ธรรมะประจำวัน ให้รู้กายใจไว้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เพียงแต่รู้เฉยๆ กิเลสไม่มี




จิตที่มันส่งส่ายไปหาอารมณ์ภายนอกนั้น มันส่งส่ายไปหากิเลส
ถ้าหากเรากำหนดรู้เท่าทัน 
อย่าไปหมายมั่นสัญญาจดจำแลปรุงแต่ง
ให้มีเพียงแต่รู้เฉยๆ กิเลสมันก็จะไม่เกิดขึ้น
เพราะจิตนี้กว่าจะเกิดกิเลสขึ้น
มันต้องจดจำ ดำริ ปรุงแต่ง มันจึงเกิดขึ้น
ถ้าเพียงแต่รู้เฉยๆ กิเลสไม่มี
เช่น ตาเห็นรูป ก็สักแต่ว่าเห็น
มันก็ไม่เกิดกิเลสอะไร


หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ต้องฝึกทำให้จิตรู้อารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ



การดูจิต
****

ต้องฝึกทำให้จิตรู้อารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ 
ไม่บังคับให้จิตรู้นั่นรู้นี่ 
มีสิ่งใดหรืออารมณ์ใดปรากฏเด่นชัด ก็ให้รู้สิ่งนั้น 
รู้แล้วไม่แก้อารมณ์ รู้แล้วไม่เพ่งใส่อารมณ์ 
รู้แล้วไม่บังคับจิตไว้กับอารมณ์ 
รู้แล้วไม่บังคับจิตให้ออกจากอารมณ์หนึ่งไปรู้อีกอารมณ์หนึ่ง 
แล้วจิตก็จะรู้อารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ
หรือรู้อารมณ์อย่างมีความรู้ตัว

อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หมั่นสังเกตความรู้สึกที่กายใจไว้เสมอ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้ายินดีเมื่อเราวางอุเบกขาได้..




ถ้ายินดีเมื่อเราวางอุเบกขาได้
ก็คือการทำลายอุเบกขาอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จงถอนความยึดมั่นในอุเบกขาเสียด้วย
จึงจะละความยินดียินร้ายต่อโลกได้เด็ดขาด

พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เรื่องก็จบกัน ณ ที่นั้น



คำถาม :

เมฆหมอกที่มาบดบังจิตหรืออาการของจิตหรือเจตสิก หรืออุปกิเลสหรืออนุสัย ..
หลวงปู่มีอุบายอย่างไรในการถอดถอนครับ

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ตอบ :

เมฆก็ตามหมอกก็ตาม จิตก็ตาม อาการของจิตก็ตาม 
เจตสิกก็ตาม จะใส่ชื่อลือนามสักเพียงใดก็ตาม
 ถ้า “เรา” ไม่มีในที่นั้นๆ “ของเรา” ก็ไม่มีในที่นั้นๆ 
พิษสงก็ไม่มีในที่นั้นเอง 
การพิจารณาว่าเราไม่มีในที่นั้น เราไม่มีในที่ใดๆ ทั้งนั้น 
ของเราก็ไม่มีในที่ใดๆ ทั้งสิ้น 
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เรื่องก็จบกัน ณ ที่นั้นไป 
ทำท่าทำทาง “วาง” เป็นอันผิดทั้งนั้น 
เพราะมันเป็นกริยาเป็นเหตุ เป็นกรรม เป็นวิบากในตัว

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผ่อนคลายความรู้ทั้งร่างกาย ออกไปกับลม



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

"รับรู้" แต่ไม่ "รับเก็บ" ก็ว่างแล้ว



ใจเราว่างแล้ว  จิตของเราก็บริสุทธิ์ ไม่มีอะไร  
ตาเห็นรูป จิตก็ว่างจากรูป  หูได้ยินเสียง จิตก็ว่างจากเสียง  
จมูกได้กลิ่น จิตก็ว่างจากกลิ่น   ลิ้นได้ลิ้มรส จิตก็ว่างจากรส  
กายได้สัมผัส จิตก็ว่างจากสัมผัส  
ใจรับรู้ธรรมารมณ์ จิตก็ว่างจากธรรมารมณ์ 
 พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่าสิ่งเหล่านั้น  “ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่ของเรา”
เมื่อรู้ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา 
เราก็ "รับรู้" แต่ไม่ "รับเก็บ" ก็ว่างแล้ว 
เพราะตาเรายังดีอยู่ก็มีสิทธิจะเห็นได้ 
หูเรายังดีอยู่ก็มีสิทธิที่จะฟังได้ 
จมูกเรายังดีอยู่ก็สูดดมได้  
ลิ้นเรายังดีอยู่ก็รู้รสได้  
กายสัมผัสดีอยู่ก็สัมผัสได้  ใจเราปกติดีอยู่ก็รับรู้อารมณ์ได้ 
แต่เรารับรู้ว่าไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ก็"ว่าง" แล้ว..
ในขณะที่จิตเราไม่ได้ระลึกถึงอะไร 
ไม่ว่า รูป เสียง  กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ 
นั่นแหละ "ว่าง " เดี๋ยวจะนึกว่า "ว่าง" ยาก !

พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ตื่นเช้ามา ภาวนาดูนะ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนทั้งโลกทะเลาะกันเพราะกาม



คนทั้งโลกทะเลาะกันเพราะกาม ละกามเสียได้ 
ความพยาบาท ความมุ่งปองร้าย 
ความหงุดหงิดรำคาญ ความลังเลสงสัย 
ความหดหู่ใจ จะหายไปจากจิต 
คงเหลือแต่ความสว่างไสวของจิต
ละอารมณ์ทั้งหลาย อันมาจากความข้องผูกในกาม 
ด้วยการผูกจิตไว้กับลมหายใจ และเฝ้ารู้ความเกิดดับ 
หรือพระอนิจจัง กามจะหายไปจากจิตในที่สุด

ครูบาไตรภพ  วัดป่าโคกเจริญธรรม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา