เป็นจิตไม่สะดุ้ง


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! 
ภิกษุพึงพิจารณาใคร่ครวญ 
โดยประการที่เมื่อพิจารณาใคร่ครวญอยู่แล้ว 
วิญญาณของเธอนั้น อันไม่ฟุ้งไป 
ไม่ซ่านไปในภายนอกด้วย
อันไม่ตั้งสยบอยู่ในภายในด้วย
ก็จะไม่พึงสะดุ้ง เพราะเหตุไม่มีความยึดมั่นถือมั่น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! 
เมื่อวิญญาณ ไม่ฟุ้งไป ไม่ซ่านไปในภายนอก 
ไม่ตั้งสยบอยู่ในภายใน
เป็นจิตไม่สะดุ้ง 
เพราะเหตุไม่มีความยึดมั่นถือมั่น ดังนี้แล้ว 
การก่อตั้งขึ้นแห่งกองทุกข์ 
กล่าวคือชาติ ชรา มรณะ ย่อมไม่มีอีกต่อไป

อุปริ. ม. ๑๔/๔๑๑, ๔๑๔/๖๓๙, ๖๔๓

Image by sasint from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ลองลด "ความคาดหวัง"


ลองลด "ความคาดหวัง" 
ยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
จะพบว่าจิตนิ่งขึ้น และดิ้นน้อยลง

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by haidi2002 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ปราบตัวเองนี่แหละ


อย่าไปโทษคนอื่นว่ามาเบียดเบียนตนอย่างโน้นอย่างนี้
ตนถึงได้เดือดร้อนเป็นทุกข์..
โทษตัวเองนี่ ไม่ฝึกจิตใจให้ตั้งมั่นต่อกุศลธรรม
มันถึงไม่มีปัญญารู้เท่าความดีความชั่วในโลกนี้..
เราจะไปเที่ยวปราบบุคคลในโลกนี้
ไม่ให้ทำชั่ว พูดชั่ว ด้วยอาชญาต่างๆ
ไม่มีใครทำได้ในโลกนี้
พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ปราบตัวเองนี่แหละ..
ถ้าผู้ใดทวนกระแสจิต พิจารณาได้ว่า
การไปยึดเอาเรื่องชั่วที่ผู้อื่น
ระบายออกมาจากภายในจิตใจนั้น
มาไว้เป็นสมบัติตนนี้ มันเป็นทุกข์..
ผู้นั้นมันก็ปล่อยวางทิ้งไปเลย

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

Image by DarkWorkX from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เห็นตัวแก่ ดีกว่า เห็นแก่ตัว


เห็นตัวแก่ ดีกว่า เห็นแก่ตัว

เห็นแก่ตัว ความชั่ว ครอบคลุมจิต
ทุกครั้งคิด คิดชั่ว มัวเมาหลง
เห็นตัวแก่ สักนิด จิตจะปลง
ความเมาหลง จะมลาย หายไปเอย

พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ

Image by ArtsyBee from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ตายก่อนตายมิใช่กลายไปเป็นผี


ตายเมื่อตายย่อมกลายไปเป็นผี 
ตายไม่ดีได้เป็นที่ผีตายโหง
ตายทำไมเพียงให้เขาใส่โลง 
ตายโอ่โถงนั้นคือตายเสียก่อนตาย

ตายก่อนตายมิใช่กลายไปเป็นผี 
แต่กลายเป็นสิ่งที่ไม่สูญหาย
ที่แท้คือความตายที่ไม่ตาย 
มีความหมายไม่มีใครได้เกิดแล

คำพูดนี้ผันผวนชวนฉงน 
เหมือนเล่นลิ้นกะลาวนคนตอแหล
แต่เป็นความจริงอันไม่ผันแปร 
ใครคิดแก้อรรถได้ไม่ตายเอย

ท่านพุทธทาสภิกขุ

Image by alles from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความสุขที่แท้จริง เกิดจากความไม่อยาก


ความสุขที่แท้จริง เกิดจากความไม่อยาก 
แต่ความอยากมันสร้างความรู้สึกว่า 
ต้องได้สิ่งที่อยากถึงจะได้ความสุข 
ถ้าไม่ได้สิ่งที่อยากแล้วจะได้ความทุกข์ 
มันทุกข์จริงอยู่เมื่อเวลาที่ไม่ได้สิ่งที่อยาก 
แต่ถ้าเราทนไปได้ เดี๋ยวความอยากมันก็หายไปเอง 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Image by aakash gupta from pexels

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ได้ฟังธรรมอยู่ทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน


ธรรมะมีทั้งกลางวันและกลางคืน
ผู้ปฏิบัติพึงใช้อุบายปัญญาฟังธรรมเทศนาทุกเมื่อ 
ถึงจะอยู่คนเดียวก็ตาม คืออาศัยการสำเหนียก 
กำหนดพิจารณาธรรมอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน 
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็เป็นรูปธรรมที่มีอยู่ปรากฏอยู่ 
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สัมผัส) ก็มีอยู่ปรากฏอยู่
ได้เห็นอยู่ได้ยินอยู่ได้สูดดมลิ้มเลีย และสัมผัสอยู่ 
จิตใจเล่า ก็มีอยู่ ความคิด นึกรู้สึกในอารมณ์ต่างๆ
ทั้งดีและร้ายก็มีอันมีอยู่โดยธรรมดา
เขาแสดงความจริง คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา 
ให้ปรากฏอยู่ทุกเมื่อ เช่น ใบไม้เหลืองหล่นร่วงจากต้น 
ก็แสดงความไม่เที่ยงให้เห็นได้ดังนี้ เป็นต้น 
เมื่อผู้ปฏิบัติมาพินิจพิจารณาด้วยสติปัญญา 
โดยอุบายนี้อยู่เสมอแล้วชื่อว่าได้ฟังธรรมอยู่ทุกเมื่อ 
ทั้งกลางวันและกลางคืน

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Image by ID 12019 from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ต้องให้เห็นอย่างนี้ว่า ไม่ใช่ตัวเรา


ความรู้สึก..เป็นธรรมชาติ หรือเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา
ส่วนมากคนเรา เป็น “เรารู้สึก ” 
เลยเข้าใจว่า ตัวความรู้สึกนี่เป็นตัวเรา 
เรารู้สึกยินดี เรารู้สึกยินร้าย 
เรารู้สึกเป็นทุกข์เป็นสุข นี่เราก็มาหลง 
หลงความรู้สึกอันนี้.. 
ธรรมดามันจะเฉยๆ 
แต่ถ้าเป็นเรารู้สึกจะถูกปรุงแต่งเลย 
ตัวรู้สึก(ตัวใหญ่)นี่ก็หมายถึง 
มีหู มีตา มีจมูก มีลิ้น มี กาย มีใจ 
เวลากระทบสัมผัสต่างๆ มันเพียง รู้เท่านั้นเอง
รู้แล้วก็จะไม่มียินดียินร้าย 
สงบไม่สงบ พอใจไม่พอใจ มันจะไม่มี 
ถ้าเป็นเรารู้สึก มันจะมีทันทีเลย 
เกิดโลภะ โทสะ โมหะ โมหะแปลว่าไม่รู้ความจริง
ไม่รู้ความจริงว่าตัวนี้น่ะ มันเป็นธรรมชาติ 
เป็นความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเรา 
ต้องให้เห็นอย่างนี้ว่า ไม่ใช่ตัวเรา 
มันเป็นเพียง “ความรู้สึก” สักว่าเป็นความรู้สึก
ถ้าเป็นเรารู้สึกมันจะปรุงแต่งเลย 
ตรงกับหลวงพ่อเทียนต่างกันที่คำพูด 
ท่านบอกว่าให้ดูความคิด
อันนี้เข้าไปอยู่ในความคิด 
ก็เข้าไปอยู่ในความรู้สึกนั่นเอง

หลวงพ่อสมบูรณ์ ฉตฺตสุวณฺโณ

Image by Schueler-Design from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สมาธิอื่นเสมอด้วยอนันตริสมาธิไม่มี


สมาธิในชีวิตประจำวันนี้
เป็นสมาธิที่พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญสูงสุด
เพราะสมาธิขณะลืมตานี้ 
เป็นสมาธิที่คู่กับปัญญาโดยแท้จริง
หากทุกการกระทบ ทุกการสัมผัส
ทุกการเคลื่อนไหว มองเห็นความเป็นอนิจจัง 
เกิด-ดับ เปลี่ยนแปลง จนน่าเบื่อหน่าย
จนรู้สึกว่า "ไม่มีอะไรที่น่าเอา ไม่มีอะไรที่น่าเป็น"
จิตที่ประกอบอยู่ด้วยความรู้สึกว่า 
"ไม่มีอะไรที่น่าเอา..น่าเป็น"นี้แหละ
คือจิตที่เป็นสมาธิอยู่อย่างเต็มที่ 
และยิ่งกว่านั้นอีกก็คือว่า
สมาธิชนิดนี้เป็นสมาธิสูงสุด 
กว่าสมาธิชนิดไหนหมดเพราะ
แนบเนื่องอยู่กับสติ สมาธิ ญาณ ปัญญา
อย่างที่แยกกันไม่ออก เรียกว่า อนันตริสมาธิ
ดังที่พระพุทธเจ้ากล่าวสรรเสริญ
ในบาลีรัตนสูตร ว่า
"สมาธิอื่นเสมอด้วยอนันตริสมาธิไม่มี"

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by DarkWorkX from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




นี่แหละ มหัศจรรย์แท้


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา