บริกรรมพุทโธ กับการตามรู้จิต คือหลักเดียวกัน




บริกรรมพุทโธ กับการตามรู้จิต คือหลักเดียวกัน
*******************************


...ภาวนาพุทโธเอาไว้ พอจิตมันอยู่กับพุทโธ ก็ปล่อยให้มันอยู่ไป 
พอทิ้งพุทโธแล้วไปคิดอย่างอื่น ปล่อยให้มันคิดไปแต่ให้มีสติตามรู้


พุทโธที่เรามาท่องเอาไว้
๑. เพื่อระลึกถึงพระบรมครู
๒. เพื่อกระตุ้นเตือนจิตให้เกิดความคิดเอง


ทีนี้เมื่อจิตทิ้งพุทโธปั๊บ มันไปคิดอย่างอื่นขึ้นมาได้ 
แสดงว่าเขาสามารถหาเหยื่อมาป้อนให้ตัวเองได้แล้ว 
เราก็ไม่ต้องกังวลที่จะหาอารมณ์มาป้อนให้เขา 
ปล่อยให้เขาคิดไปตามธรรมชาติของเขา 
หน้าที่ของเรามีสติกำหนดตามรู้อย่างเดียวเท่านั้น 
นี่หลักการปฏิบัติเพื่อจะได้สมาธิสัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน
ต้องปฏิบัติอย่างนี้



หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
จากหนังสือ "มอบธรรม นำพร"


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ในการภาวนา ต้องมีใจเด็ดเดี่ยว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ควรทำจิตให้ตั้งมั่นในกาย ในจิต



ควรทำจิตให้ตั้งมั่นในกาย  ให้รู้สภาพของกาย
ตั้งมั่นในจิต จนรู้จิตของตนเท่านั้น
ถ้าไม่รวมลงเช่นนี้ 
ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมไม่รู้รสของสมาธิและปัญญา
อุปมาเหมือนอาหาร 
ถ้าใครๆ ไม่รวมลงถึงปากและท้องแล้ว
ย่อมไม่รู้จักรสชาติอะไร และไม่เป็นประโยชน์ด้วย

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การไม่ปล่อยจิตใจของเราไปเล่นอารมณ์ภายนอก




ถ้าจะพูดตามหลักของพระพุทธเจ้าแล้ว
การไม่ปล่อยจิตใจของเราไปเล่นอารมณ์ภายนอก
คือนอกจากกาย ใจ ของตนแล้ว
เรียกว่าฝึกอบรมสติเพื่อให้มีกำลังแก่กล้า
เป็นมหาสติใหญ่ที่เรียกว่า “อินทรีย์แก่กล้า”
สามารถบังคับจิตใจให้สงบเป็นสมาธิได้ง่าย..

หลวงปู่คำดี ปภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ชัยภูมิที่แท้จริงสำหรับผู้ภาวนา



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ส่งจิตออกไปภายนอกร่างกาย ผิดมรรคภาวนา



ถ้าส่งจิตออกไปภายนอกร่างกายแล้ว 
เป็นอันผิดมรรคภาวนา
เพราะบรรดาพระธรรมคำสั่งสอน
ของพระพุทธเจ้าที่พระองค์
ได้ทรงสั่งสอนประกาศพระศาสนา
อยู่ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์นั้น 
แนวการปฏิบัติไม่พ้นจากกาย
ดังนั้นกายจึงเป็นสนามรบ 
กายจึงเป็นยุทธภูมิที่ปัญญาจะต้องค้น 
เพื่อทำลายกิเลสและกองทุกข์ 
ซึ่งจิตของเราทำเป็นธนาคาร
เก็บสะสม(กิเลสและกองทุกข์)ไว้ภายใน 
หอบไว้ หาบไว้ หวงไว้ จนนับภพนับชาติไม่ได้
สัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าชนิดใดในสังสารวัฎนี้ 
ล้วนแต่ติดอยู่กับกายนี้ทั้งสิ้น..

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

พยายามใช้สติมองข้างในของตัวเองให้นานๆ



ท่านทั้งหลาย จงพากันพยายามใช้สติมองข้างในของตัวเองให้นานๆ
ถ้าเรามองข้างในได้นานๆ สัญญาอารมณ์ก็จะขาดไป
มีแต่จิตใจเป็นหนึ่งอยู่ตลอด
จิตใจก็จะว่างเบา กายก็เบา
ตาในก็เริ่มจะเปิด เห็นอะไรมากมาย
มีแต่สิ่งที่ดีๆ ทั้งนั้น ซึ่งคนอื่นไม่สามารถรู้เห็นกับเราได้เลย

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ได้ฝึกให้หยุดคิด



จิตมีหน้าที่คิด เพราะฉะนั้นไม่ได้ฝึกให้หยุดคิด 
แต่ฝึกให้รู้ทันว่า จิตกำลังแอบไปคิดอยู่ 
มันถลำไปคิด มันส่งออกไปคิด

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิถีแห่งความหลุดพ้น ตัดสั้นคือ "รู้"



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีสติ




ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีสติ

เพราะผลลัพธ์ของการมีสติ 
คือ การอารักขาจิตที่ปกติอยู่ก่อน 
ไม่ให้ถูกครอบงำด้วยมาร 
หรือความหลงคิดแปลกปลอม




พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา