ผู้ที่จะไม่เกิดอีก คือผู้ที่จิตไม่เกาะอะไรเลย



อารมณ์ คือ ภพ ใครตายด้วยอารมณ์ใด 
ย่อมบังเกิดในอัตภาพนั้นๆ ตามอารมณ์ 
อารมณ์เกิดจากการที่จิตเกาะสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ 
อดีตบ้าง อนาคตบ้าง สมาธิบ้าง เวทนาต่างๆ บ้าง 
ผู้ที่จะไม่เกิดอีก คือผู้ที่จิตไม่เกาะอะไรเลย 
ไม่เกาะเพราะรู้ตามจริงว่า มันไม่เที่ยง 
วันใดที่กายแตก มันจะดับวูบลง โดยไร้ภพคือแดนเกิด 
ไร้ที่เกาะ ดังแสงเทียนที่ดับวูบหายไป ไร้ที่ไป ไร้ที่มา

ครูบาไตรภพ  วัดป่าโคกเจริญธรรม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ป่วยกาย ไม่ป่วยใจ ถ้าวางใจเป็น




ป่วยกายแต่ใจไม่ป่วยนั้น เป็นไปได้
หากรู้จักวางใจให้เป็น 
ยิ่งกว่านั้นใจที่มีสติและปัญญา 
ยังสามารถหาประโยชน์
จากความเจ็บป่วยได้ด้วย 
เช่น ทำให้เกิดความเข้าใจ
ในความเป็นจริงของชีวิต 
ความเจ็บป่วยจึงสามารถ
เป็นปัจจัยผลักดันให้ชีวิต
เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น 
ทำให้จิตใจเจริญงอกงามและเป็นสุข


พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


รู้ความปรุงแต่งลูกเดียว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ศีลสำคัญมากสำหรับการภาวนา



ศีลมีไว้สู้กับกิเลสหยาบ ศีลมีประโยชน์มาก
คนในสมัยนี้คิดว่าการรักษาศีลเป็นเรื่องของคนโง่งมงาย 
คนจำนวนมากเชื่อว่าผิดศีลเล็กๆ น้อยๆ ไม่เป็นไร 
แต่ถ้าเราภาวนาไปสักระยะหนึ่ง 
เราจะพบว่าศีลเล็กๆ น้อยๆ ก็สำคัญ 
เวลาที่เราล่วงศีล จิตใจที่เคยสงบเย็น ก็จะไม่สงบเย็น 
จิตที่เคยมีสมาธิ ก็จะฟุ้งซ่าน

อ.ประสาน พุทธกุลสมศิริ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เห็นธรรมคือ เห็นกายเห็นใจตนเองตามที่เป็นจริง



คำว่า “เห็นธรรม” ต้องเป็นการ “เห็น” ไม่ใช่ไป “เอา”
คนที่มีดวงตาเห็นธรรม เขาไม่ได้เห็นอะไร 
เป็นการเห็นกายเห็นใจตนเองตามที่เป็นจริง 
การเห็นสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็น การเห็นแสงสี 
เห็นตัวเลข เห็นเบอร์ เห็นเทวดา นรก สวรรค์ นั้น 
ไม่ใช่เห็นธรรมะหรอก เป็นความหลงทั้งหมด ..
 ของจริงมันต้องเห็นทั้งลืมตาหลับตา 
เพราะการเห็นธรรม มันเห็นด้วย "ตาปัญญา" 
จึงเห็นได้ทั้งในที่มืดที่สว่าง

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


แค่รู้ว่ามีความคิดปรุงแต่งก็พอ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หน้าที่ต่อความโกรธ คือดู รู้ตามที่เป็น



..ขณะที่กำหนดดูใจที่โกรธ
ผู้ปฏิบัติต้องวางใจให้เป็นกลาง
ไม่ใช่กำหนดเพื่อให้โกรธดับไป
แต่ให้เข้าไปรู้ลักษณะของความโกรธ
จนกว่าความโกรธนั้นจะดับไปเอง
หน้าที่ของเรามีเพียง "กำหนดดู รู้ตามที่เขาเป็น
แต่ไม่ใช่กำหนดให้เขาเป็น"
นี่คือการเข้าไปจัดการกับกิเลสแล้ว

หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ชาตินี้ต้องได้พระโสดาบัน



เราต้องตั้งเป้าเอาไว้ให้ดีเลย ชาตินี้ต้องได้พระโสดาบัน 
ตั้งเอาไว้อย่างนี้ ใครว่าโลภก็โลภล่ะวะ เอาไว้ก่อนแหละ 
ตั้งเป้าไว้ก่อน ชาตินี้ขอเป็นพระโสดาบันให้ได้นะ 
ชาวพุทธต้องเอาอย่างนั้นเลยนะ ไม่ใช่ขอทำบุญทำทาน 
นั่งภาวนาทำสมาธิ อีกแสน ๆ ชาติข้างหน้าค่อยให้ได้ธรรมะ
โง่น่ะสิ ธรรมะของพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้เนิ่นช้าปานนั้นนะ 
ธรรมะของพระพุทธเจ้าให้ผลรวดเร็วมากเลย 
ถ้ารู้จักปฏิบัติที่ถูกต้อง ปฏิบัติได้สมควรแก่ธรรม 
ทำให้ถูกต้องก่อน แล้วก็ทำให้พอ
แค่นี้เอง ไม่เนิ่นช้าเท่าไหร่หรอก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ต้องตามรู้ ตามดูความคิด



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เข้าไปในความคิด จึงทุกข์



ความคิดนี่ มันสามารถทำให้คนทุกข์ได้
ความรู้สึกตัวนี่มันสามารถไปตัดความทุกข์ได้หมด..
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมนั้นมันไม่สามารถที่จะปรุงเราได้
ถ้าหากทุกคนรู้อย่างนี้แล้ว ก็ไม่มีเรื่องอะไรทั้งหมด
คนมันไม่รู้จัก มันเข้าไปในความคิด
ความคิดก็เลยปรุงให้อันนั้นดี อันนี้ดี
มันก็ทุกข์ขึ้นมา..

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา