ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้จริง


ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้จริง
เกิดจากการลดความยึดมั่นในทิฏฐิและความเห็น
ความถ่อมตนงอกงามเมื่อเราไม่ต้องกังวล
ต่อภาพลักษณ์ตนเองในสายตาคนอื่น
และเห็นว่าความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย

 พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




จงทำญาณเห็นจิตให้เหมือนตาเห็นรูป


คำว่า "จงทำญาณเห็นจิตให้เหมือนตาเห็นรูป"
ประโยคสั้นนิดเดียว ครอบคลุมธรรมะมหาศาล
ทำอะไร ทำญาณ
"ญาณ" คือ ปัญญา
ไม่ใช่บอกว่า จงมีสติเห็นจิตนะ
จงมีญาณเห็นจิต ญาณคือปัญญา
ญาณเป็นตัวปัญญาเห็นไตรลักษณ์

ถ้าสติเห็นตัวสภาวะ ตัวปัญญาเห็นไตรลักษณ์
-สติ เห็นสภาวะ เช่น เห็นตัวความโกรธ..สติเป็นตัวรู้
-ปัญญา เป็นตัวเข้าใจถึงความเป็นไตรลักษณ์
ว่าสิ่งที่สติไประลึกนั้นล้วนแต่ไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
เพราะฉะนั้นการดูจิตนี้ไม่ใช่ใช้สติไปดู
แต่ใช้ปัญญาไปดู
คือดูให้เห็นไตรลักษณ์
ดูความเป็นไตรลักษณ์ของจิต
ไม่ใช่ดูตัวจิต..
เพราะฉะนั้น เราเห็นจิตเหมือนตาเห็นรูป
หมายความว่า จิตเป็นอย่างไรก็เห็นเป็นอย่างนั้น
ไม่ใช่เข้าไปแทรกแซง
แต่เห็นด้วยญาณ สภาวะจิตเป็นอย่างไร
ทุกๆ สภาวะนั้นล้วนแต่แสดงไตรลักษณ์
ดูเข้าไปตรงนี้ 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ทิ้งโลกออกจากใจ ไม่ใช่หนีโลก


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผู้เห็นการณ์ไกลควรหัดเสียสละ


ผู้เห็นการณ์ไกลควรหัดเสียสละ
คราวละเล็กละน้อย
เป็นการสร้างนิสัย อุปนิสัย 
และอัธยาศัยที่ดีให้แก่ตน 
นิสัยนั้นจะค่อยๆ หยั่งรากลงลึก
เป็นอุปนิสัยสันดานที่มั่นคง ทำลายยาก 
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการเสียสละ
จะค่อยๆ แผ่ขยายวงกว้างออกไป 
จนสามารถทำสิ่งที่
คนทั้งหลายอื่นทำได้โดยยาก
เช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความดี
และความสุขของโลก

อ.วศิน อินทสระ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การยอมเขา ใช่ว่าเรายอมแพ้


การยอมเขา ใช่ว่าเรายอมแพ้ 
แต่เราจะแก้ ฝึกตัวฝึกใจให้จิตสงบ 
สยบอยู่ภายใน ด้วยการให้อภัย 
ไม่รบใครนั้น
ชนะใจตน

เกร็ดธรรมะจากวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อยู่"ให้" ... จึงจะเป็นสุข


อยู่"ให้" ... จึงจะเป็นสุข
ถ้าอยู่ "เอา" ความสุขจะหายไปโดยธรรมชาติ...
แม้แต่ธรรม 
คิดแต่จะ "เอาธรรม" ก็เลยพยายามจะ "ทำเอา"
ทำเอาธรรม อาจทำได้
แต่ก็เพียงแค่ "ได้ทำ"
ไม่มีทาง "ได้ธรรม" ...
ความสุข ความสงบ ความสันติน่ะ มันคือผล
แล้วตามหลักธรรมชาติ
สิ่งทั้งหลายล้วนเกิดแต่เหตุปัจจัย
แล้วหนึ่งในเหตุปัจจัยแห่งความสุข
ก็คือ ก า ร เ ป็ น ผู้ ใ ห้ นี่ ล่ ะ . . .

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

Cr.Facebook Lovely Ole

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผู้เห็นทุกข์จริง ย่อมอยู่เหนือทุกข์..


ผู้เห็นทุกข์จริง ย่อมอยู่เหนือทุกข์.. 
จึงมองเห็นทุกข์ได้ชัดเจนว่า 
ทุกข์เป็นของปกติของกาย 
เวทนา (สุข - ทุกข์) ต่างก็ทำหน้าที่ของตนไปตามปกติของกาย 
จิตมองเห็นทุกข์ของกายด้วยปัญญา 
จิตไม่ยอมหลงยึดว่ากายนี้เป็นเราเป็นของเรา 
จิตในขณะนั้นจึงพ้นทุกข์ได้ 
เลยมีความสุข เพราะอยู่เหนือทุกข์ 
มองเห็นทุกข์กายดุจมองเห็นบ้านที่กำลังไฟไหม้ 
แต่เจ้าของบ้านไม่ร้อน ไม่ทุกข์ 
เพราะยืนอยู่นอกบ้านที่กำลังไฟไหม้ 
นี่คือพุทธพจน์

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


วางได้ สบายมากเหมือนดังคนที่ตายแล้ว


ใจวิมุตติหลุดพ้น ไม่ยึดไม่ถือ 
วางแล้วสบาย 
ทำใจให้วางอยู่ทุกวัน 
มีชีวิตอยู่ก็วางอยู่ วางแต่ยังไม่ตาย 
วางได้ สบายมากเหมือนดังคนที่ตายแล้ว 
หัดทำใจให้เป็นไปอย่างนี้เสมอๆ วางอยู่เสมอๆ 
เราก็จะไม่มี เราก็จะไม่ทุกข์ ไม่สุข 
ไม่หวง ไม่ห่วง ไม่ติดในห้วงมหรรณพ 
สักว่าแต่อยู่ สักว่าแต่ใช้อาศัยไปเฉยๆ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อารมณ์เป็นเชื้อโรคทางด้านจิตใจ


สำหรับนักปฏิบัติธรรมทั้งหลาย 
อารมณ์เป็นเชื้อโรคทางด้านจิตใจอย่างร้ายแรง 
ถ้าท่านปล่อยให้จิตใจของท่าน
เสพอารมณ์อยู่ตลอด 
จิตใจของท่านก็จะไม่มีพลัง 
หาความเป็นหนึ่งไม่ได้ 
หาความเป็นสมาธิก็ไม่ได้ 
มั่วสุมมืดบอดอยู่กับอารมณ์..
ผลที่ได้รับก็เป็นการต่อภพต่อชาติไม่มีที่สิ้นสุด 
นรกบ้างสวรรค์บ้าง...

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อย่าเสียเวลาไปสนใจสังโยชน์


ถาม: มีพระรูปหนึ่ง พูดเรื่องสังโยชน์ 10 และบอกว่าให้หนูไปทำความเข้าใจ เพื่อจะได้รู้ความก้าวหน้าของตัวเอง..

ตอบ: นี่แหละเป็นสาเหตุให้การสอนพุทธศาสนาในเมืองไทยไม่ก้าวหน้า เพราะไปสนใจที่ผลลัพธ์ สังโยชน์ 10 คือผลลัพธ์ เหมือนอิ่มข้าว เราจึงอย่าไปสนใจ ที่สนใจคือการกินอาหาร เมื่อกินมากพอมันอิ่มเอง...เราไม่จำเป็นต้องมานั่งดู ว่าเราอิ่มมากอิ่มน้อย อิ่มไปกี่กิโลกี่ขีด ไปดูทำไม การดับทุกข์ก็เช่นกัน อย่าเสียเวลาไปสนใจสังโยชน์ เมื่อถึงเวลา มันละของมันเอง การไปมัวสนใจดูนั่นแหละ กิเลสตัวเป้ง อยากมีอยากเป็นอยากได้โผล่มาทักทายทุกครั้งที่ดู... อย่าไปปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้...จงปฏิบัติเพื่อหมดทุกข์ ใช้ความหมดทุกข์เป็นเครื่องวัดผลการปฏิบัติ ถูกต้องแน่นอนที่สุด ใช้สังโยชน์ชี้วัดมันคลาดเคลื่อน ไม่แน่นอน และก่อกิเลสได้ตลอดเวลา

สมสุโขภิกขุ จากหนังสือ คู่มือวิปัสสนา หน้า ๕๖

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา