สักแต่ว่า




เมื่อ สักแต่ว่า แล้ว
จิตไม่เห็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ มีคุณค่ามีราคา
ยิ่งกว่าตนพอจะไปหลงยึดถือ จิตก็หายกังวล 
รูปก็สักแต่ว่า ถึงยังเป็นอยู่ก็สักแต่ว่า
ตายไปแล้วก็สักแต่ว่า ความเปลี่ยนแปรสภาพเท่านั้น


หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ผู้ที่ไปนิพพานได้



          นิพพานนี้เป็นภูมิหนึ่ง แต่ไม่ใช่ภพ ฟังให้ดี นิพพานไม่ใช่ภพ ถ้าเป็นภพก็จะมีเกิดมีตาย แต่นิพพานไม่เกิดไม่ตาย และต้องท่านผู้ที่ทำลายความรู้สึกคิดนึกปรุงแต่ง ได้หมดราบคาบแล้วเท่านั้น จึงจะไปนิพพานได้

                                                                                       หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร

ดูกรท่านทั้งหลาย อย่ามีเสพสองฝั่ง




เทวเม ภิกขเว อันตา ปัพพะชิเตนนะ เสวิตัพพา 
ดูกรท่านทั้งหลาย อย่ามีเสพสองฝั่ง ฝั่งอะไรล่ะ 
ก็คือ ความรัก ความชัง นี่แหละ
....เมื่อความรักเกิดขึ้น ให้รู้เท่ามัน อย่าไปยึดไว้ 
อย่าไปถือมัน หากถือแล้วมันจะเป็นทุกข์ 
เมื่อไม่ได้ตามความประสงค์ 
ทีนี้เมื่อความชังเกิดขึ้น ความเกลียดเกิดขึ้น 
มันก็เป็นทุกข์ ทั้งสองเรื่องนี้ท่านไม่ให้ไปยึด 
มัชฌิมาปฏิปทา ให้อยู่กลาง ให้รู้เท่าไว้


หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

การติชมของผู้อื่นอาจเป็นธรรมขนานเอก




การติชมของผู้อื่นอาจเป็นธรรมขนานเอก
ที่จะทำให้เรารู้ว่า เราสามารถปล่อยวางได้แล้วหรือยัง
ถ้าเรายังเกิดดีใจเมื่อมีคนชม
นั่นหมายความว่า เรายังเป็นคนหลงโลก หลงอารมณ์อยู่
และถ้าเกิดความไม่พอใจ เมื่อมีคนมาติเตียน
ก็หมายถึงว่า เรากำลังหลงผิด ยังคิดว่าตัวเองดีตัวเองชั่วอยู่...
เราปฏิบัติเพื่อทิ้งดี ทิ้งชั่ว
ความดีและความชั่ว ก็คือมลทินของใจนั่นเอง


หลวงปู่คูณ สิริจันโท

บัณฑิต คือ ผู้ที่มีสติทุกเมื่อ




บัณฑิต คือ ผู้ที่มีสติทุกเมื่อ
ตื่นตัวอยู่ทุกเวลา
แม้จิตใจมันนึกมันคิดอะไรขึ้นมา
รู้เท่า รู้ทัน รู้จักกัน รู้จักแก้
รู้จักเอาชนะได้ นั้นเรียกว่าบัณฑิต


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

สงบจากความสุข สงบจากความทุกข์




สิ้นภพสิ้นชาติได้ในปัจจุบัน
**********************
ความสงบ
ไม่ใช่ความสุข ไม่ใช่ความทุกข์
แต่สงบจาก ความสุข
สงบจาก ความทุกข์
สงบจากความดีใจ เสียใจ
ได้มาก็ไม่ดีใจ เสียไปก็ไม่เสียใจ
มันเป็นเรื่องที่ทั้งไม่เกิดและทั้งไม่ตาย
...หมายถึง "อารมณ์ความรู้สึก" ที่มันไม่มีแล้ว หมดแล้ว
สมเด็จพระบรมศาสดาท่านจึงบอกว่า ภพสิ้นแล้ว
พรหมจรรย์จบแล้ว ไม่มีภพอื่นชาติอื่นอีกแล้ว...
ท่่านก็รู้สิ่งที่มันไม่เกิดไม่ตาย ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้เอง


หลวงปู่ชา สุภัทโท

เราเป็นทุกข์ เพราะไปเอามาเอง




คนนั้นคนนี้พูดนั่นพูดนี่ทำนั่นทำนี่
ก็เขาเป็นธรรมชาติของเขาอย่างนั้น
เราเองนี่ล่ะไป “เอา” เข้ามา 
ไป “ยึด” มันมา นี่เป็นเรื่องของเราทั้งนั้น
ที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ 
ต้องจำไว้ เราเอง! ที่ทำให้เราเป็นทุกข์ !
เราไปเอามาเอง ไปยึดมาเอง 
ไปยึด ติด ข้อง ฉุดลาก “เรื่องราว”
มากลุ้มรุมจิตตัวเอง นี่จึงเรียกว่า โง่


พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ความตายไม่ได้ทำให้เราทุกข์




ความตาย..มันไม่เป็นสิ่งอันตรายหรอก 
มันไม่ได้ทำให้เราทุกข์หรอก
แต่ความกลัวตาย ความอยากไม่ตายนี้ ทำให้เราทุกข์
เพราะความหลง ไปคิดว่า ร่างกายเป็นเรา
พออะไรเป็นเรา เราก็ไม่อยากให้มันจากเรา เรายึดติด......
ก็ต้องปล่อยมันไป ไม่ต้องไปเสียดายหรอก 
มันไม่ได้เป็นตัวเรา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

“ความไม่ทุกข์” ต่างหาก คือชีวิต




อย่าไปคิดว่า “งานคือชีวิต”นะ
“ความไม่ทุกข์” ต่างหาก คือชีวิตนะ
งานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต
แต่ความไม่ทุกข์ คือชีวิตของเรา
อย่างนี้ดีกว่า เราจะได้ไม่เหนื่อย
ถ้าว่า “ชีวิต คือ การต่อสู้” มันเหนื่อย
ถ้า “ชีวิต คือ การเรียนรู้” อย่างนี้ไม่เหนื่อย


อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ทำให้จิตเที่ยง




การปฏิบัติธรรมจนถึงการพ้นทุกข์ไม่ใช่เป็นการทำให้จิตเที่ยง 
ให้มีความสุขตลอด ให้มีความรู้สึกตัวตลอด ไม่ใช่อย่างนั้น 
บางทีก็รู้สึกตัว บางทีก็เผลอ เป็นธรรมชาติของจิต 
บางวันก็ปฏิบัติได้ดี บางวันก็ปฏิบัติไม่ได้ดี ก็ไม่ต้องเสียใจ
ควรจะดีใจ เพราะจิตแสดงอนิจจังให้เห็น นั่นแหละดีแล้ว


อ.สุภีร์ ทุมทอง