเราล้วนมีความมหัศจรรย์


เมื่อข้าฯ เอ่ยคำว่า "เจ้า"
ข้าฯหมายถึงเอกภพนับพัน
-----
จงพิทักษ์ตนเอง
จากความคิดของตัวเธอเอง.
-----
เมื่อวิหคได้รับอิสระ
มันย่อมจะไม่ย้อนกลับมา
เพื่อเศษซากใด
ที่หลงเหลือไว้ ณ เบื้องล่างของกรง
-----
ภายในเราล้วนมีความมหัศจรรย์
ซึ่งเราเฝ้าแสวงหามันจากภายนอก
-----
Rumi

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นาน


ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจนจิตเป็นฌานได้นาน
ถึง ๑๐๐ ปีและไม่เสื่อม 
ก็ยังได้บุญน้อยกว่า
ผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงที่ว่า 
สรรพสิ่งทั้งหลายอันเนื่องมาจากการปรุงแต่ง 
ล้วนแล้วแต่เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 
แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็ตาม

พุทธพจน์ 

บางส่วนจากหนังสือ "ไตรลักษณ์ในควอนตัม"
เขียนโดย สิรวิชญ์ รัตน์จินดา

Image by susuteh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้รักษาความรู้สึก “ตื่น” อยู่ภายใน


ให้รักษาความรู้สึก “ตื่น” อยู่ภายใน
ความรู้สึก “ตื่น” อยู่นั้น มันเป็นสัญญาณ
เป็นเครื่องชี้บอกว่า การปฏิบัติของเรา
ถูกทาง หรือ ผิดทาง
ถ้าไม่ค่อยรู้ตัว ไม่มีความ”ตื่น”ปรากฏอยู่ในใจ
ก็จะหมายถึงว่า กิเลสครอบงำเสียแล้ว
ต้องตั้งต้นใหม่ 

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา