ความสำคัญอยู่ตรงที่ หยุด!



แม้จะมีหัวข้อปฏิบัติมากมาย
แต่ความสำคัญอยู่ตรงที่ หยุด!
จะต้องย้ำอยู่อย่างนี้ ให้หยุด
ดูทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นแล้วดับหมด
พิจารณาเรื่องนี้เรื่องเดียว...

แล้วจะแก้ปัญหาในข้อปฏิบัติได้มากมาย
การไปจำหัวข้อต่างๆ มันมากจนจำไม่ไหว
ทีนี้ทำอย่างเดียว
อะไรมันโผล่มาที่จิตก็ให้หยุด 
อย่าไปเชื่อมัน อย่าไปทำตามมัน
เพราะกิเลสตัณหาเหมือนหนอน
มันชอนไชหลอกลวงอยู่ทุกขณะทีเดียว
เรามีวิธีอย่างเดียวคือ ดูมันเกิดเท่าไรก็ดับหมด
แล้วมันก็ดับอยู่อย่างนั้นจริงๆ ด้วย
ให้มองเห็นความดับเท่านั้น โดยไม่ต้องไปทำอะไรเลย
แล้วอย่างนี้มันจะง่ายไหม?


ท่าน ก.เขาสวนหลวง
Image by StockSnap from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ไม่ต้องเจตนาดับ


ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ทุกสภาวะ
ไม่มีตัวตน อันแท้จริง
ไม่มีที่อยู่ ไม่คงทน
ในที่ใดที่แน่นอน
ในกาย ในวาจา หรือ ในจิต
เป็นดั่งสายลม
ที่ผ่านมาผ่านไป
ในอากาศธาตุของมันเอง
ไม่ต้องเจตนาดับตัวตน
ไม่ต้องเจตนาดับความคิด
ไม่ต้องเจตนาดับอารมณ์
เพราะไม่เคยมีตัวตนให้ดับ
แค่คลายอุปาทานว่ามีตัวตน
ไม่มีความเป็นเจ้าของอุปาทานว่าเป็นตัวเป็นตน
ก็แค่เป็นดั่งสายลมที่พัดผ่านไปเอง

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม
Image by shilmar from Pixabay


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


“พระนิพพาน” เป็นสถานที่รองรับดวงจิต ผู้ที่เห็นโทษในกามคุณ


“พระนิพพาน” นั้นเป็นสถานที่รองรับดวงจิต
ของผู้ที่เห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย 
ผู้เห็นโทษในความผูกพันอะไรต่ออะไร
อยู่กับโลกสงสารอันนี้ 
เห็นว่ามันยุ่งเหยิง มันเป็นทุกข์มาก 
มันมีแต่ทุกข์ มันไม่มีสุข 
คำว่าสุขก็สุขชั่วคราว 
ไม่ได้สม่ำเสมอไปเลย 
มีทุกข์นั่นแหละมากกว่าสุขโลกสันนิวาสอันนี้ 
แต่อาศัยกิเลสตัณหามันย้อมจิตใจของคน
ทำให้คนชื่นชมยินดี กับรูป เสียง กลิ่น รส 
เครื่องสัมผัสอันโลกสมมติกันว่า น่ารักใคร่ น่าพอใจต่างๆ 
ที่มันจะยินดีพอใจอยู่ก็เพราะมัน
ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอวิชชาตัณหานี้เอง

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

Image by superemelka on pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เมื่อไม่ยึดถือในความสุข


เมื่อไม่ยึดถือในความสุขเลยนั้นแหละ
จึงเป็นสุขในความหมายที่แท้จริง 
"บุญแท้" เมื่อไม่อยากจะมีบุญ 
เมื่อไม่ต้องการบุญ คือบุญที่แท้จริง 
ธรรมะสูงสุดเมื่อไม่มีธรรมะที่จะเอามายึดถือ 
ว่าเป็นของกู นั้นคือธรรมสูงสุด 
ภาวะสูงสุด คือภาวะที่ไม่ยึดถืออะไรไว้เป็นตน 
เรียกว่า นิพพาน หรือหลุดพ้น 
รู้จักตนที่แท้จริง ต่อเมื่อไม่เห็นว่าไม่มีตนที่แท้จริง 
คือ ความว่างจากตัวตนนั้นแหละ

ท่านพุทธทาสภิกขุ
Image by Stevebidmead on pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ไม่ได้สอนให้แสวงหาอะไรมาเพิ่มเติม


พระพุทธเจ้าท่านละได้ ทั้งสังขารที่เป็นบาป 
และสังขารที่เป็นบุญ 
อารมณ์ที่เป็นกุศล อารมณ์ที่เป็นอกุศล
ผู้ปฏิบัติธรรม ชอบมีความต้องการ 
ชอบมีความปราถนา 
ถึงจะต้องการปรารถนา ส่วนกุศล ส่วนเป็นคุณธรรม 
แต่ความปรารถนานั้น ก็ยังเป็นความปรารถนาอยู่
ให้ละความปรารถนานั้นเสีย 
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ท่านให้ละให้ปล่อยวาง 
ไม่ได้สอนให้แสวงหาอะไรมาเพิ่มเติม
คำว่า "ศีล สมาธิ ปัญญา" ก็ไม่ต้องหามาเพิ่มเติม
เพียงแต่ "ละบาป ละความชั่ว" ศีลก็ปรากฏขึ้นที่จิต 
บาปอย่างหยาบ บาปอย่างกลาง 
แม้แต่บาปอย่างพรหมณ์ละเอียด ก็ให้ละ
ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน 
เพราะใจของเรา "เป็นศีล" อยู่แล้ว 
"สมาธิ" ก็จิตนั่นแหละเป็น 
ละให้หมด อะไรที่มันคั่งค้างอยู่ในใจ 
สิ่งที่เราพอใจ สิ่งที่เราปรารถนา ละให้หมด 
สิ่งที่เราชอบใจ สิ่งที่เราไม่ชอบใจ ก็ละให้หมด

หลวงปู่แบน ธนากโร
Image by Pexels on pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ปฏิบัติธรรมจะไปยากอะไร


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สนใจเรื่องดับทุกข์ แค่มาสนใจตัวเรานี่แหละ


ใครที่สนใจเรื่องดับทุกข์
แค่มาสนใจตัวเรานี่แหละ
สติ คือ ความรู้สึก
ตัว คือ กาย คือ จิต
มันไม่ไปไกลกว่าสองสิ่งนี่หรอก
เมื่อมีการเคลื่อนไหวของกาย เราก็รู้สึก 
จะเดินก็รู้สึก นั่งก็รู้สึก นอนก็รู้สึก
จะเคลื่อนไหวทำอะไรก็ตาม
เพียง "เติมความรู้สึกตัวเข้าไป"
ไม่มีอะไรมาก เมื่อเรารู้สึกตัวไปเรื่อยๆ 
จิตเราจะผ่อนคลาย 
เพราะหมดการปรุงแต่ง
มันจะเห็นสิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้นกับจิต
(ความคิด อารมณ์ต่างๆ) 
และจะจัดการกับสิ่งผ่านมา
โดยการปล่อยให้สิ่งนั้นผ่านไป 
โดยไม่ได้ทำอะไร 
เป็นเพียงการเกิดขึ้นและดับไปเอง
เป็นการเห็นว่า ไม่มีตัวตนอยู่จริง 
นี่คือ อานุภาพของการรู้สึกตัวล้วนๆ

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม
Image by Engin_Akyurt on pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



พยายามจะไม่ให้หลง ก็จะเป็นหลง


การพยายามรักษาสติไว้ 
พยายามจะไม่ให้หลง ก็จะเป็นหลง
และเป็นอวิชชาในทันที 
ให้มีสติสังเกตทุกขณะปัจจุบัน
ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในใจ 
ให้เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่สังขารปรุงแต่ง 
แล้วปล่อยวางสังขารอย่างที่มันเป็น 
ไม่เข้าไปปรุงแต่งเป็นตัวเรามีส่วนได้เสีย 
หรือไปยึดถือสังขารปรุงแต่งทุกชนิด 
เมื่อสิ้นยึดจะพบใจที่ว่างเปล่า และ
การไม่ยึดถือแม้ใจที่ว่างเปล่าที่บริสุทธิ์
จึงจะสิ้นอวิชชาอย่างแท้จริง

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย
Image by birgl on pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



นิพพานัง ปรมัง สุญญัง


นิพพานัง ปรมัง สุญญัง
ความสุขระดับของพระนิพพานนี้ก็เกิดจาก...
▪การมีจิตที่ว่างจากทุกสิ่งทุกอย่าง 
▪ไม่ยึด ไม่ติด ไม่พึ่งพาอะไรต่างๆ มาเป็นเครื่องมือ ให้ความสุข 
▪ไม่ยึดไม่ติดกับลาภยศ สรรเสริญ กับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ 
▪ไม่ยึดไม่ติดกับ รูปเวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณ 
ไม่ยึด ไม่ติดกับธรรมารมณ์ต่างๆที่มีอยู่ภายในจิตคือปล่อยวางหมด 
▪สลัดทิ้งไปหมด จึงทำให้ใจนี้ว่างเต็มร้อย
พอใจว่างเต็มร้อยเป็นปรมัง สุญญัง 
ใจก็จะเป็นปรมัง สุขัง เป็นบรมสุขขึ้นมา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
Image by geralt on pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





เมื่อเรามากำหนดนึกอยู่ในลมหายใจ


เมื่อเรามากำหนดนึกอยู่ในลมหายใจ 
ด้วยความมีสติสัมปชัญญะเช่นนี้ 
ก็จะเป็นพุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ และสังฆานุสสติ 
นอกจากนี้ยังเป็นกายคตาสติ 
อานาปานสติ และมรณานุสสติอีกด้วย

ท่านพ่อลี ธัมมธโร
Image by truthseeker08 on pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา