เมื่อจิตละความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนได้แล้ว




เมื่อจิตละความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนได้แล้ว 
จิตก็จะไม่สะดุ้งกลัวต่อโรคภัยไข้เจ็บ 
ไม่หวั่นไหวต่อมรณภัยทั้งหลาย..
จิตจะเดินไปในท่ามกลางแห่งความสงบเยือกเย็น 
..ไม่ติดอยู่ในวัตถุธาตุทั้งหลายในโลกนี้ 
มองโลกทั้งหลายเป็นของว่าง 
จิตจะเข้าถึงสภาวะของธรรมชาติของจิต
อันเป็นธาตุตามธรรมชาติ..


พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

มารครอบงำจิตใจได้ เพราะใจไม่ตั้งมั่น




มารครอบงำจิตใจได้ เพราะใจไม่ตั้งมั่น
ใจที่ไม่ตั้งมั่น คือใจที่เอนไปเอนมา
เอียงซ้าย เอียงขวา ออกนอก เข้าใน
เมื่อใจส่งออกนอก ก็ไปเกาะไว้กับสิ่งภายนอก
เอนไปทางชอบหรือไม่ชอบ กับสิ่งภายนอกนั้น
ใจจึงถูกครอบงำด้วยมาร คือความชอบ-ชัง
บดบังความสงบ สะอาด บริสุทธิ์แต่ดั้งเดิม

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จะรู้ได้อย่างไรว่ารู้สึกตัว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ดู หรือรู้เฉยๆ ตามที่เป็นจริง




ความรู้สึกต่อสิ่งที่มากระทบนั้นสำคัญมากกว่าสิ่งที่มากระทบ
ไม่ว่าจะกระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือใจ 
การรู้เฉยๆ คือทั้งไม่ชอบและไม่ชัง 
ไม่ให้ค่าทั้งในทางลบหรือบวก
แค่ดู หรือรู้เฉยๆ ตามที่เป็นจริง 
นี้เป็นทักษะที่สำคัญของการเจริญสติ การทำสมาธิภาวนา 
และสามารถจะนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตให้ปกติให้ผาสุกได้
แม้จะเจออะไรต่ออะไรมากมายมากระทบก็ตาม


พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ธรรมารมณ์อันเกิดจากอายตนะสัมผัส คือ ภัยร้ายแรงที่สุดของจิต




ธรรมารมณ์อันเกิดจากอายตนะสัมผัส
คือ ภัยร้ายแรงที่สุดของจิต 
เพราะเผาจิตตนเองตั้งแต่ตื่นยันหลับ 
ดังนั้นวันหนึ่งๆ จึงไม่มีใครมาทำร้ายเรา 
ได้มากเท่ากับอารมณ์จิตของเรา ทำร้ายจิตเราเอง 
หรือทุกข์ใดที่ยิ่งไปกว่าอารมณ์จิตตนเอง 
ทำร้ายตนเองนั้นไม่มี

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 17 
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราเลือกเวลาภาวนาไม่ได้เลย



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราได้ภาวนานั้นคือพระพุทธเจ้าอยู่กับเรา



พระพุทธเจ้าเตือนพวกเราว่า "วันคืนล่วงไปๆ เธอทำอะไรอยู่"
เราได้พิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม จริงไหม..
เราได้ภาวนานั้นคือพระพุทธเจ้าอยู่กับเรา
พิจารณากายเวทนา จิต ธรรม..
ผู้ใดเห็นจิตเศร้าหมอง เห็นจิตผ่องใส ผู้นั้นเห็นธรรม
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต
เห็นตัวสภาวะ นั่งยืนเดินนอนเป็นไตรลักษณ์
เป็นพุทธสภาวะ เกิดดับๆ ไป
เราก็...พระพุทธเจ้าอยู่กับเรา คุ้มครองเรา
ไม่ให้ตกไปที่ต่ำ นี้แหละคือธรรมะ..

หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้ทุกข์เมื่อไหร่ สมุทัยถูกละเมื่อนั้น




อวิชชาคือความไม่รู้ทุกข์นั่นเอง คือไม่รู้ว่ากายกับใจมันเป็นตัวทุกข์
เราไปคิดว่ากายกับใจเป็นตัวเรา เป็นตัวดีตัววิเศษ
แต่ว่าถ้าเรามาเจริญสติรู้กาย เจริญสติรู้ใจ เรารู้มากเข้ามากเข้า
จะเห็นเลยว่าทั้งกายทั้งใจนี่ เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ นะ
พอมันเห็นกายเห็นใจเป็นทุกข์แจ่มแจ้งปุ๊บ 
สมุทัยจะเป็นอันถูกละอัตโนมัติเลย
ฉะนั้นรู้ทุกข์เมื่อไหร่ สมุทัยถูกละเมื่อนั้น จำไว้นะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตตั้งมั่นในปัจจุบัน ย่อมเกิดปัญญาพิเศษ




เมื่อลมไม่พัด แสงไฟก็ย่อมสว่างไสว 
ถ้าลมพัด ไฟนั้นก็จะสว่างเป็นที่ๆ ไป 
เปรียบได้กับจิตที่ตั้งเที่ยง ไม่เอียงไปตามสัญญาอดีต อนาคต
ตั้งมั่นอยู่แต่ในปัจจุบัน ก็ย่อมจะเกิดแสงสว่าง 
เกิดปัญญาพิเศษขึ้น 
ปัญญาพิเศษนี้ไม่มีครูบาอาจารย์มาสอนให้เกิดขึ้นได้
จะต้องปฏิบัติเอง ให้เกิดการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง


ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สังเกตการณ์อยู่บ่อยๆ คือทำความเพียร




..ให้ดูภายใน จะดูลมหายใจ นี่ก็คือดูธาตุสี่ 
ให้มีสติที่ประกอบด้วยสัมปชัญญะ คือรู้ตัว 
สติกับรู้ หรือ สติกับใจ จะว่าเป็นอันเดียวกันก็ได้ 
ถ้าไม่มีสติก็คือไม่มีรู้..
ส่วนคำว่า “ตัว” ก็คือ รูป ร่างกายนี้ ...
ตัวธาตุสี่นี้ ให้รู้ที่มันนี่แหละ 
ถ้าศึกษาบ่อยๆ แล้วๆ เล่าๆ ซ้ำๆ ซากๆ 
มันจะกลับเข้ามากินอารมณ์ภายในเอง 
ไม่ว่าจะนั่ง หรือเดินจงกรม นั่งหลับตา หรือลืมตาก็ตาม 
สังเกตการณ์อยู่บ่อยๆ นี่คือทำความเพียร


หลวงพ่อไพฑูรย์ ขันติโก

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา