ไม่ได้หมายความว่าไม่เอาอะไรเลย


ปฏิบัติธรรม 
สุดท้ายก็เพื่อปล่อยวาง ไม่ใช่เพื่อยึดถือเอา 
เวลาเราฝึก เราก็ฝึกจิตเราให้ปล่อยวาง ๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เอาอะไรเลยนะ 
อย่างข้าวของเงินทองอย่างเนี้ย 
เราวางข้างใน ไม่ยึดมัน 
แต่เราใช้มันให้เกิดประโยชน์ได้ 
ครอบครัว เราก็ยังมีครอบครัวอยู่เหมือนเดิม 
แต่ข้างในเราไม่ยึด ข้างนอกควรทำยังไง เราก็ทำ 
ทำตามความเหมาะสม
มันจะง่ายขึ้นนะ ถ้าเราไม่ยึดน่ะ 
ทำด้วยความไม่ยึดถือ 
การดำเนินชีวิตเรามันจะง่ายมากๆ เลยนะ 
มันจะรู้ว่าอะไรควร ไม่ควรนะ 
มันจะรู้ความพอดีอยู่ข้างใน 
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวว่ามาปฏิบัติแล้ว
จะต้องทิ้งครอบครัวเลยเหรอ? 
จะต้องไปบวชเลยเหรอ? 
ต้องไปอยู่ป่าอยู่เขา อยู่วัดเลยมั้ย? 
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก
มันจะมีความลงตัวพอดีของมัน 
แล้วชีวิตมันจะง่ายขึ้นเยอะเลย

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

Image by flutie8211 from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความรู้สึกตัวจะทำหน้าที่เป็นผู้เห็น


มันคิดมาก มันง่วงมาก มันหดหู่ 
มันเบื่อ มันรู้สึกว่ายาก
ก็ตอบว่า...ถ้าเรามีความรู้สึกตัว 
สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้
มันก็คืออาการต่างๆ ของกายและจิตใจ 
ความรู้สึกตัวจะทำหน้าที่เป็นผู้เห็น 
ได้พบเห็นอาการเหล่านี้
และได้กระทำให้แจ้งในสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว
เห็นแล้วผ่านไป หลุดไป พ้นไป 
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันเป็นธรรมชาติ 
ธรรมดา เป็นเช่นนั้นเอง
การปฎิบัติธรรม คืออย่าเข้าไปในความคิด
อย่าให้ความคิดพาไป ให้ความรู้สึกตัวพาไป

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

Image by Nennieinszweidrei from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ปล่อยวาง คือ อย่างนี้


เมื่อเห็นได้ว่า อารมณ์ เป็นของหนัก
มันจึงรู้ว่า จะแบกของหนักทำไม
จึงปล่อยไว้ในที่เดิมนั่นแล
ปล่อยวาง คือ อย่างนี้

การเดินทาง แห่งจิตวิญญาณ

Image by Marisa04 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

แก่นศาสนา


พ้นเกิดแก่เจ็บตาย พ้นในปัจจุบันนี้แหละ
ให้พ้นเกิดพ้นตาย จะได้ทำงานให้พระศาสนา
ต้องพูดอย่างธรรม พูดอย่างคนจะขัดคอคนนะซิ
ไม่มีใครเกิด..ไม่มีใครแก่..ไม่มีใครเจ็บ
ไม่มีใครตาย..นั่นแหละเป็นแก่นศาสนา

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Image by net0702 from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา


ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  
ท่องกันจนชินปาก  
หากไม่รู้ความหมายก็ไร้ประโยชน์  
อิทธิบาทสี่ประการมิใช่อะไรยากเย็น 
แท้จริงแล้วคือการกำหนดรู้อยู่กับการงานตรงหน้า  
เมื่อกำหนดรู้เป็นปัจจุบันกับการงานแล้ว  
ความโลภย่อมไม่มี  ความอยากย่อมไม่มี  
ยิ่งไปกว่านั้น  แม้ตัวเราเองก็ไม่มี
อยู่ในโมงยามที่เพียรกระทำในงาน  
ลองนึกถึงเวลาที่เรากำลังเล่นกีฬา  
บางครั้งตัวของเราหายไปชั่วคราว
เมื่อเล่นกีฬาอย่างมีสมาธิ 
ถ้าเราวิ่ง  ก็มีเพียงปัจจุบันกับการวิ่ง  
ถ้าเรากำลังว่ายน้ำ  
ก็มีเพียงจังหวะการเคลื่อนไหว
ของมือ เท้า ลำตัว แขน ศีรษะ 
แต่ไม่มีตัวเราเข้าไปข้องเกี่ยว  
ความคิดของเราว่างเปล่าในขณะนั้น  
สิ่งนี้คือเรื่องของจิตอธิษฐานการงาน  
ที่ปราชญ์ผู้รู้ยกย่องสรรเสริญ

คุณพศิน อินทรวงค์

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความไม่อยากนี่แหละตัวอยาก​


ใจวุ่นวาย​ ทำไมใจจึงวุ่นวาย
เพราะมีตัณหา​ ไม่อยากให้คิด​ 
ไม่อยากให้มีอารมณ์
ความไม่อยากนี่แหละตัวอยาก​ คือ​ วิภวตัณหา
ยิ่งไม่อยากเท่าไหร่... มันยิ่งชวนกันมา
เราไม่อยาก​ มันทำไมถึงมา?
ไม่อยากให้มันเป็น​ ทำไมมันเป็น?
นั่นแหละ​ เราอยากให้มันเป็น
เพราะ​ไม่​รู้ใจเจ้าของ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by OscarHdz from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คิดจะรู้ทันความคิดและรู้ทันกิเลส


คิดจะรู้ทันความคิดและรู้ทันกิเลส
ด้วยการที่จะเอาสติไปตั้งท่ารอเพื่อจะรู้ทัน 
เหนื่อยเปล่า..!
ไม่มีใครรู้ทันได้ด้วยวิธีนี้แน่นอน 
ฝึกไปๆ สติก็จะเมื่อยล้า
เพราะต้องมารักษาสติไว้ตลอด 
ถ้าเราใช้วีธีแบบเรียนรู้ตามความเป็นจริง 
วางรู้ซื่อๆ โดยไม่ลงไปเล่นกับสภาวะนั้นๆ 
รู้จะเบาและมีสติที่รู้เอง 

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by Kranich17 from pixabay

อ่านฉบับเต็มได้ที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อุเบกขาบารมี


“อุเบกขาบารมี”
การเข้าถึงความเป็นกลางของธรรมชาติ
ความเป็นกลาง มันไม่ใช่การเฉยเมย
ไม่ใช่ความแห้งแล้ง
แต่คือ มันไม่เกาะเกี่ยวกับสิ่งใด
ไม่อะไรกับอะไร
แต่ว่าโอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง
เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่าน

พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

Image by TheOtherKev from pixabay

อ่านฉบับเต็มได้ที่



 ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

“ ว า ง ”


ไม่ว่ามีสภาวะอัศจรรย์แค่ไหน
ก็เป็นแค่ สังขาร
ถ้ายึดไว้ก็เป็นทุกข์
 “ ว า ง  ”

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Dieterich01 from pixabay

 ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มีความเผลอความเพลินน้อยลง


การมีชีวิตเป็นอิสระไม่ต้องวุ่นวายกับอะไร
เป็นชีวิตที่ตามรอยของพระอรหันต์ 
ขอให้สังเกตเอาไว้ให้ดีๆ แล้วความทุกข์
เดือดเนื้อร้อนใจต่างๆ นานามันลดหายไป
แม้จะเผลอสติยึดถืออะไรขึ้นมา
เป็นการชอบไม่ชอบเล็กๆ น้อยๆ 
ก็ปัดทิ้งได้เร็ว คือว่ามีสติทันท่วงที 
เพราะปัญญาที่พิจารณาอยู่มีความรู้เท่าทันมากขึ้น
จนกระทั่งมีความเผลอความเพลินน้อยลง 
นี่เป็นข้อสังเกตในการปฏิบัติที่ได้ดำเนินมาแล้ว 
ที่จะไม่ให้เผลอเพลินนั้นมันยังไม่ได้ 
เพราะยังมีอาสวะอยู่ 
แต่ขอให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอ 
แล้วความเผลอเพลินก็จะลดน้อยลงไป

ท่าน ก. เขาสวนหลวง

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา