ถ้าเราสร้างตัวรู้ มันก็เห็นตัวหลง



          ถ้าเราสร้างตัวรู้ มันก็เห็นตัวหลง ก็มีโอกาสแก้ตัวหลง ชำนาญในการแก้ตัวหลง จนหลงไม่มีให้แก้ มีแต่สติเฝ้าดูอยู่ จิตก็ปกติ จิตไม่พยศมีสมาธิ รอบรู้เท่าทัน ปัญญาถลุงย่อยกองรูปกองนาม เห็นแจ้งในไตรลักษณ์ หลุดพ้นจากทุกข์ อุปาทาน เห็นสมมติ วางสมมติ จิตใจเปลี่ยนแปลงสู่สภาวะใหม่ ล่วงพ้นสภาวะเดิม

                                                                                         หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ทำความรู้อยู่อย่างนั้นเรียกว่า พุทโธ



ทุกข์เกิดขึ้นก็ให้รู้ สุขเกิดขึ้นก็ให้รู้ 
ดีเกิดขึ้นก็ให้รู้ 
พุทโธ พุทโธ มันเป็นยังไงก็ให้รู้ให้หมด 
มันข้องตรงไหนก็ให้รู้ มันไม่ข้องก็ให้รู้ 
ทำความรู้อยู่อย่างนั้นเรียกว่า พุทโธ

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

เมื่อบุคคลผู้ใดมีความยึดถือ ชื่อว่า ผู้มีภาระอันหนัก



....เมื่อบุคคลผู้ใดมีความยึดถือ ชื่อว่า ผู้มีภาระอันหนัก 
แม้อยู่ในโลกนี้ก็แสวงหาความดีได้ยาก 
แม้ตายไปก็มีภาระอันหนักขวางอยู่ข้างหน้า 
ฉะนั้น ท่านจึงสอนให้ปล่อยวาง อย่าเข้าไปยึดถือในสัญญา อดีต อนาคต ปัจจุบัน
ทำจิตอันนั้น ให้เสมอเหมือนน้ำค้างที่อยู่บนใบบัว ไม่รั่ว ไม่ซึม ไม่เซิบ 
จะถึงธรรมที่ไม่ตาย หายจากความทุกข์ ถึงบรมสุขอย่างเลิศ 
ไม่ต้องมาเกิดมาตายในโลกนี้ และโลกหน้า

ท่านพ่อลี ธัมมธโร 

ฝึกสติ แล้วจะเห็นคุณค่าสติ



          ...ผู้ใดใฝ่ในการเจริญ ใฝ่ในการพัฒนาจิตตน ให้ตั้งใจฝึกสติให้มาก ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะผัดกับข้าว หุงข้าว ทำอะไร ให้หัดระลึก ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องระลึก เพราะสัญญานั้นมันจะเสื่อม มันจะจำอะไรยาก ต้องใช้สติเข้าไปแทนมัน ระลึกให้มาก ทำให้มากจนเป็นนิสัย แล้วเราเองจะเห็นคุณค่าของสติ จะเห็นว่าทำไมสติจึงเป็นธรรมที่มีอุปการะมาก...

                                                                                              พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

วิธีสงบใจที่ดีที่สุด “หายใจยาวและลึก”



...สงบใจได้แม้เมื่อตนอยู่ในอันตราย หรือประสบทุกข์
อย่าให้เสียใจ หมดสติ สะดุ้งดิ้นรนจนสิ้นปัญญาแก้ไข
เกิดความท้อถอยไม่ทำอะไรต่อไป
ความสงบไม่ตื่นเต้น เป็นเหตุให้เกิดปัญญา ประกอบกิจให้สำเร็จได้สมหวัง
เราจะแก้ไขเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแก่เราได้นั้นก็มีทางจะทำอยู่ ๒ ขั้น
๑.ต้องสงบใจมิให้ตื่นเต้น  ๒.ต้องมีความมานะพยายาม
วิธีสงบใจที่ดีที่สุด “หายใจยาวและลึก”

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ฝึกใจยามตื่นนอน



          สวัสดีในเช้าของวันใหม่ ...ขอทุกท่านจงสลัดความง่วงเหงาหาวนอน ความซึมเศร้าหงอยเหงา ความหดหู่ใจทั้งหลาย ความเคียดแค้น พยาบาทมาดร้าย ทิ้งออกไป หายใจเข้าลึกๆ มีสติกำหนดรู้ หายใจออกยาวๆ มีสติกำหนดรู้ เราจะสังเกตได้ว่า ในขณะที่เรากำหนดรู้ลมหายใจนั้น แม้จะเป็นการหายใจเพียงครั้งเดียว แต่เพราะการที่เราเอาจิตไปจดจ่อกับลมหายใจ ใจเราจะเบาสบายขึ้นในขณะนั้นทันที การที่เรากำหนดดูรู้ลมนั้น คือการฝึกอานาปานสติสมาธิ แม้ทำเพียงรู้ลมหนึ่งคู่เข้า ออก ก็เป็นอานาปานสติได้...

                                                                               ครูบาไตรภพ วัดป่าโคกเจริญธรรม
                                                                              มูลนิธิวิศวาธารอโรคยาธรรมศาลฯ

เราไม่ยอมต่อสู้ราคะด้วยปัญญา



ที่เรารักไม่มีสถานีจบ

ก็เพราะเราอยู่ใต้อำนาจกิเลสแห่งราคะมาก
เราไม่ยอมต่อสู้มันด้วยปัญญา พิจารณาสิ่งปฏิกูลโสโครก
และไม่แยกลงไปเป็นดินน้ำลมไฟ 

เรารักและกำหนัด ให้มันชนะกำหนัด มันก็ย่อมเป็นไปไม่ได้...

คล้ายๆ กับทิ้งฟืนใส่ไฟ ให้ชนะไฟย่อมเป็นไปไม่ได้
อันนี้เป็นด้านปัญญาอันคมกล้า 
เราจะเอาสมาธิล้วนๆ ปราบมันไม่ได้ดอก
เราต้องเอาปัญญาปราบความหลงของตน

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต 

ฝึกตายเสียตั้งแต่ก่อนตาย



เราจะพึ่งคนอื่นไม่ได้ ตายเราก็ตายคนเดียว 
ไม่มีใครมาช่วยตายด้วยเลย...
มีแต่ตัวเองเท่านั้นแหละที่ช่วยประคองจิตใจตัวเอง
ให้ตั้งมั่นอยู่ไม่ฟุ้งซ่าน เลื่อนลอย
ไปเกาะ ไปข้อง อยู่ที่ต่างๆ ในโลกนี้
ไม่เศร้าโศก ไม่เสียใจ 
ปล่อยวางความอาลัย ความเกี่ยวข้องทั้งหมดลงไป
นี่เรียกว่า จะต้องฝึกตายเสียตั้งแต่ก่อนตาย 

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

คนไม่ฉลาดมัวชื่นชมขันธ์ ๕



          ...ผู้ฉลาดก็รีบเร่งใช้ขันธ์ ๕ นี้ทำความดีเข้าไป ไม่ปล่อยให้ขันธ์ ๕ นี้ทรุดโทรมไปเสียเปล่า... คนไม่ฉลาด ก็เมื่อได้ขันธ์ ๕ มานี้แล้ว ก็มาชื่นชมกับขันธ์ ๕ นี้ ก็เพลิดเพลินมัวเมาอยู่แต่ในกามคุณ คือ รูป เสียง กลิ่น รส เครื่องสัมผัสต่างๆ ไม่มีโอกาสที่จะได้ฝึกตนเลย...

                                                                                                    หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

จงรีบทำงานที่ค้าง



ร่างกายของเรานี้ไม่ใช่จะคงทน มันไม่ถาวร ไม่ยั่งยืน
ที่สุดมันจะต้องทุกข์ จะต้องกระจัดกระจาย จะต้องเดือดร้อน
งานอะไรที่ค้างอยู่ ก็จงรีบทำเสีย เรามีงานอะไรค้างอยู่ล่ะ ?
ก็งานที่จะพ้นจากวัฏสังสาร พ้นจากกองทุกข์นี้
งานวิปัสสนาเท่านั้น ที่จะดับทุกข์ พาให้พ้นทุกข์ได้
ในเมื่อยังค้างอยู่ ยังทำไม่สำเร็จ 
ก็ต้องขวนขวายเสียเดี๋ยวนี้

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี