รู้เรื่องพระพุทธเจ้าก็ไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์




รู้เรื่องพระพุทธเจ้าก็ไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์ 
แต่พระพุทธเจ้าสอนให้เรามารู้เรื่องเรา เพื่อที่จะพ้นทุกข์

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ทำลายความอยาก ได้บุญมากขึ้น




ถ้าท่านทำลายความอยากของท่านให้เบาบางลงได้
ท่านจะได้บุญกุศลมากขึ้นเหลือเกิน...
บุคคลผู้กำจัดความอยากของตนให้เบาบางลงได้
ย่อมบรรลุถึงความไม่กระวนกระวายแห่งจิต
และเมื่อปราศจากเหตุแห่งความทุกข์โศก
หรือความกลัวแล้ว
เขาย่อมเห็นว่าสิ่งต่างๆ ที่เขามีอยู่นั้น
เกินความต้องการของเขาเสียด้วย
เขาจึงไม่ต้องทนทุกข์กับความขาดแคลนเลย


หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม

เรามั่นใจหรือยังว่าจะไม่มาเวียนว่ายตายเกิดอีก



ใจของเราเป็นมาตรฐานแล้วหรือยัง
ใจของเราเป็นอริยบุคคลแล้วหรือยัง
ใจของเราเป็นพระอรหันต์แล้วหรือยัง
เรามั่นใจหรือยังว่าจะไม่มาเวียนว่ายตายเกิดอีก
ถ้ายังไม่มั่นใจต้องเตรียมพร้อม...
ถ้ากลับมาเกิดอีก
ก็ต้องกลับมาแก่เจ็บตายอีก 
ไม่เป็นอย่างอื่น

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

เราจะรู้ธรรมเห็นธรรม เราต้องดูตัวเอง



การศึกษาธรรมะต้องเอาตนเองเป็นหลัก
เราอย่าไปเอาคนอื่นเป็นหลัก เอาตนเป็นที่พึ่งของตน
เอาความรู้ความฉลาดของตนเป็นเครื่องวัดความดี ความชั่ว
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจตัวเองแล้ว ก็เหมือนกับว่า
เราไม่รู้ธรรม ไม่เห็นธรรม...
เราจะรู้ธรรมเห็นธรรม เราต้องดูตัวเอง
รูปธรรม นามธรรมมันอยู่ตรงนี้...

หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ

ตัววิปัสสนาคือ ตัวละ



ตัวนั่งพิจารณา นั่งคิดนึก นั่นมันตัววิตก...
การพิจารณาวิปัสสนาที่ถูกต้องนั้นไม่ใช่นั่งคิดอย่างนั้น..
คือ เมื่อเห็นรูปจากนิมิต ที่เกิดขึ้น จะสวยจะงามหรือไม่สวยไม่งามก็ ละ
ได้ยินเสียงก็ ละ ปวดขึ้นมาก็ ละ นึกคิดขึ้นมาก็ ละ
ได้กลิ่นก็ ละ รสเกิดขึ้นที่ลิ้นก็ ละ
ละกามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
นี่คือตัววิปัสสนา ตัววิปัสสนาคือ ตัวละ ฝึกให้จิตมันละ ให้มันทิ้ง
ให้มันปล่อย ให้มันวาง
เมื่อฝึกอยู่อย่างนี้ทุกวัน จิตมันรู้ มันก็คุ้นเคย
แล้วมันก็ไม่รับสิ่งเหล่านั้นต่อไป มันก็เบื่อหน่ายต่อกามคุณ...

หลวงปู่สรวง ปริสุทโธ

การปฏิบัติธรรมก็คือ การรับผิดชอบตนเอง




 การปฏิบัติธรรมก็คือ การรับผิดชอบตนเอง
ทุกคนมีสิทธิที่จะไม่ทุกข์ ไม่โกรธ ไม่หลง 
การกระทำบางอย่างเป็นกิริยาเฉยๆ 
การกระทำบางอย่างจึงเป็นกรรม 
ความหลงเมื่อเกิดขึ้นกับเรา ...

เรามีสิทธิที่จะไม่หลง 
เมื่อความทุกข์เกิดขึ้นกับเรา 
เรามีสิทธิที่จะไม่ทุกข์ 
ทุกคนก็ทำได้ แก้ได้ เปลี่ยนได้ 
ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะจำนนต่อความทุกข์


หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนให้มี อินทรียสังวร




พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนให้มี อินทรียสังวร 
คือความสำรวมอินทรีย์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และมนะคือใจ 
โดยที่เมื่อเห็นอะไร ได้ยินอะไร เป็นต้น 
ก็ไม่ยึดถือสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ...
เพราะเมื่อยึดถือ ความยินดียินร้าย ...
บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย ย่อมไหลเข้าสู่ใจ หรือสู่จิต 
ต่อเมื่อมีความสำรวมอยู่ ไม่ยึดถือสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน เป็นต้น... 
ก็ย่อมตกอยู่แค่ตา แค่หู ในภายนอกเท่านั้น ไม่ไหลเข้าสู่จิตใจ 
และความสำรวมนี้ก็คือ ตัวสติ


สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ฟังธรรมในกาย วาจา จิต ให้มีทุกเวลา



...อันฟังธรรมจากที่อื่น จะต้องเป็นกาลเป็นเวลา 
แต่ฟังธรรมอยู่ในจิตในใจ 
ในกาย วาจา จิตของตนนั้น 
ให้มีอยู่ทุกเวลา.. 
กายนั่งอยู่ที่ไหน ...
ใจก็เพียรเพ่งอยู่ในกายที่นั่งนั้น 
เห็นว่านี่เป็นกองทุกข์อย่างนี้แหละ 
เห็นเป็นความแก่ ความชรา มรณะ 
อยู่ในตัวตลอดเวลา...

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน เหมือนการสั่งสมน้ำทีละหยดๆ



การเจริญสติในชีวิตประจำวันนี้ เหมือนกับการสั่งสมน้ำทีละหยดๆ
เมื่อปริมาณมากขึ้น ในที่สุดมันจะแสดงพลังอำนาจของน้ำให้ดู
สามารถที่จะท่วมหรือเติมลงในแอ่งใหญ่ๆ เช่น เขื่อน
ก่อเกิดพลังงานไฟฟ้า หรืออะไรได้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น

ท่านเขมานันทะ

การภาวนาที่มีอภินิหารมากที่สุด คือการเห็นจิตเจ้าของ



คนชอบภาวนาแล้ว อยากจะมีฤทธิ์ มีเดช อยากมีหูทิพย์ ตาทิพย์ 
ภาวนาแล้วอยากเห็นนั่น อยากเห็นนี่ มันจะวิเศษอะไร 
การภาวนาที่มีอภินิหารมากที่สุด คือการเห็นจิตเจ้าของ เห็นใจของเราเอง
มีสติต่อเนื่องเห็นใจของเราตลอดเวลา โอ๊ย อันนี้สิ วิเศษของจริง
มันวิเศษที่สุดเลย เพราะกิเลสมันหายได้ พ้นทุกข์ได้ 
นักภาวนา ต้องเอาสติเป็นสำคัญ อย่างอื่น อย่าไปสนใจมันมากนัก
อันนั้นมันของแถม ของเล่นเฉยๆ

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล