รู้ไม่ติดความรู้ คือธรรมชาติธาตุแท้อันบริสุทธิ์



ดีก็“รู้” ดีไม่ใช่“รู้” “รู้” ไม่ใช่ดี
ชั่วก็“รู้” “รู้”ไม่ใช่ชั่ว ชั่วไม่ใช่ “รู้” 
คือรู้ไม่ติดความรู้ รู้ไม่ติดสิ่งที่รู้
นั่นแหละคือธรรมชาติธาตุแท้อันบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เหมือนน้ำที่อยู่บนใบบัว

ท่านพ่อลี ธัมมธโร 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้องพัฒนาจิตให้พ้นจากความอาวรณ์



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจวาง ใจว่าง จะเกิดสุขพิเศษ



..ถ้า “ดู” อยู่เฉยๆ มันวาง ไม่ยึด ไม่ถือ
เมื่อวางได้แล้ว มันก็ว่าง
จิตมันว่างแล้ว อะไรๆ มันก็ไม่เป็นของเราทั้งนั้น
อย่าไปสำคัญมั่นหมายว่าเรารู้แล้ว เฉยๆ ไว้
ถ้าใจเป็นอย่างนี้
มันสุขหรือมันทุกข์ ใจวาง ใจว่าง
มันจะเกิดสุขพิเศษขึ้นมา
มันอยู่ที่นี่เอง ตามหามันมาพอแรงแล้ว
ในที่สุดก็เจอ
คำว่า “รู้” มันเป็นใจเป็นจิตแท้..

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หลง เผลอ เหม่อลอย เป็นจิตอกุศล



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เฝ้าดูจิตตามเป็นจริง ของจริงจะปรากฏ



อย่าหลงโมหะว่าเป็นสติ
อย่าหลงสัญญาว่าเป็นปัญญา
อย่าหลงสมมุติว่าเป็นวิมุตติ
เฝ้าดูจิตตามเป็นจริง
ของจริงจะปรากฏ
แก่ผู้เพียรเฝ้าดูจริงๆ

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ไม่ต้องมุ่งหน้าดับอวิชชา



ไม่มีใครดับอวิชชาได้ แต่ถ้าเมื่อไรเกิดวิชชา
อวิชชาจะดับเอง
วิชชาเหมือนแสงสว่าง อวิชชาคือความมืด
ทันทีที่แสงสว่างเกิดขึ้น ความมืดก็หายไปเอง
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องมุ่งหน้าดับอวิชชา
แต่ให้มุ่งหน้าทำให้เกิดวิชชาขึ้นมา
วิชชาอันแรกก็คือการรู้แจ้งในกองทุกข์
ถ้ารู้ทุกข์แจ่มแจ้งเมื่อไร ก็ละสมุทัยโดยอัตโนมัติเมื่อนั้น
ถ้าละสมุทัยเมื่อไร ก็แจ้งนิโรธเมื่อนั้น
ถ้าแจ้งนิโรธเมื่อไร ก็เกิดอริยมรรคเมื่อนั้น
ดังนั้นงานกรรมฐานจริงๆ คือการรู้ทุกข์
เมื่อรู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้ว ก็เป็นอันเกิดวิชชา
ละอวิชชาได้ทั้งหมด

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความรู้สึกตัวตัดกระแสการไหลออก



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่น..




เมื่อใดท่านไม่ยึดมั่นถือมั่น
ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไปตามหน้าที่ของมัน
ท่านก็จะพ้นจากความเกิด และความตาย
ท่านจะเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่าง (จิตเปลี่ยน)
ท่านจะเป็นนายของจิต คือมีกำลังใจ
ซึ่งไม่มีอะไรจะมาขัดขวางได้
ท่านจะพบกับความสงบสุขทุกหนทุกแห่ง..

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

หนังสือโพธิธรรมคำสอนหน้า 35
แปลโดย พุทธยานันทภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็น ทุกขัง..



ถ้าไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็น ทุกขัง 
ก็จะเกิดการ "ขังทุกข์"
ถ้าไม่เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นแค่ชั่วคราว
ก็จะเกิด "คราวชั่ว"

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิถีจิตย่อมเดี๋ยวมัวเดี๋ยวสว่าง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา