ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ


ศีล 
คือ ปรกติจิตที่อยู่ปราศจากโทษ เป็นจิตที่มี
เกราะกำบัง  ป้องกันการกระทำชั่วทุกอย่าง 
สมาธิ 
ผลสืบเนื่องมาจาก การรักษาศีล
คือ จิตที่มีความมั่นคง มีความสงบเป็นพลัง 
ที่จะส่งต่อไปอีก
ปัญญา ผู้รู้ 
คือ จิตที่ว่าง เบาสบาย รู้แจ้ง  แทงตลอด
ตามความเป็นจริงอย่างไรฯ 
วิมุติ 
คือ จิตที่เข้าถึงความว่าง จาก...ความว่าง 
คือ ละความสบาย เหลือแต่...
ความไม่มี  ไม่เป็น
ไม่มี...ความคิดเหลืออยู่เลย

หลวงปู่ดูลย์  อตุโล

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าเราเข้าใจธรรมดา แสดงว่าเข้าใจธรรมะ


ไม่มีใครไม่พบทุกข์ หลักธรรมดา 
ที่จริงหลักธรรมะ คือ "หลักธรรมดา"
แต่ว่าเราเข้าใจธรรมดาไหม 
ถ้าเราเข้าใจธรรมดา แสดงว่าเข้าใจธรรมะ
ก็ธรรมะ มันเกิดจากสิ่งที่มันเกิดอยู่แล้ว

พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ทำไมจะต้องพาตัวเองไปทุกข์



...ใครทำกรรมอันใดไว้
ไม่ว่าดีหรือชั่ว จักต้องได้รับผลกรรมนั้น
ให้กรรมเป็นเครื่องตัดสินเขา
แต่คนในโลกชอบเป็นผู้พิพากษา
แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้พิพากษา
ไปตัดสินกรรมคนอื่น จริงไหม
พอเราไปตัดสินกรรมคนอื่น เราไปยินร้าย
ขณะที่เรายินร้ายนี่ เราสร้างกรรมใหม่แล้วนะ
คือตัวโทสะ จริงไหม
เราต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น จริงไหม
นี่โง่หรือฉลาด ทำไมจะต้องพาตัวเองไปทุกข์ล่ะ
.
พระพุทธเจ้าบอก “ไม่มีใครทำให้เราทุกข์”
มีแต่อวิชชาคือความโง่ในจิต ทำให้เราทุกข์
ความไม่รู้แจ้งความจริง แยกวิถีกรรมไม่ออก
กรรมเขาก็กรรมเขา กรรมเราก็กรรมเรา
เราไม่ต้องไปตัดสินเขา ให้กรรมเขาน่ะตัดสินเขา
เขาดีก็ให้กรรมเขาตัดสิน
เขาไม่ดีก็ให้กรรมเขาตัดสิน ถูกไหม
.
ถ้าเราเชื่อกฎแห่งกรรม
บ้านเมืองสงบ ตัวเราก็สงบ
เรามีหน้าที่อย่างเดียว
เจริญกุศลกรรม ละอกุศลกรรม ถูกไหม
เพราะเราก็ต้องถูกกรรมนี้ตัดสินเรา จริงไหม

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

Image by ELG21 from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เราเป็นเพียง “ผู้เฝ้าดู” อยู่ริมถนน


จงอย่า “เก็บกด” อารมณ์เหล่านั้นไว้ 
อารมณ์นั้นเปรียบได้กับ “ลม” 
ที่พัดมาแล้วก็พัดไป 
เห็นคำว่า “Motion” ซึ่งแปลว่า “การเคลื่อนไหว” 
ที่อยู่ในคำว่า “Emotion” ไหม? 
ด้วยเหตุนี้ อารมณ์จึงไม่ใช่สิ่งหยุดนิ่ง 
ไม่ใช่สิ่งที่หยุดอยู่กับที่ 
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือ 
เราต้องไม่ไปกดทับมันไว้...
จง “ตามรู้ตามดู” อารมณ์เหล่านั้น 
เห็นการเปลี่ยนแปลงของมัน 
เห็นการ “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป” ของมัน 
จงทำตัวเป็น “ผู้สังเกตการณ์” 
คอยสังเกตสิ่งที่ผ่านมาผ่านไปในชีวิตของเรา 
ทำตัวเสมือนกับว่า 
กำลังยืนอยู่ที่ข้างถนน 
มองดูรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปผ่านมา 
ตระหนักรู้อยู่เสมอว่า เราเป็นเพียง 
“ผู้เฝ้าดู” อยู่ริมถนนเท่านั้น 
อย่าได้กระโจนลงไปบนท้องถนน 
เพราะจะถูกรถชนเสียเปล่าๆ

ท่าน OSHO
(จาก สปาอารมณ์ : Emotional Wellness)

Image by jeffjuit from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

เขาก็เปลี่ยนแปลง แล้วเขาก็ดับ


ธรรมทั้งหลายที่เป็นผลของการปฏิบัติ 
จะเป็นธรรมที่สว่างไสว 
จะเป็นธรรมที่หยาบ ปานกลาง ละเอียด 
หรือจะเป็นธรรมที่ประณีตขนาดไหมเพียงไรก็ช่าง 
ถ้าหากว่าเห็นผลของการปฏิบัติแล้วไปยึด 
อันนั้นไม่ถูกทาง ไปยึดล่ะผิดทั้งนั้น 
เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ละ 
ไม่ได้สอนให้ยึด...
นักภาวนาถ้ามีจิตสงบ 
ชอบมีสิ่งให้รู้ให้เห็น 
 ไปเห็นสิ่งนั้นๆ แล้วก็ไปยึดติด 
ผลที่จะเป็นไปต่อไปมันก็ไม่ก้าวหน้า 
มันก็ไม่เป็นไปอย่างที่มันเคยเป็นแล้วนั้นอีก 
ในที่สุดผลของการปฏิบัติมันก็เสื่อมไปหมดไป 
เพราะธรรมทั้งหลายเขาเกิดมาแล้ว
เขาก็เปลี่ยนแปลง  แล้วเขาก็ดับ

หลวงปู่แบน ธนากโร

Image by KELLEPICS from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

พอเรารู้ทัน..ความกลัวมันก็หายไป


ความกลัวเป็นฝ่ายอกุศลนะ 
ทำให้จิตเราอ่อนแอลงไป
ความกลัวไม่ใช่เป็นเราจริง
มันเป็นแค่อารมณ์
เป็นความหลงของจิตที่มันสร้างขึ้นมา
ถ้าจิตเรามีกำลัง..พวกนี้ก็เป็นแค่สิ่งถูกดู
เพราะฉะนั้น เราต้องรู้ทันมัน
มันไปยึดความกลัวแล้ว
พอเรารู้ทัน..ความกลัวมันก็หายไป
จิตเราก็เป็นกลางขึ้นมา 

พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

Image by KELLEPICS from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สัพพัญญู ไม่ได้แปลว่า “รู้ทุกเรื่อง”


“สัพพัญญู” เป็น “ผู้รู้แจ้ง” นะ
สัพพัญญู ไม่ได้แปลว่า “รู้ทุกเรื่อง”
เรื่องไม่เป็นประโยชน์.. ท่านก็ไม่รู้
บางเรื่องรู้แล้วมันทุกข์.. อย่ารู้เสียดีกว่า

หลวงปู่หา  สุภโร

Photo by James Lee on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าเรามองชีวิตนี้เหมือนเราดูภาพยนตร์


ถ้าเรามองชีวิตนี้เป็นของเรา
เวลามันสุข เราก็สุข เพลินไปด้วย
เวลามันทุกข์ เราก็ตรม ทุกข์ไปด้วย
ถ้าเรามองชีวิตนี้เหมือนเราดูภาพยนตร์
มองเหมือนคนวงนอก
สุขทุกข์ ก็รู้ว่ามันเป็นอย่างนั้น
แต่ไม่มีเราเข้าไปสุข ไปทุกข์ด้วย
เมื่อไม่ต้องไปแบกไปเป็น
จึงมีแต่ความปลอดโปร่งโล่งใจ
จึงเรียกว่า สุขแท้
สุขเพราะไม่ต้องแบกอะไรมากมาย

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by ID 7089643 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

พระพุทธศาสนาอยู่ได้ด้วยเปลือก กระพี้และแก่น


เปลือกของศาสนา คือ ทาน ศีล และศาสนพิธีต่างๆ 
ถ้าทำถูกต้องแล้วจะกลายเป็นกระพี้ 
คือทำจิตให้เบิกบาน ยิ้มแย้มแจ่มใส จนเกิดปีติอิ่มใจ 
ทาน ศีล นั้นจะเข้ามาภายในใจ
หล่อเลี้ยงน้ำใจให้แช่มชื่นอยู่เป็นนิจ 
นี่ได้ชื่อว่า ทำเปลือกให้เป็นกระพี้
.
เมื่อพิจารณาไปถึงความอิ่ม
และความแช่มชื่นเบิกบานของใจ 
ก็เห็นเป็นแต่ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากปัจจัย 
คือความพอใจเป็นเหตุ เมื่อความพอใจหายไป 
สิ่งเหล่านั้นดับไปเป็นของไม่เที่ยงเป็นธรรมดา 
เราจะยึดเอาไว้เป็นของตัวตนไม่ได้ 
เป็นอนัตตาไม่มีใครเป็นใหญ่เป็นอิสระ 
แล้วก็ปล่อยว่างเห็นเป็นสภาพตามความเป็นจริง 
เมื่อพิจารณาถูกอย่างนี้ได้ชื่อว่า 
ทำกระพี้ให้เป็นแก่นสาร 
พระพุทธศาสนาอยู่ได้ด้วยเปลือก กระพี้และแก่นอย่างนี้
.
ถ้ามีแต่แก่นอย่างเดียว หากเป็นต้นไม้ 
ก็เรียกว่าต้นไม้ตายย่อมอยู่ไม่ได้นาน
ถ้ามีแต่กระพี้ หากเป็นต้นไม้ 
ก็เรียกว่าต้นไม้หาสาระไม่ได้ 
นอกจากจะทำเป็นฟืนเท่านั้น

ถ้ามีเปลือกอย่างเดียว 
หากเป็นต้นไม้ เช่น ต้นมะละกอ 
พลันที่จะหักเร็วที่สุดเมื่อลมพายุพัดมา
พระพุทธศาสนาวัฒนาถาวรได้นานปานนี้
ก็ด้วยมีทั้งเปลือก กระพี้และแก่น ครบบริบูรณ์

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

Image by Mirkowa73 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา







 

พรอันใดที่มีค่าสูงสุด ไม่ใช่มาจากปากผู้อื่น


พรอันใดที่มีค่าสูงสุด 
ไม่ใช่มาจากปากผู้อื่น
แต่มาจากใจ ที่หลุดพ้น 
ชีวีตที่อิสระ จากรูปนามกายจิตแล้ว 
จึงไม่ต้องการพรใดๆ 
จึงเหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พ้นจากเสื่อมเจริญ
เหนือความมงคล และอัปมงคล
ขอให้ญาติโยมทั้งหลายพึงเห็นในชาตินี้ 
ขณะนี้ จนข้ามพ้นขอบข่ายของเวลา เทอญ

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by _Vane_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา