ธรรมแสวงหาธรรมดาสามัญ



โลกแสวงหาความเป็นเลิศ
ธรรมแสวงหาธรรมดาสามัญ

ท่านเขมานันทะ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

นิพพาน ไม่ใช่จุดสิ้นสุด


นิพพาน ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
แต่เป็นจุดเริ่มต้น ของ
การมีชีวิตในโลกสมมติ
อย่างไม่ยึดติดในสมมติ

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





ย่อมอิสระ หลุดพ้น เอง


เมื่อแสงแห่งปัญญา ส่องสว่างในใจ
ความมืดมนก็จักมลายหายไปเอง
เมื่อไม่ต้องการสิ่งใดๆ แล้วนั้น 
ย่อมอิสระ หลุดพ้น เอง
เมื่อใดที่จิตว่าง จึงจะได้เห็นโลกทั้งหลาย 
ไร้ความหมาย ด้วยประการทั้งปวง...
"สพเพ ธมมา นาลํ อภินิเวสาย” 
สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


หาพระอรหันต์ที่ตัวเอง


จะหาพระอรหันต์ที่ไหนกัน 
ถ้าจะหาก็หาที่ตัวเองนั่นล่ะ 
ท่านถูกบังอยู่ เอาสิ่งบังออกซิ
แล้วจะพบพระอรหันต์ที่ "ความไม่มีอะไร" 
ตั้งชื่อให้สภาพนั้นว่า "สุญญตา"

อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การฝึกใจให้หนักแน่นเป็นหน้าที่


การฝึกใจให้หนักแน่นให้ตั้งมั่นอยู่ในบุญในกุศล 
ตั้งมั่นอยู่ในสติในปัญญานี้ 
เป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ผู้ต้องการความสุขอันเป็นแก่นสาร ผู้เบื่อหน่ายต่อความทุกข์ 
เราจะต้องพยายามฝึกจิตใจนี้ให้หนักแน่น ให้มีที่พึ่งอันมั่นคงไว้ 
เมื่อเวลาความตายมาถึงเข้า จิตใจนี้ก็จะไม่ได้หลงไม่ได้ลืมตัว 
มันจะไม่หวั่นไหวไปตามทุกขเวทนาต่างๆ นั้น 
มันจะนึกถึงความดีได้ 
นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ได้ 
นึกถึงบุญกุศลที่ทำมาได้

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ใช่ปฏิบัติแล้วจะเอาผลเลย


ไม่ใช่ปฏิบัติแล้วจะเอาผลเลย
ไม่ใช่อย่างนั้นนะ 
มันต้องพอใจสร้างเหตุ  พอใจปฏิบัติ 
ปฏิบัติแล้วก็ต้องไม่อยากด้วย 
ถ้าอยากเมื่อไหร่ มันผิดทางเลย 
มันมีอัตตา มันสร้างตัวตนขึ้นมา 
มันถึงต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า 
เราปฏิบัตินี่ เพียงแค่พอใจสร้างเหตุ
พอใจปฏิบัติ เท่านั้น 
ส่วนผลเป็นยังไงแล้วแต่สภาวธรรม 
จะช้าจะเร็ว มันก็ไม่เป็นไร

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้ปฏิบัติเพื่อความเห็นภัย



ผู้ปฏิบัติเพื่อความเห็นภัย
ต้องเป็นผู้มีสติระลึกรู้อยู่กับใจตลอดเวลา
ไม่พลั้งเผลอได้เป็นการดี
ความไม่พลั้งเผลอนั่นแล
คือทำนบเครื่องป้องกันกิเลสต่างๆ
ที่ยังไม่เกิด ไม่ให้มีโอกาสเกิดขึ้นได้
ที่มีอยู่ซึ่งยังแก้ไม่หมด
ก็ไม่กำเริบลำพอง

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ที่เรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม



ถ้าวันใดเข้าใจธรรมะแล้ว 
เห็นว่ากายกับใจไม่ใช่ตัวเรา 
อันนี้แหละที่เรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม 
พระโสดาบันมีดวงตาเห็นธรรม 
คือได้เห็นความจริงว่ากายกับใจไม่ใช่เรา 
ตัวเราไม่มี

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


วิมุติ คือ จิตถอยเข้าสู่ “ความว่าง”


วิมุติ คือ จิต  มันถอยเข้าสู่ “ความว่าง”
ท่านผู้ถึงวิมุติ มันก็เป็น “สักแต่ว่า” 
มันเป็นกิริยาของจิต มันเป็นความรู้สึก 
“ของเก่าๆ" มันก็ยังมีอยู่ แต่ “มีอยู่ สักแต่ว่ามี” 
มีก็เหมือนกับว่า มันไม่มี 
มัน “ขาดอุปาทาน” ขาดความยึดแน่น 
ไม่สำคัญมั่นหมาย ว่ามันเป็นจริงเป็นจัง 
เห็นเป็นสักว่า เห็นด้วย “ปัญญา” 
เท่ากับ “ถอนอุปาทาน” ในตัวมันแหละ

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การละอวิชชาตัณหาคืออะไร


ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ เป็นสิ่งที่ควรรู้ 
คือให้สติดูมัน ให้ระลึกรู้มัน 
สมุทัยคือสิ่งที่ควรละ 
คือละตัณหา ละอวิชชานั่นเอง 
อวิชชาตัณหาเป็นสมุทัย 
การละอวิชชาตัณหาคืออะไร 
ไม่เอา "เรา" เข้าไปในนั้นน่ะ 
เป็นกลางนั่นเอง 
ถ้าเอาเราเข้าไปในขันธ์ ๕ 
ไปยึดขันธ์ ๕ เมื่อไร นั้นล่ะเป็นอวิชชา

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา