เราเจอความว่างก็เจอพระพุทธเจ้านั้นเอง


จะไปตัดกิเลสทำไม 
เพียงแต่เราไม่ใช้มัน กิเลสมันก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว 
เพราะ"เห็นจิตแล้ว กิเลสหาย" 
ถ้าเราไปเห็นกิเลส จิตก็หาย 
ปรุงแต่งตลอดเวลา เกิดขึ้นดับไปๆ 
เพราะมันอยู่ในขันธ์ห้า 
เราพิสูจน์ด้วยตัวเองนะ
ถ้าเราไปหยุดอยู่ตรงนั้น พวกนั้นหายหมด 
เพราะ"จิตเป็นความว่าง" 
จิตนั้นต้องหยุดอยู่กับความว่าง 
พระพุทธเจ้าท่านบรรลุธรรมก็เพราะท่านหยุด 
พระพุทธเจ้าก็คือความว่างนั้นเอง 
เราเจอความว่างก็เจอพระพุทธเจ้านั้นเอง

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by BUMIPUTRA from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ให้ธรรมารมณ์เป็นทาน


#ทานในปรมัตถ์ ๖ 
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์
ถอนความพอใจในอารมณ์เหล่านี้ออกเสียได้ 
สละความยินดีในอารมณ์นี้เสียได้ ...
พิจารณาว่านี้เป็นอารมณ์ของชาวโลก .. 
ไม่ใช่อารมณ์ของธรรม
ปล่อยอารมณ์เหล่านั้นเสีย 
ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ให้เสียดแทงใจ
ทำใจให้หยุด ให้นิ่ง นี่เขาเรียกว่า 
ให้ธรรมารมณ์เป็นทาน
ย่อมมีกุศลใหญ่ เป็นทางไปพระนิพพานโดยแท้
และเป็นทานอันยิ่งใหญ่ทางปรมัตถ์...

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

Cr.Pakapol Pongsura

Image by DarkWorkX from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ไม่ให้ค่าไม่ให้ความหมายใดๆ


สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือสิ่งที่ต้องละ 
ละอย่างไร 
การไม่ให้ค่าไม่ให้ความหมายใดๆ กับความหลงคิด
หรือความคิดที่เกิดขึ้นเองด้วยกลไก
การทำงานของสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ 
นั่นแหละคือการละ 
ไม่ใช่ไปดับหรือตัดความคิด 
แต่ให้กลับมารู้สึกตัว

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by guard113 from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เราต้องรู้เท่าทันความไม่แน่นอน


เราต้องรู้เท่าทันความไม่แน่นอนของสังขารร่างกาย
ความไม่แน่นอนของอารมณ์ ความไม่แน่นอนของคนรอบข้าง
และของวัตถุที่เราอยู่อาศัย 
ความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการบังคับ
ให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ใต้อำนาจหรือเป็นตามใจเรา 
หากเกิดจากการยอมรับความจริงของทุกสิ่ง
และปฏิบัติต่อมันด้วยสติปัญญา 
ละสิ่งที่ควรละ บำเพ็ญสิ่งที่ควรบำเพ็ญตามความเหมาะสม

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Image by DarkWorkX from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เพียงแต่เรามาทำความรู้สึกตัวเฉยๆ


ความทุกข์นี่น่าจะเอาชนะได้ก่อนเรื่องอื่น 
ความโกรธเป็นเรื่องที่เอาชนะได้ 
นี่เราทุกข์ไปจนตาย โกรธไปจนตาย 
หลงไปจนตาย ทั้งๆ ที่ไม่มีตัวมีตน 
ยุงมันยังมีตัวตนวางไข่ได้ 
แต่ความโกรธ ความทุกข์ ความโลภ
ความหลง ไม่มีตัวไม่มีตน 
ถ้าจะสู้ก็ไม่ต้องมีกระบอกฉีดยาอะไร 
เพียงแต่เรามาทำความรู้สึกตัวเฉยๆ 
ใส่ใจกับมัน ลองดู 
ความไม่ทุกข์ ความหลุดพ้น ทุกคนมีสิทธิ์ 
อย่าสละสิทธิ์เสีย ต้องพยายาม 

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

Image by DarkWorkX from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การเข้าถึงธรรม


พระอรหันต์ก็ยังไปในงานนิมนต์ของโลก 
แล้วปุถุชนจะหนีโลกด้วยการทำตนให้พ้นโลก 
ตัดตนให้พ้นโลก โดยที่อาศัยโลก พึ่งโลก  
การเข้าถึงธรรม  คือ การทำตนเข้ากับโลกแต่ไม่ติดโลก  
การเข้าถึงธรรม ก็คือ เข้าใจโลก ที่เรียกว่า โลกธรรม ๘ 
พิจารณาโลกธรรม ๘ ซึ่งมีลาภก็หมดลาภ 
มียศก็หมดยศ มีสุขก็หมดสุข 
มีสรรเสริญก็หมดสรรเสริญ ถูกนินทา
ก็จะเห็นชัดรู้ชัด ตามเป็นจริง 
ก็เป็นอนิจจังธรรม ทุกข์ธรรม อนัตตาธรรม

พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

Image by Pexels from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





สุดยอดแห่งการดับทุกข์


เราคือใคร 
เราคือ"จิตที่ไม่มีอาการเลย"
และเราจะไปหวั่นไหว
กับสภาวะที่มัน "เกิดดับ" เพื่ออะไร 
นั้นเพราะเราไม่รู้ความจริง 
ดังนั้นการปฎิบัติ เราไม่ได้ไปละอะไรเลย 
เพียงแค่ละความยึดมั่นที่เรามีอยู่คือ อุปทาน 
เพราะเรามีสิ่งใดเรายึดสิ่งนั้น 
สิ่งนั้นเป็นทุกข์ทั้งหมด 
หากว่าเรามีสิ่งใดแล้ว ไม่ยึดสิ่งนั้นเลย 
สิ่งนั้นไม่เป็นทุกข์ทั้งหมด 
นั้นคือ สุดยอดแห่งการดับทุกข์ 
ไม่ใช่ไปแก้สิ่งที่มันมี ให้มันไม่มี 
ไปแก้สิ่งที่มันเป็น ให้มันไม่เป็น 
แต่เราทิ้งทั้งหมด ให้เราอยู่เหนือสิ่งที่มีที่เป็น 
ปล่อยขันธ์ให้เป็นเรื่องของขันธ์ไป 
เพราะ "จิตเดิมจิตแท้"เขาอิสระอยู่แล้ว

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by TeroVesalainen from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


“กุศล” เป็นชื่อแห่งความเสียสละ


“บุญ” นั้นเป็นชื่อแห่งความสุข 
ครั้นเมื่อใจมันสงบลงไปแล้วมันก็สบาย..อันนั้นแหละ 
บุญอยู่ที่ไหน ความสุขก็อยู่ที่นั่นแหละ 
เหตุนั้นท่านจึงว่า บุญนี่เป็นชื่อแห่งความสุข 
“กุศล” นี่เป็นชื่อแห่งความเสียสละ ไม่ยึด ไม่ถืออะไร 
ถ้าผู้ใดมีอุบายปัญญาสอนจิตให้ละความยึด ความถือ
ในสิ่งที่จะก่อให้เกิดราคะ โทสะ โมหะนี่นะ 
มีอุบายสอนใจให้ละ ให้ปล่อย ให้วางมันออกไป 
กุศลมันก็เกิดขึ้น ให้เข้าใจคำว่า “กุศล” มันเป็นอย่างนี้แหละ 
คือ จิตใจที่ฉลาดสามารถละกิเลสบาปอธรรม
ให้ออกไปจากดวงจิตนี้ได้ 
นี่..นี่เรียกว่า “กุศล” ให้เข้าใจ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

Image by lillaby from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สิ่งที่ต้องละทิ้ง มีเพียงความยึดมั่นถือมั่น


สรรพสิ่งในโลกนี้ก็ไม่ใช่ของเราอยู่แล้ว
ดังนั้น..
จึงไม่มีอะไรที่เราต้องละทิ้ง
สิ่งที่ต้องละทิ้ง
มีเพียงความยึดมั่นถือมั่นเท่านั้น
...สรรพสิ่งมีเพียงให้เราใช้
มิใช่ให้เราครอบครอง
แต่สุดท้ายธรรมชาติก็จะบังคับให้คืนทุกสิ่ง
กลับสู่ธาตุ คืนสู่โลก
ถึงแม้เราจะเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ
ผู้ใดหลงยึดสิ่งใดไว้ ก็จะทุกข์สิ่งนั้นจนวันตาย
เกิด ตายกี่รอบๆ ธรรมชาติก็จะสอนเธอวนซ้ำๆว่า
แม้แต่เส้นผมหรือความคิดแค่ขณะ 
ก็ยังไม่มีความเป็นเธอ เป็น เขา เป็น เรา

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by Printeboek from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา