โมทนาสาธุ


โมทนาสาธุ
เป็นหลักธรรมสำคัญในพรหมวิหารธรรม 
ที่สอนให้รู้จักการพลอยยินดี
ในการประพฤติดีปฏิบัติชอบของผู้อื่น 
หรือการพลอยยินดีที่ผู้อื่นมีความสุข 
“ทุกวินาที มีคุณค่าโมทนาสาธุ” 
.
พระอาจารย์นพพร  อาทิจฺจวํโส เคยพิจารณาว่า 
ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า 
สมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์ 
แล้วจิตของพระอาจารย์ก็พิจารณาว่า 
#แล้วสมุทัยเหตุให้เกิดสุขมีไหม 
ก็รู้ขึ้นมาว่า “มุทิตาพลอยยินดี” 
เป็น “สมุทัยเหตุให้เกิดสุข”…
.
…พระอาจารย์ท่านนำเอามาใช้ 
และเผยแพร่อบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ทุกคน 
ให้รู้จักการมุทิตาพลอยยินดีกับผู้อื่น
ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ และมีความสุข  
“ทุกวินาทีมีคุณค่า โมทนาสาธุ” 
โมทนาสาธุกับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ 
พระธรรมเจ้าทุกพระองค์ 
พระอริยสังฆเจ้าทุกพระองค์ 
พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์
ทรงบำเพ็ญบารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี 
มามากมายมหาศาล  
.
เราทุกคนปรารถนาความสุขความสงบ
ก็ต้องโมทนาสาธุกับบารมี
อุปบารมี ปรมัตถบารมี ของพระพุทธองค์ 
ขอให้เราได้มีส่วนแห่งพระคุณความดี
และบุญกุศลวาสนาบารมีทั้งหลาย
ของทุกๆ พระองค์

พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

Image by terimakasih0 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การหลุดพ้นจากสิ่งครอบงำ


การหลุดพ้นจากสิ่งครอบงำ 
หรือหลุดจากความยึดถือทั้งหลาย 
ก็คือการหลุดพ้นจาก
ความคิดปรุงแต่งของตัวเอง 

อ.สุภีร์ ทุมทอง
Image by fkabay from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อยู่กับสิ่งที่ "มี" แต่ "เรา" ไม่มี


มนุษย์ตราบใดมีรูปมีนาม
ย่อมรู้สึกได้ อร่อย หิว ร้อน เย็นได้
ไม่ใช่ก้อนหิน ผักคะน้าและผักชี
"ว่างจากอัตตา" มิใช่ "ไม่มี"เลย
มิจฉาทิฏฐิความเห็นผิดว่าไม่มี
รู้สึกมีได้ เป็นมนุษย์มันต้องมี
แต่ไม่มี "เจ้าของความรู้สึก"
เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเอง
อยู่กับสิ่งที่ "มี" แต่ "เรา" ไม่มี
คือ ไม่ทุกข์หรือสุขไปกับมัน 
อยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ได้

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Skitterphoto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



หนทางในการบรรลุธรรมมีอยู่ทางเดียว



หนทางในการบรรลุธรรมมีอยู่ทางเดียวเท่านั้น
คือ "การตระหนักรู้" ธรรมชาติที่แท้
อันเป็น "พุทธะ" ภายในตน
การปฏิบัติธรรม ถือศีล ทำสมาธิ
ทำบุญ ทำทาน สวดมนต์เหล่านี้
เป็นอย่างมากได้ก็แค่
การเตรียมตัวเตรียมพร้อม
เพื่อ "บรรลุธรรม" เท่านั้น

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

Image by Foundry from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ปล่อยวางนะ ปล่อยวาง ปล่อยวาง


…ปฏิบัติก็คือรู้ในตัว
“รู้” ย่อ ๆ ก็คือรู้กายรู้ใจ อย่างปล่อยวาง..
เราต้องฝึกหัด “การระลึกทีไรก็ปล่อยวางอยู่”
ใหม่ ๆ มันวางยังไม่เป็น ก็ฝึก
แต่เรามีคำสอนไว้ก่อน
มีคำสอนคอยเตือนใจว่า ต้องปล่อยวางนะ
หรือเราจะบริกรรมไว้ก็ได้ คอยเตือนใจ
...เวลาที่สติกำหนดรู้อะไร
มันจะเผลอไปเอาให้ได้ เผลอไปบังคับ
เราก็ “ปล่อยวางนะ ปล่อยวาง ปล่อยวาง”
ปล่อยวางแต่ก็ยังรู้อยู่ รู้สิ่งนั้นอยู่
แต่ว่ารู้อย่างปล่อยวาง ใจมันก็จะค่อยเบาขึ้น...
ทำใจกลาง ๆ ว่าง ๆ ไม่มีตัวไม่มีตน
นั่นแหละจะหลุดจะพ้นจะถึงนิพพาน

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

Image by lillaby from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เราจะได้ยินเสียงผู้รู้ในตน


คำว่าอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ 
มิได้แปลว่าเราต้องหนีเข้าป่า 
และออกท่องทะเล 
เพราะเราคือส่วนหนึ่ง
ของธรรมชาติอยู่แล้ว 
อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ
จึงหมายความว่า 
อยู่เพื่อฟังเสียงใจตน 
ปัญหาชีวิตเริ่มจากตรงนี้ 
เริ่มที่เราไม่ฟังเสียงใจตน 
คำว่าใจตนนี้ 
มิใช่สิ่งที่กิเลสปรารถนา 
จงฟังให้ดี ข้ามผ่านเสียง
แห่งความอยากมี อยากได้ อยากเป็น 
เราจะได้ยินเสียงผู้รู้ในตน

คุณพศิน อินทรวงค์

Image by AJS1 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อารมณ์อันยังให้เกิดเป็นภพ


แค่จิตสำคัญผิดนิดหน่อย 
ไปสำคัญว่าดีกว่าเขาบ้าง 
เสมอเขาบ้าง เลวกว่าเขาบ้าง 
อารมณ์อันเป็นความมั่นหมาย
เป็นตัวตนเราเขาก็เกิดทันที 
บ้างโมโหเพราะรู้สึกถูกหยาม 
บ้างน้อยใจเพราะรู้สึกด้อย 
บ้างกระหยิ่มใจเพราะรู้สึกมีดี 
บ้างเหยียดหยามเพราะรู้สึกดีกว่า 
ทั้งหลายเหล่านั้นล้วนเป็นอารมณ์
อันยังให้เกิดเป็นภพโดยทั้งหมด 
และโดยมากก็ยังไม่พ้นภพอันเป็นทุกข์

ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม

Image by StockSnap from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


บุญเหนือบุญ


การทำบุญด้วยวัตถุก็เป็นสิ่งดี 
แต่เป็นเพียงข้าวเปลือก เอาไว้ทำพันธุ์ 
ถ้าเราจะกินให้ได้ประโยชน์ 
ต้องกินข้าวหุงหรือข้าวนึ่งสุก 
ไม่ใช่ข้าวสารหรือข้าวเปลือก 
การหลงติดอยู่
กับการทำบุญด้วยวัตถุ อย่างงมงาย 
เป็นความหลง ที่อยู่ในความมืด ที่เป็นสีขาว
...
บุญเหนือบุญก็คือ 
การรู้จักตัวเอง ไม่มีทุกข์นี่แหละ

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Image by nataliaaggiato from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ไม่ต้องไปเที่ยวค้นหาที่ไหนเลย


ธรรมนั้นไม่มีลึกมีตื้นหรอกนะ
ในความจริงนั้นมันอยู่ตรงหน้าเรานี้เอง
แต่เพียงว่าระดับชั้น ของสิ่งปิดกั้นจิตนั้น
หนา บาง ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง
เพียงแค่ลอกเปลือกที่ปิดกั้นนั้นเสีย
เราจะพบว่าธรรมนั้น ไม่ต้องไปเที่ยวค้นหาที่ไหนเลย....

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by yookiwon80 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อานิสงส์จากการที่เราฝึกดูจิต


เวลาเราเห็นของไม่ดี คือเห็นกิเลสนี่นะ 
มันจะเป็นการฝึกที่ดีมาก เพราะเห็นทีไรมันดับ
มันจะเป็นเครื่องเอื้อให้เรา
เข้าใจในแง่ของอนิจจังได้ง่ายขึ้น 
เห็นโกรธ..โกรธดับ เห็นฟุ้ง..ฟุ้งดับ
เห็นเผลอ..เผลอดับ 
มันจะเห็นเลยว่ามันดับ 
ดับเองด้วย! เราไม่ได้ตั้งใจดับ
 เราแค่รู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นเมื่อกี้นี้..มันก็ดับไปเอง
ไอ้สิ่งไม่ดีที่เห็นทั้งหลายเนี่ย มันจะแสดงความจริง 
ความโกรธ ความหลง ความคิด
อะไรเมื่อกี้นี้เนี่ยนะมันแสดงความจริง
ว่ามันดับเอง เราไม่ได้ตั้งใจดับเลย 
ก็มีความเข้าใจในแง่อนิจจัง-ไม่เที่ยงบ้าง 
ในแง่อนัตตา-ไม่ใช่ตัวตนบ้าง
อย่างนี้เป็นอานิสงส์จากการที่เราฝึกดูจิต 

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

Image by onfeed from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา