ที่อยู่ของจิตและใจ คือ สติและตัวรู้




จิตอยู่ที่ไหน ก็ให้มันอยู่ที่นั่น
พอจิตไม่ได้อยู่ในที่ของมันแล้ว จิตจะเป็นทุกข์
ใจอยู่ที่ไหน ก็ให้อยู่ที่นั่น เพราะเป็นที่ของมัน
ที่อยู่ของจิตและใจ คือ สติและตัวรู้
ที่ระลึกรู้อยู่เฉยๆ ไม่ตามไป
ไม่ออกไปนอกสติกับผู้รู้
รู้อยู่ที่ใจ เห็นอยู่ที่จิต ไม่ไปไหน
เรียกว่าที่ของมัน

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าเห็นความจริงของกายของใจได้ จะพ้นทุกข์




พวกเรามีหน้าที่ที่พระพุทธเจ้ามอบหมายให้ทุกคน
หน้าที่ประการแรก ทำประโยชน์ตนเอง ไม่ประมาทนะ
ทำประโยชน์ตนเองก็คือภาวนาเข้า มีสติ ฝึกให้มีสติขึ้นมา
ใครไม่มีสติ ก็ฝึกให้มีสติ
ใครไม่รู้จักสมาธิ ใจไม่เคยตั้งมั่น ก็ฝึกให้ใจตั้งมั่นขึ้นมา...
แล้วก็ตามรู้กายตามรู้ใจ ตามความเป็นจริง รู้อย่างที่เขาเป็น
ตามรู้อย่างนี้เรื่อยๆ จนเกิดปัญญา
ปัญญาในทางศาสนาพุทธ คือการเห็นความเป็นจริงของกายใจ
ปัญญาในทางศาสนาพุทธ ไม่ใช่เรื่องเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องอะไรหรอก
ถ้าเราเห็นความจริงของกายของใจได้ เราจะพ้นทุกข์ 
เพราะอะไร เพราะทุกข์อยู่ที่กาย ทุกข์อยู่ที่ใจ
ทุกข์ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น ทุกข์ไม่ได้อยู่ที่สิ่งอื่น
ทุกข์อยู่ในกาย ทุกข์อยู่ในใจนี้เอง
ดังนั้น ถ้าเรามีสติเรียนรู้กายเรียนรู้ใจมากๆ เข้า
วันหนึ่งจิตมันไม่ยึดกายยึดใจแล้ว ปล่อยวางไม่ยึดถือ
กายจะเป็นอย่างไร จะปรวนแปรจะแก่จะเจ็บจะตาย
จิตไม่ทุรนทุรายด้วยเลย
ฝึกไปถึงจุดหนึ่ง จิตจะไม่กระเพื่อม
จิตไม่ยึดถืออะไรเลย จะเป็นอันเดียวกับโลกธาตุ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อยินดียินร้ายดับ จิตเป็นกลาง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติเป็นธรรมอุปการะ ที่ทำให้เกิดปัญญาญาณ



หากเราฝึกเจริญสติบ่อยๆ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ
หรือเกิดผัสสะมากระทบอายตนะทั้ง ๖
เราจะหันมามองที่จิตอย่างอัตโนมัติ
จะไม่หวั่นไหวไปตามอำนาจแห่งกิเลสนั้น
ฉะนั้น สติจึงเป็นธรรมอุปการะ
ที่ทำให้เกิดปัญญาญาณ

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าไม่รู้จักแพ้คนอื่น ชนะจิตใจตนไม่ได้



บัณฑิตทั้งหลาย
จงมุ่งความสุขที่ชนะตนเอง
มากกว่าอย่างอื่น
ถ้าทุกคนไม่รู้จักคำว่า แพ้คนอื่น
อย่าหวังว่า จะชนะจิตใจตนเองได้

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ




จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ
รู้ให้ได้ทุกอิริยาบถ ทั้งนั่งทั้งนอน
ตั้งมั่นอยู่ในจิตดวงที่รู้อยู่นี้
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ทั้งหมด
เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้เป็นทุกข์ทั้งโลก
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ เป็นของที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา
ไม่ควรลุ่มหลงไปกับสิ่งใดๆ ทั้งหมด
ควรรู้อยู่เห็นอยู่ ในเวลาปัจจุบันนี้อย่างเดียว
ถ้าผู้ปฏิบัติมาทำความเพียรเพื่อละกิเลส
รวมกำลังจิตลงไปสู่ดวงจิตที่รู้อยู่นี้ให้เต็มที่แล้ว
ก็จะเกิดความรู้แจ้ง
ได้แสงสว่างในธรรมปฏิบัติทุกๆ คนไป


หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าไปกังวลที่จะหยุดความคิด



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

“ใจ” จริงๆ ไม่ต้องการของร้อน




...ชอบใจ ไม่ชอบใจ เป็นเรื่องของร้อนทั้งนั้น ของร้อน คนก็ร้อน
.....พระพุทธเจ้า จึงให้สำรวม 
ตา มีไว้ให้ระวังรักษาตา 
ไม่ระวัง ตาจะไปหาของร้อนมา 
หูไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร หูกลายเป็นเครื่องมือ ...
หาซึมซับเอาของร้อนมา จมูกก็เช่นเดียวกัน.....
ใจ ถ้าใจเราอิ่ม ไม่หิวกระหายของร้อน 
ตาก็ไม่แสวงหา ไม่เป็นเครื่องมือหาของร้อนอย่างที่ ใจต้องการ 
หูก็ไม่แสวงหาของร้อน เพราะ ใจไม่ต้องการ.....
“ใจ” จริงๆ ไม่ต้องการของร้อน แต่ “กิเลส” ต้องการของร้อน


หลวงปู่แบน ธนากโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ให้มีความรู้ตัวเสมอ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตกลับมาอยู่กับตัวเอง อารมณ์ข้างนอกดับ




ธรรมชาติจิต
มันน้อมไปสู่อารมณ์ ปรุงแต่งอารมณ์
ถ้าเราเอาจิตกลับเข้ามา
ไม่ปล่อยไหลไปกับเรื่องราวภายนอก
พอจิตมันกลับเข้ามา กลับมาอยู่กับตัวเองได้ 
อารมณ์ข้างนอก....ดับหมด !!!


พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา