ดับทุกข์ด้วย ๓ ไม่




ดับทุกข์ด้วย ๓ ไม่
“ไม่ฝืนธรรมชาติ
ไม่ลุอำนาจความโกรธ
ไม่โลดแล่นไปตามความอยาก”

หลวงปู่สาม อกิญจโน

คนพาลเดือดร้อนด้วยเหตุ 2 อย่าง




คนพาล ไม่พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง 
ย่อมเดือดร้อนด้วยเหตุ ๒ อย่าง คือ 
มีใจฟูขึ้นเพราะเหตุแห่งสุข ๑ 
มีใจฟุบลงเพราะเหตุแห่งทุกข์ ๑

(๒๖/๓๘๒) พระโคทัตตเถรคาถา

ระวังอย่าให้ความดีกัดเจ้าของ




หากให้ทาน รักษาศีล บำเพ็ญภาวนาแล้วกิเลสไม่ได้ลดลง
มีความยึดติดถือมั่นในตัวตนแน่นหนา ก็แสดงว่าทำผิดแล้ว
หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ “ทำผิดในสิ่งที่ถูก”
ความดีนั้น หากทำไม่ถูก วางใจไม่เป็น 
มันก็เป็นโทษแก่ตนเองได้
ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงเตือนเสมอว่า
“ระวังอย่าให้ความดีกัดเจ้าของ”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

การฝึกสติไม่ใช่ว่าจะต้องเห็นทุกก้าว



          การฝึกสติไม่ใช่ว่าจะต้องเห็นทุกก้าว เห็นทุกก้าว ไม่เห็นทุกก้าวไม่สำคัญ สำคัญที่เราตั้งใจฝึก เผลอแล้วแล้วไป ระลึกได้เอาใหม่ ถ้าเราจะตั้งให้เห็นทุกก้าวเดี๋ยวมันจะเครียดนะ เพราะมันเอาตัวเข้าไปทำ การฝึกสติไม่ใช่การฝึกเอาตัวเข้าไป ถ้าฝึกเอาตัวเข้าไป เป็นของกูตัวกูเมื่อไรมันเครียด ต้องมีอุบายฝึกมัน

                                                                                          พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

คนมีสติ




คนมีสติ 
เหมือนมีสิ่งนำโชค
ตลอดเวลา

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

จิตบริสุทธิ์เพราะคลายยึดถือตัวตน





จิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 
การที่บุคคลจะทำจิตให้บริสุทธิ์ได้ 
จะต้องคลายความยึดถือในตัวตน

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

จิตของผู้ที่จะเข้าสู่พระนิพพาน




จิตของผู้ที่จะเข้าสู่พระนิพพานคือ
รู้แล้ววาง



หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ

นิพพานเป็นธรรมะที่รู้ได้



          นิพพานดูเหมือนจะเป็นสิ่งมืดมิด ลี้ลับ เข้าใจไม่ได้ และเป็นธรรมะสูงสุดเอื้อม แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะธรรมะทั้งนั้นที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ล้วนประกอบด้วยลักษณะ ๓ ประการ คือ รู้ได้ มีเหตุที่อาจตรองตามได้ ปฏิบัติได้จริง และนิพพานก็เป็นธรรมะข้อหนึ่งที่ตรัสสอนไว้ จึงเป็นธรรมะที่รู้ได้ มีเหตุที่อาจตรองตามได้ และปฏิบัติให้บรรลุได้

                                             สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

จงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด




จงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด
อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย
ธรรมคือความไม่กังวล
ไม่ยึดมั่นถือมั่น
หาใช่อย่างอื่นไม่...

พระพุทธศาสนสุภาษิต

ไม่ให้ใจออกเที่ยว




พระอริยเจ้า มิได้เอากายหนีกิเลส 
แต่เอาใจต่างหากหนีกิเลส
ไม่ให้ใจออกเที่ยว 
ไม่ให้วิญญาณออกเที่ยวเล่น เพลินไปตามกิเลส 
ให้มีสติจดจ่อใจตน อย่าให้แล่นออกไป 
อวิชชาไม่อยู่เหนือสติสัมปชัญญะ
การละกิเลสจริง ก็มีผลจริง 
ถึงพระรัตนตรัย 

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร