“สติ” คือ ผู้รู้




คำว่า “สติ” คือ ผู้รู้
คำว่ารู้ๆ คือ รู้อยู่
ไม่ปล่อยจิตไปตามอารมณ์ทุกประการ

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

อย่ามัวหลงฉลองวันเกิด



ให้คิดถึงความตายมากๆ
อย่ามัวหลงฉลองวันเกิด
ไม่เกิด มันไม่ตายนะ
พากเพียรอย่าให้มันเกิด
อย่าไปขวนขวายห้ามมันตาย
ให้ห้ามมันเกิดนั่น

หลวงปู่หา สุภโร

ผู้ใดไม่มีสติ ไม่มีธรรมะ




ผู้ใดไม่มีสติ ไม่มีธรรมะ
ชีวิต 100 ปีไม่ประเสริฐ
ผู้มีธรรมะเพียงวันเดียว
เพราะมีรสพระธรรม
ในหัวใจที่ได้สัมผัส
ยกมือไหว้ตัวเองได้ คุ้มค่าแล้ว

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ 

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น






ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงหรือเปล่า
แท้จริงความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น
เมื่อกำลังพยายามอยู่ ก็ต้องอยู่กับความพยายาม
คือรู้ว่ากำลังพยายามอยู่ อย่าไปมุ่งที่ผลสำเร็จ
อย่าไปมุ่งที่ผลของความพยายาม เพราะยังมาไม่ถึง


พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

อย่าให้มันปรุง




ใจมันหยุดนึกหยุดคิด มันสบายจริงๆ
ไม่มีเรื่องร้อนมาปรุงตัวเอง
นั่งสบาย นอนสบาย เป็นเสรีเต็มตัว
กิเลสมันปรุงออกไป มันร้อน
พอเห็นหน้ามันมาก็รู้ทันที พอแล้วๆ
ตัวเองสอนตัวเอง รู้เท่าเอาทัน 
อย่าให้มันปรุง


หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

มีพุทธะอยู่ในใจ




ใครก็ตามมีสติสัมปชัญญะ
ควบคุมความรู้สึกนึกคิด
ของตนเองอยู่ตลอดเวลา
ทำความรู้สึกให้สำนึกผิดชอบชั่วดี 
อยู่ในจิตใจตลอดเวลา
ผู้นั้นได้ชื่อว่า มีพุทธะอยู่ในใจ


หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

หมั่นดูใจ สติจะว่องไวปราดเปรียว




เพียงแค่หมั่นดูใจของตนอยู่เสมอ ทำอะไรใจก็อยู่กับสิ่งนั้น 
ใจลอยไปไหน ก็รู้ แล้วกลับมาอยู่กับสิ่งนั้น 
ทำบ่อยๆ สติก็จะว่องไวปราดเปรียว 
ช่วยคุ้มกันใจ ไม่ให้อารมณ์ใดๆ ครอบงำ 
เพียงเท่านี้ ความสงบเย็น โปร่งโล่งเบาสบาย 
จะกลายเป็นเรื่องง่าย 
แม้รอบตัววุ่นวายเพียงใดก็ตาม


พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

สงบก็รู้…จบ ไม่สงบก็รู้…จบ




ถ้าหากว่าเราสามารถทำจิตให้เป็นกลาง
ระหว่างความสงบและความไม่สงบ 
เราก็จะกลับมาหาใจของเราคือผู้รู้ 
ให้รู้แล้วจบ รู้แล้วจบ สงบก็รู้…จบ ไม่สงบก็รู้…จบ 
เมื่อจิตเป็นอย่างนี้ สภาวะปกติของจิตก็จะเกิดขึ้น ...
กลายเป็นว่าไม่สงบเราก็ปล่อย สงบเราก็ปล่อยวาง 
จึงไม่มีอะไรเป็นศัตรูกับอะไรทั้งนั้น 
หมดความปรารถนา หมดความต้องการ 
จึงรู้แล้ว “สักแต่ว่ารู้” เพราะไม่มีตัวตนของเราไปบังคับ 



ลุงหวีด บัวเผื่อน

สักแต่ว่า




เมื่อ สักแต่ว่า แล้ว
จิตไม่เห็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ มีคุณค่ามีราคา
ยิ่งกว่าตนพอจะไปหลงยึดถือ จิตก็หายกังวล 
รูปก็สักแต่ว่า ถึงยังเป็นอยู่ก็สักแต่ว่า
ตายไปแล้วก็สักแต่ว่า ความเปลี่ยนแปรสภาพเท่านั้น


หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ผู้ที่ไปนิพพานได้



          นิพพานนี้เป็นภูมิหนึ่ง แต่ไม่ใช่ภพ ฟังให้ดี นิพพานไม่ใช่ภพ ถ้าเป็นภพก็จะมีเกิดมีตาย แต่นิพพานไม่เกิดไม่ตาย และต้องท่านผู้ที่ทำลายความรู้สึกคิดนึกปรุงแต่ง ได้หมดราบคาบแล้วเท่านั้น จึงจะไปนิพพานได้

                                                                                       หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร