การคิดของจิตนั้น เราห้ามไม่ได้




 จิตจะคิดอย่างไรๆ 
หากเราสามารถดูจิต ที่กำลังคิดนั้นทัน 
ตรงนี้แหละจะเป็นทางแก้

พระอาจารย์มานพ อุปสโม

การทำบุญมหาศาลก็คือการที่เราฝึกรู้จิต เห็นจิต




..การทำบุญมหาศาลก็คือการที่เราฝึกรู้จิต เห็นจิต 
เขาเรียกว่า “กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง” จิตที่เป็นกุศล
หรือว่า “กุสะลา ธัมมา” ทำจิตให้เป็นบุญทุกขณะ
บุญไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่การทำใจให้สงบ บุญอยู่ที่การรู้จิตรู้ใจของตนเอง
ที่พระพุทธเจ้าไปเรียนรู้จิตตัวเอง ก็อย่างนี้เองจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ

คำว่าเห็นธรรม ก็คือเห็นในขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตน




คำว่าเห็นธรรม ก็คือเห็นในขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตนด้วยปัญญาของตัวเอง 
และฝึกใจทำใจให้ปฏิเสธว่าขันธ์ห้าไม่ใช่เรา 
เราไม่ใช่ขันธ์ห้าแต่อย่างใด ถ้าทำได้อย่างนี้จะเห็นพระพุทธเจ้าในทันที

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

ระลึกรู้รูปนามเป็นปรกติ จะเกิดปัญญาเอง




เราเจริญสติ ระลึกรู้รูป-นามให้เป็นปรกติ 
ให้เท่าทัน ให้ได้ปัจจุบันเรื่อยๆ ไป 
วางใจเป็นกลาง ไม่ตกไปในข้างยินดียินร้าย 
มันก็จะเกิดญาณ เกิดปัญญาขึ้นเอง

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ทำลายความยึดมั่นถือมั่น คือทำลายกิเลส




เมื่อเรามาทำลาย
ความยึดมั่นถือมั่นในกายใจได้แล้ว 
นั่นคือการทำลายกิเลส 
คือการทำลายภพและชาติ

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ถ้าเราหลงร่างกระดูก ก็เรียกว่าหนอนเหมือนกัน




เราไปติเตียนแมลงวันว่าหลงของบูดของเน่า 
เรากลับไม่ติเตียนเราว่าหลงของบูดของเน่า 
เราสำคัญว่าสกลกายของเรามันสวยมันงาม 
เราไปเพ่งโทษแต่แมลงวันและหมู่หนอน 
ตัวของพวกเราก็เป็นหนอนเหมือนกัน ...
ถ้าเราหลงร่างกระดูก ก็เรียกว่าหนอนเหมือนกัน

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

สุขอย่างยอดคือ การนำความถือตัวออกเสีย




...สุข เพราะไม่เบียดเบียน 
สุข เพราะปราศจากราคะก้าวก่าย
ข้ามกามเสียได้ 
สุขอย่างยอดคือ 
การนำความถือตัวออกเสีย

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

การหมั่นดูใจ ...




การหมั่นดูใจ 
เป็นหน้าที่ของทุกคน

พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร

ควรฝึกฝนอบรมให้มี “สติรู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ”




ควรฝึกฝนอบรมให้มี “สติรู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ”
กำารปฏิบัติก็มีอยู่เท่านี้เอง ไม่มีอะไรมากเลย
แต่ว่าจะรู้ได้แค่ไหนเท่านั้นแหละ
ถ้าหากว่าเราชำนิชำนาญ รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา 
มันก็ไม่เผลอ ก็จะไม่ทำความชั่ว
นั่นแหละคือ การมีสติสมบูรณ์

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

เป้าหมายสูงสุด คือการปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด



          การทำสมาธิ ทำอุบายวิธีต่างๆ เรามาสรุปตรงที่ว่า จิตปล่อยวาง การปล่อยวางของอารมณ์ของจิต ต้องปล่อยวางอย่างเด็ดขาด อารมณ์ของจิตต้องตัดขาดจากโลกนี้ ไม่ว่าอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น นั่นหมายถึงว่าจิตจะต้องไม่ปรุงแต่งในอารมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ความถูกต้องอยู่ตรงนั้น ถ้าบุคคลทำได้ดังนี้แล้ว ถือว่าการประพฤติเช่นนั้นถูกต้อง เป้าหมายจุดสูงสุด คือ การปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด

                                                                                            พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ