เบื้องต้นให้จิตเป็นกลางด้วยสติก่อน



เราภาวนานะ เบื้องต้นให้จิตเป็นกลางด้วยสติก่อน
ต่อมาก็จิตเป็นกลางด้วยปัญญา 
จิตเป็นกลางด้วยปัญญานี่เป็นกลางของมันเอง 
ไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอก ตามรู้ตามดูความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
ในที่สุดปัญญามันเกิด 
มันเห็นว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราว 
สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว ดีก็ชั่วคราว ชั่วก็ชั่วคราว 
พอเห็นทุกอย่างเป็นของชั่วคราว จิตมันเป็นกลางเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตยอมรับความจริงของขันธ์ ไม่แบกรับทุกข์




เมื่อจิตมีสติตามระลึกรู้กายใจอยู่ทุกขณะ 
จิตจะเห็นความจริงในกายและในใจนี้ว่า
มันเป็นเพียงสภาวธรรมชาติที่เกิดดับ
เช่นเดียวกับธรรมชาติชนิดอื่นๆ ในโลก 
ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารสาระ... ...
เมื่อจิตยอมรับความจริงของขันธ์แล้ว 
จึงไม่มีตัวตนเข้าไปแบกรับทุกข์อีกต่อไป 
จิตจะมีอิสระอยู่เหนือขันธ์ 
จึงปลอดโปร่งและผ่องใส


พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การดูจิตนี้คือถูกต้อง




จิตของเราก็เช่นกัน เราก็ตามดูความคิดของเรา
คิดอะไรก็ตาม ดูไปเถอะ ให้มันจบสิ้นให้ได้...
ให้ตามดูใจตัวเองคิดนึกไปเรื่อยไปเลยทั้งวันทั้งคืน...
ภาวนาเรื่อยๆ ตามดูหนักเข้าๆ เราก็จะรู้ทันทีเลย 
คล้ายว่าตามจิตจน จนน่ะ พอจิตมันจนท่าแล้ว มันจะหยุด 
จะทำให้เรารู้เรื่องต่างๆ ภายในจิตหมด 
ฉะนั้น การดูจิตนี้คือถูกต้อง ไม่ต้องไปสงสัย


หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติเป็นกุศลกรรมนำไปสู่ความสิ้นทุกข์




การฝึกสติเพื่อให้กายกับใจรวมกันอย่างสนิทเรียกว่าปัจจุบัน 
สติก็เกิดอยู่ทุกๆ ขณะ จะมีการใคร่ครวญพิจารณา
อย่างรอบคอบก่อนทำ พูด คิดเสมอ 
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความผิดพลาดบกพร่องก็มีน้อยมาก 
เป็นกุศลกรรมนำไปสู่ความสิ้นทุกข์
สิ้นปัญหาทุกๆ เรื่อง


หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อรู้สึกตัว จิตหยุดปรุงแต่ง




ยามใดที่เกิดความคิดปรุงแต่งขึ้นมา
ถ้าเรามีความรู้สึกตัว ความคิดจะหยุดปรุงแต่งทันที
เมื่อจิตปรุงแต่งต่อไปไม่ได้ จิตก็จะเป็นอิสระ
ถ้าเรามีความรู้สึกตัว 
ความคิดที่นำมาซึ่งราคะ โทสะ โมหะ จะเกิดขึ้นไม่ได้
ภาวะที่จิตเป็นปกติจะเกิดขึ้นทันที เมื่อมีความรู้สึกตัว 
นี่เป็นธรรมะที่ลัดสั้นกำมือเดียวจริงๆ

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คาถา “ว่าง” คือคาถาที่ประเสริฐที่สุด



จะหมดทุกข์พ้นทุกข์ 
ก็อยู่ตรงที่ใจไม่ยอมรับเอาทุกข์เข้ามาอีก  
โดยพยายามทำความว่างให้เกิดขึ้นในใจตัวเดียว 
ไม่ต้องไปแสวงหาที่อื่น 
คาถา “ว่าง” คือคาถาที่ประเสริฐที่สุด 
ถ้าพวกเราสามารถทำได้ ก็จะปลอดจากทุกข์ทั้งปวง 
ไม่มีแก่ มีเจ็บ มีตาย

หลวงปู่คูณ สิริจันโท

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จงยอมแพ้กิเลสผู้อื่น



จงยอมแพ้กิเลสผู้อื่นอย่างหมอบราบคาบแก้ว แต่จงอย่ายอมแพ้กิเลสของตัวเอง พระอาจารย์ชุมพล พลปญฺโญ

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้ามองจิตใจจนเห็นจิตในจิต...




ถ้าท่านกำลังชอบอะไรมากที่สุด
ขอให้ท่านหันกลับมามองจิตใจของตัวเอง 
ถ้าท่านไม่ชอบอะไรมากที่สุด
ก็ให้ท่านหันกลับมามองจิตใจของตัวเอง 
ถ้าท่านมองจิตใจของท่านจนเห็นจิตในจิตแล้ว

ท่านก็จะได้รู้ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตามเป็นจริง


พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/

จิตสงบ ไม่สงบ ก็สักว่ารู้



จิตสงบก็รู้ว่าจิตสงบ มันไม่สงบก็รู้ว่ามันไม่สงบ
รู้ว่ามันเป็นธรรมชาติของจิตที่จะต้องขึ้นๆลงๆอย่างนี้
เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พอเข้าใจหลักนี้แล้ว
ต่อไปเวลาจิตจะสงบหรือไม่สงบก็ไม่วุ่นวายกับมัน ก็สักแต่ว่ารู้ไป
พอไม่วุ่นวายไปกับมัน จิตก็สงบ ใจก็สงบอย่างแท้จริง
เพราะไม่มีความอยากให้มันสงบหรือไม่สงบ
พอไม่มีความอยาก มันกลับสงบของมันเอง
แต่พอมีความอยาก มันกลับไปทำให้มันไม่สงบ
อันนี้ปริศนา ลองไปปฏิบัติดูแล้วจะเข้าใจ

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/

รักษาจิต อย่าให้มันก่อรูปความคิดใดๆ




...ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม
จงรักษาจิต อย่าให้มันก่อรูปความคิดใดๆ ขึ้นมา
...จากจิตหนึ่งถึงจิตหนึ่ง ถ้าปราศจากรูปความคิดแล้ว
จากจิตหนึ่งถึงจิตหนึ่ง ย่อมไม่มีกรรม

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร


ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา