มีสติระลึกรู้ตัวไปทั่วทุกสิ่ง




มีสติรู้ตัวทุกอิริยาบถของร่างกาย 
มีสติระลึกรู้ตัวตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาว่า 
ตื่นแล้วกำลังจะลุกขึ้นนั่ง ย่างก้าวเดินเข้าห้องน้ำ แปรงฟัน อาบน้ำ ขับถ่าย ฯลฯ 
มีสติระลึกรู้ตัวไปทั่วทุกสิ่ง 
ทั่วทุกอิริยาบถ เคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง นอน 
เหลียวซ้าย แลขวา ก้าวหน้า ถอยหลัง ก็ทำสติตามรู้ทุกอย่างไป 

แม้จะยังไม่บริบูรณ์ ด้วยจิตหนีหายหลบไป 
เมื่อรู้ตัวก็กำหนดสติต่อไป 
จะเกิดผล เป็นผู้มีพลังสติคุมจิต ตั้งมั่นเกิดสมาธิ


หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความสงบที่แท้อยู่ที่รู้ทันความไม่สงบ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้ารู้ความจริง จิตใจก็ไม่แปรปรวน



ธรรมชาติของร่างกายคือ เกิดขึ้น แปรปรวน ดับไป 
ถ้าเราไม่เข้าใจธรรมชาตินี้ จิตของเราก็จะแปรปรวนไปด้วย 
ไม่มีความสุข เย็น สงบ เท่าใดนัก 
จิตก็ยังสับสนวุ่นวาย แปรปรวนไปตามอาการของเวทนา
ที่เกิดจากดินฟ้าอากาศ 
แต่ถ้าเรารู้ความจริง จิตใจของเราก็ไม่แปรปรวนไปตามดินฟ้าอากาศ 
เราตั้งใจดูมันเฉยๆ ไม่เป็นไปกับอาการของเวทนา
ที่เกิดจากไตรลักษณ์ตลอดเวลา 
เราจึงมาศึกษาปฏิบัติธรรม 
เพื่อที่จะไม่ให้ใจของเราแปรปรวนไปตามสิ่งแวดล้อม

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ทำอย่างไรจิตจึงจะน้อมเข้าสู่นิพพาน



ทำอย่างไรจิตจึงจะน้อมเข้าสู่นิพพาน

คือ การไม่ทำตน ไม่ผูกพันอยู่กับกรรม ที่เป็นตัวก่อให้เกิดและความตาย 
ที่ใจมีความปรารถนา ที่นั้นย่อมเป็นที่เกิดที่ตาย  
จิตที่หมดความปรารถนา อารมณ์ทั้งปวง 
ไม่ติดยึดมั่นทั้งปวง ทั้งภายในภายนอก 
เพราะดับอารมณ์ปรารถนาในจิตเสียได้ จิตจึงน้อมเข้าสู่นิพพานเอง

พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความสงบที่แท้


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้รู้แท้ๆ เจ็บก็ไม่เป็น ปวดก็ไม่เป็น




ดวงใจแท้ๆ คือผู้รู้ ผู้รู้แท้ๆ เจ็บก็ไม่เป็น ปวดก็ไม่เป็น 
ทำจิตใจของตนให้เป็นเอกเทศ 
ใจของตนจริงๆ มันไม่ได้เป็นสักอย่าง 
มันไม่ได้เจ็บ มันไม่ได้ป่วย
แต่นี่มันมายึดของภายนอก พากันเป็นบ้า บ้าอะไร
ก็บ้าน้ำลายกันอยู่ มันดีมันวิเศษนักหรือ น้ำลายนี่
มันหลอกให้เกิด มันหลอกให้เจ็บ 
มันหลอกให้ตายอยู่ในโลกนี้


หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติขาด ตรงความยินดียินร้าย




ความยินดีเกิดตรงไหน 
ความยินร้ายเกิดตรงไหน 
สติมันก็ขาดตรงนั้น 
แล้วสติขาดไปตรงไหน 
พุทธศาสนาก็ขาดไปตรงนั้น ...
กลายเป็นคนนอกศาสนา 
เป็นคนนอกรีตนอกทาง 
คือ ขณะใดที่สติ
ไม่คุ้มครองจิตใจของเรา 
ศาสนาพุทธก็หายไปขณะนั้น

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิปัสสนาต้องพ้นจากความคิด



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้ที่มุ่งความหลุดพ้นตั้งแต่ต้น ต้องมุ่งไปที่ปัญญาก่อน



โดยทั่วๆ ไป เขาสอน “ศีล-สมาธิ-ปัญญา”
ก็เพราะเป็นการสอนฆราวาสจากง่ายไปหายาก
ค่อยๆ ไต่เต้า เพื่อความหลุดพ้น
แม้ท้ายสุดจะหลุดพ้นไม่ได้
มีเพียงศีลก็ยังดี ยังได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์ในภพชาติต่อไป
หากมีสมาธิเพิ่มขึ้นอีก ก็อาจไปถึงเทพหรือพรหม
ส่วนผู้ที่มุ่งความหลุดพ้นตั้งแต่ต้น ต้องมุ่งไปที่ปัญญาก่อน
เพราะถ้ามีสัมมาทิฏฐิแล้ว ที่เหลืออีก ๗ ข้อ ในมรรคมีองค์ ๘
ก็จะปฏิบัติถูกต้องหมด
ก็เปรียบเหมือนการขจัดความมืดในห้อง
ไม่ต้องหาวิธีอื่นๆ ให้เหนื่อยเปล่า
เพียงแต่นำแสงสว่างเข้าไป
ความมืดก็หายไปเองโดยอัตโนมัติ
เมื่อความมืดหายไป
เราจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในห้องได้อย่างชัดเจน
เห็นถึงความสวยงามของห้อง รวมทั้งมุมต่างๆ ด้วย
“ปัญญา” ก็เหมือนกับแสงสว่างที่กล่าวถึงนี้

อ.ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



“การข้ามหลง” จะข้ามด้วยวิธีไหน




มีคำถามว่า “การข้ามหลง” จะข้ามด้วยวิธีไหนได้หนอ
ตอบย่อๆ พอฟังได้ง่าย ๆ ว่า ข้าม “ผู้รู้”
“รู้” ได้โดยมิได้ยึดถือว่า “ผู้รู้” เป็น เรา เขา 
สัตว์ บุคคล ตัวตน ในขณะจิตใดๆ เลย..
เรียกว่าเรา “ข้ามความหลง” ได้โดยสิ้นเชิง โดยประการทั้งปวง

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา