เราจะทิ้งการให้ทานไม่ได้



          ..ที่ท่านกล่าวว่าทำกฐินร้อยกองก็ไม่เท่าภาวนารวมลงครั้งหนึ่งนั้นเป็นการถูกต้องแล้ว แต่เราจะทิ้งการให้ทานไปก็ไม่ได้อีกล่ะ ถ้าหากเรามีภพมีชาติหน้าก็กลายเป็นคนจนทรัพย์ หาด้วยน้ำพักน้ำแรงเกือบจะตายก็ไม่ได้ เพราะอานิสงส์ทานไม่ชูส่ง

                                                                                              หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

ให้มีแต่เพียงรู้เฉยๆ กิเลสก็จะไม่เกิดขึ้น



ถ้าหากเรากำหนดรู้เท่าทัน
อย่าให้มันไปหมายมั่นสัญญา
จดจำแลปรุงแต่ง
ให้มีแต่เพียงรู้เฉยๆ
กิเลสมันก็จะไม่เกิดขึ้น

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

กิเลสมันปรากฏ กำหนดสติรู้มัน...




กิเลสมันปรากฏ กำหนดสติรู้มัน
อารมณ์มันปรากฏ กำหนดสติรู้มัน
เอาสติตัวเดียว พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้อย่างชัดเจน
ตัณหามันเกิดที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันก็ดับที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ 
มันจะดับได้อย่างไร...ฝึกสติ

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

เมื่อเราเข้าไปยึด “ความคิด” จึงเป็นทุกข์



ความคิด” เป็นเพียงแค่อาการของจิตที่เปลี่ยนไป
“ความคิด” มันเป็นอะไร เพราะเราไปยึด
ไปให้ค่าให้ความหมาย เป็นสุขเป็นทุกข์ขึ้นมา
“ความคิด” ไม่ได้ทำให้เราเป็นทุกข์
เมื่อเราเข้าไปยึด “ความคิด” จึงเป็นทุกข์



พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

จิตน้อมหาตัวบ่อยๆ จะเกิดความสว่างและความสงบ



จิตเป็นธรรมชาติที่ว่า น้อมหาตัวบ่อยๆ 
จะเกิดความสว่าง..และความสงบ..
เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยๆ 
จะเป็นเครื่องรู้เห็น
ที่เราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ก็จะเกิดขึ้น 
จิตมองตัวเองบ่อยๆ จะเป็นสมาธิขึ้นมา
ถ้ามองอย่างอื่นเป็นอารมณ์ ไม่เป็นสมาธิ 

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

แค่มีกิเลสแล้ว “รู้ทัน” ก็เป็นกุศล



แค่มีกิเลสแล้ว “รู้ทัน” 
ก็เป็นกุศลแล้ว คือมี “สติ”
แต่ถ้ามีกิเลสแล้วรู้ไม่ทัน 
แล้วทำอะไรไป  พูดไป ทำไป
การกระทำครั้งนั้นเป็นอกุศล...

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ถ้าเราสร้างตัวรู้ มันก็เห็นตัวหลง



          ถ้าเราสร้างตัวรู้ มันก็เห็นตัวหลง ก็มีโอกาสแก้ตัวหลง ชำนาญในการแก้ตัวหลง จนหลงไม่มีให้แก้ มีแต่สติเฝ้าดูอยู่ จิตก็ปกติ จิตไม่พยศมีสมาธิ รอบรู้เท่าทัน ปัญญาถลุงย่อยกองรูปกองนาม เห็นแจ้งในไตรลักษณ์ หลุดพ้นจากทุกข์ อุปาทาน เห็นสมมติ วางสมมติ จิตใจเปลี่ยนแปลงสู่สภาวะใหม่ ล่วงพ้นสภาวะเดิม

                                                                                         หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ทำความรู้อยู่อย่างนั้นเรียกว่า พุทโธ



ทุกข์เกิดขึ้นก็ให้รู้ สุขเกิดขึ้นก็ให้รู้ 
ดีเกิดขึ้นก็ให้รู้ 
พุทโธ พุทโธ มันเป็นยังไงก็ให้รู้ให้หมด 
มันข้องตรงไหนก็ให้รู้ มันไม่ข้องก็ให้รู้ 
ทำความรู้อยู่อย่างนั้นเรียกว่า พุทโธ

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

เมื่อบุคคลผู้ใดมีความยึดถือ ชื่อว่า ผู้มีภาระอันหนัก



....เมื่อบุคคลผู้ใดมีความยึดถือ ชื่อว่า ผู้มีภาระอันหนัก 
แม้อยู่ในโลกนี้ก็แสวงหาความดีได้ยาก 
แม้ตายไปก็มีภาระอันหนักขวางอยู่ข้างหน้า 
ฉะนั้น ท่านจึงสอนให้ปล่อยวาง อย่าเข้าไปยึดถือในสัญญา อดีต อนาคต ปัจจุบัน
ทำจิตอันนั้น ให้เสมอเหมือนน้ำค้างที่อยู่บนใบบัว ไม่รั่ว ไม่ซึม ไม่เซิบ 
จะถึงธรรมที่ไม่ตาย หายจากความทุกข์ ถึงบรมสุขอย่างเลิศ 
ไม่ต้องมาเกิดมาตายในโลกนี้ และโลกหน้า

ท่านพ่อลี ธัมมธโร 

ฝึกสติ แล้วจะเห็นคุณค่าสติ



          ...ผู้ใดใฝ่ในการเจริญ ใฝ่ในการพัฒนาจิตตน ให้ตั้งใจฝึกสติให้มาก ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะผัดกับข้าว หุงข้าว ทำอะไร ให้หัดระลึก ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องระลึก เพราะสัญญานั้นมันจะเสื่อม มันจะจำอะไรยาก ต้องใช้สติเข้าไปแทนมัน ระลึกให้มาก ทำให้มากจนเป็นนิสัย แล้วเราเองจะเห็นคุณค่าของสติ จะเห็นว่าทำไมสติจึงเป็นธรรมที่มีอุปการะมาก...

                                                                                              พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ