ธรรมปรากฏขึ้นที่ใจ กิเลสจะสลายตัว




ดินฟ้าอากาศไม่เป็นข้าศึกแก่ใจ 
ใจที่ขาดการสำรวมนี่แหละเป็นข้าศึกแก่เรา 
เมื่อใจของเราได้รับการสำรวมดีแล้ว 
ศีลจึงไม่ต้องไปแสวงหา สมาธิก็ไม่ต้องไปแสวงหา 
ปัญญาก็ไม่ต้องไปแสวงหา เพราะเกิดขึ้นที่ใจ 
เมื่อธรรมปรากฏขึ้นที่ใจ กิเลสจะสลายตัวในขณะนั้น
เมื่อใจเราเป็นธรรมขึ้นทั้งดวง เป็นธรรมขึ้นทั้งใจ 
กิเลสตัณหาที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจอยู่ไม่ได้
จิตว่างจากอารมณ์นั้นละ ทำให้เกิดความสว่างไสว...


หลวงปู่แบน ธนากโร

ขอกำลังใจ 1 like ที่  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เบื้องหลังของมันก็คือ “มีเรา” อยู่




สติเราให้รู้เท่าทันจิตของเรา ให้รักษาจิตเอาไว้ให้เป็นปกติ 
เพื่อไม่ให้เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา
มาก่อเกิดเป็นทุกข์ขึ้นในจิต... 
ถ้าเรารู้เท่าทัน มันจะไม่มีอะไรเลย มันก็แค่กระทบกัน
แล้วธรรมชาติมันก็ก่อเกิดเวทนาขึ้นมา สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ...
พอสุขเราก็ชอบใจ ก็อยากให้มันได้ดั่งใจเรา 
พอทุกข์มาเราไม่ชอบใจ เราก็อยากผลักต้าน อยากให้มันหาย 
มันก็เกิดความขัดข้องขึ้นในจิตเรา 
เบื้องหลังของมันน่ะ ก็คือ “มีเรา” อยู่
จริงๆ ไม่มีอะไรเป็นเราเลย เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ



ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิต..ดำเนินอยู่บนทางสายกลาง เห็นทุกข์ และดับทุกข์ได้



จิต..ดำเนินอยู่บนทางสายกลาง เห็นทุกข์ และดับทุกข์ได้ 
เพราะมีปัญญาเห็นความจริงว่า .. 
ทุกข์ที่เกิดขึ้น มีความดับไปเป็นธรรมดา 
จิตกับความคิดแยกจากกัน 
จิตจึงผ่องใส เป็นอิสระจาก ความคิดดีและไม่ดี 
ความคิดไม่ดี ละทิ้งไป ความคิดดีนำมาใช้ 
แต่ไม่ยึดมั่นว่าความคิดทั้งหลายเป็นเราเป็นของเรา 
จิตจึงหลุดพ้นจากความทุกข์ พบความสุขที่แท้จริงตลอดไป

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เบื้องต้นให้จิตเป็นกลางด้วยสติก่อน



เราภาวนานะ เบื้องต้นให้จิตเป็นกลางด้วยสติก่อน
ต่อมาก็จิตเป็นกลางด้วยปัญญา 
จิตเป็นกลางด้วยปัญญานี่เป็นกลางของมันเอง 
ไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอก ตามรู้ตามดูความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
ในที่สุดปัญญามันเกิด 
มันเห็นว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราว 
สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว ดีก็ชั่วคราว ชั่วก็ชั่วคราว 
พอเห็นทุกอย่างเป็นของชั่วคราว จิตมันเป็นกลางเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตยอมรับความจริงของขันธ์ ไม่แบกรับทุกข์




เมื่อจิตมีสติตามระลึกรู้กายใจอยู่ทุกขณะ 
จิตจะเห็นความจริงในกายและในใจนี้ว่า
มันเป็นเพียงสภาวธรรมชาติที่เกิดดับ
เช่นเดียวกับธรรมชาติชนิดอื่นๆ ในโลก 
ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารสาระ... ...
เมื่อจิตยอมรับความจริงของขันธ์แล้ว 
จึงไม่มีตัวตนเข้าไปแบกรับทุกข์อีกต่อไป 
จิตจะมีอิสระอยู่เหนือขันธ์ 
จึงปลอดโปร่งและผ่องใส


พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การดูจิตนี้คือถูกต้อง




จิตของเราก็เช่นกัน เราก็ตามดูความคิดของเรา
คิดอะไรก็ตาม ดูไปเถอะ ให้มันจบสิ้นให้ได้...
ให้ตามดูใจตัวเองคิดนึกไปเรื่อยไปเลยทั้งวันทั้งคืน...
ภาวนาเรื่อยๆ ตามดูหนักเข้าๆ เราก็จะรู้ทันทีเลย 
คล้ายว่าตามจิตจน จนน่ะ พอจิตมันจนท่าแล้ว มันจะหยุด 
จะทำให้เรารู้เรื่องต่างๆ ภายในจิตหมด 
ฉะนั้น การดูจิตนี้คือถูกต้อง ไม่ต้องไปสงสัย


หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติเป็นกุศลกรรมนำไปสู่ความสิ้นทุกข์




การฝึกสติเพื่อให้กายกับใจรวมกันอย่างสนิทเรียกว่าปัจจุบัน 
สติก็เกิดอยู่ทุกๆ ขณะ จะมีการใคร่ครวญพิจารณา
อย่างรอบคอบก่อนทำ พูด คิดเสมอ 
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความผิดพลาดบกพร่องก็มีน้อยมาก 
เป็นกุศลกรรมนำไปสู่ความสิ้นทุกข์
สิ้นปัญหาทุกๆ เรื่อง


หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อรู้สึกตัว จิตหยุดปรุงแต่ง




ยามใดที่เกิดความคิดปรุงแต่งขึ้นมา
ถ้าเรามีความรู้สึกตัว ความคิดจะหยุดปรุงแต่งทันที
เมื่อจิตปรุงแต่งต่อไปไม่ได้ จิตก็จะเป็นอิสระ
ถ้าเรามีความรู้สึกตัว 
ความคิดที่นำมาซึ่งราคะ โทสะ โมหะ จะเกิดขึ้นไม่ได้
ภาวะที่จิตเป็นปกติจะเกิดขึ้นทันที เมื่อมีความรู้สึกตัว 
นี่เป็นธรรมะที่ลัดสั้นกำมือเดียวจริงๆ

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คาถา “ว่าง” คือคาถาที่ประเสริฐที่สุด



จะหมดทุกข์พ้นทุกข์ 
ก็อยู่ตรงที่ใจไม่ยอมรับเอาทุกข์เข้ามาอีก  
โดยพยายามทำความว่างให้เกิดขึ้นในใจตัวเดียว 
ไม่ต้องไปแสวงหาที่อื่น 
คาถา “ว่าง” คือคาถาที่ประเสริฐที่สุด 
ถ้าพวกเราสามารถทำได้ ก็จะปลอดจากทุกข์ทั้งปวง 
ไม่มีแก่ มีเจ็บ มีตาย

หลวงปู่คูณ สิริจันโท

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จงยอมแพ้กิเลสผู้อื่น



จงยอมแพ้กิเลสผู้อื่นอย่างหมอบราบคาบแก้ว แต่จงอย่ายอมแพ้กิเลสของตัวเอง พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา