สุขหรือทุกข์มีค่าแค่ "รู้"



...ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ชอบหรือชัง 
ก็ล้วนมาจากเหตุอันเดียวกัน คือตัณหา 
อันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ทั้งสิ้น...
ควรปรับใจตนเองเสมอว่า ไม่ว่าสภาวะใดเกิดขึ้น 
สุขหรือทุกข์ก็ตาม ก็มีค่าเท่ากัน 
คือมีค่าแค่ให้ผู้ปฏิบัติได้ “รู้” เท่านั้น

พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

ดีก็อย่าไปติดดี ร้ายก็อย่าไปติดร้าย



ความจริงคือ ความไม่เที่ยงนี้
ความจริงที่มันสั้นๆ กว้างๆ ถูกๆ นี้
ไม่ค่อยพิจารณากัน เห็นไปอย่างอื่นเสีย
ดีก็อย่าไปติดดี ร้ายก็อย่าไปติดร้าย 
สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ในโลก
เราจะปฏิบัติเพื่อหนีจากโลกอันนี้ 
ให้มันสิ้นสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ . . . 

หลวงปู่ชา สุภัทโท

จิตไม่รัก ไม่ยึด เป็นสุข



จิตเมื่อรู้เห็น ละถอน ปล่อยวางสิ่งต่างๆ
ไม่หึงหวง ไม่รัก 
จิตก็มีความสุขความสบายอย่างนั้น 
ทั้งๆ ที่ของอยู่ในตัวก็ตาม 
ของอยู่นอกตัวก็ตาม
เมื่อจิตไม่มีการรัก การยึด 
มันสบาย มันเป็นสุข

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

จิตเป็นตัวมารแท้



ถ้าเราเข้าใจว่าบาปมารประหารเราอยู่ภายนอก 
ไม่ย้อนกลับความรู้เข้ามาดูจิตผู้เป็นตัวมารแท้ 
ข้าศึกของเราจะหาวันสงบได้ไม่ 
จงทราบว่าเรื่องทุกข์ที่เป็นไปในกาย
แลจิตของเราตลอดเวลา ...
ถ้าเรามองข้ามทุกข์ก้อนนี้ไป 
อริยสัจคือของจริงอันประเสริฐ
ก็เป็นอันว่าเรามองข้ามไปเช่นเดียวกัน

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

อย่าปล่อยให้จิตสยบในอารมณ์ที่ชอบ...



สตินั้นต้องสังวรอยู่เสมอในตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น 
ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัสสิ่งที่ถูกต้อง ใจรู้ธรรมารมณ์ 
อย่าปล่อยให้จิตสยบในอารมณ์ที่ชอบ 
ไม่เคียดแค้นในอารมณ์ที่ไม่ชอบ 
ตั้งสติเเละจิตไว้ในวงกาย 
พิจารณาค้นหาความจริงด้วยสติเเละปัญญา

หลวงปู่ศรี มหาวีโร

จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ



จิตดวงในนี้อยู่ภายในนี้แล้ว ไม่ต้องไปหาที่อื่น
จงรู้เฉพาะหน้าเฉพาะใจอยู่เสมอๆ ให้รู้ได้ทุกอิริยาบถ
ทั้งนั่ง ทั้งนอน ตั้งมั่นอยู่ในจิตดวงที่รู้อยู่นี้
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ ทั้งหมดเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน
นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ เป็นทุกข์ นอกจากจิตที่รู้อยู่นี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา...
ไม่ควรลุ่มหลงไปกับเรื่องใดๆ ทั้งหมด 
ควรรู้อยู่เห็นอยู่ ในเวลาปัจจุบันอย่างเดียว . . .

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

รู้เท่าแล้ว "ว่าง" เอง




ไม่ต้องทำจิตให้ “ว่าง”
“รู้เท่า”แล้วก็ว่างเองตามธรรมชาติเลย ... 

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

ถ้าเห็นว่า กายเป็นของว่าง...



ถ้าเรามีความรู้สึกเห็นว่า กายเป็นของว่าง 
อุปาทานก็ครอบงำเราไม่ได้
เราก็ไม่มีความรู้สึกว่า.....
มีอะไรเป็นเครื่องอวดอ้างกับใคร
เราก็อยู่แบบธรรมชาติ
อยู่แบบสภาวการณ์ที่
มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน
ไม่เห็นอะไรเป็นเรา เป็นของของเรา

หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม

สติตัวเดียว รู้ทั้งในและนอก



...นอกดูงาน ในดูจิตใจ ว่าไม่มีอารมณ์ คือความถูกต้อง
สติตัวเดียว รู้ทั้งในและนอก แบบสบายๆ พร้อมกัน
รู้อยู่ รู้อยู่ รู้อยู่ ทั้งในและนอก รู้อยู่ ๆๆๆ...

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

“เนกขัมมะ” หมายถึง การทำใจให้ออกจากกามคุณอารมณ์



ที่จริงแล้ว ความหมายของคำว่า “เนกขัมมะ” หมายถึง 
การทำใจให้ออกจากกามคุณอารมณ์ 
ทำใจไม่ให้จมอยู่กับเรื่องที่มากระทบใจ...
(ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย)
...ใจเข้าไปรับรู้แล้ว เราทำใจให้ปล่อยวางได้ 
คือออกจากเรื่องเหล่านี้ได้

พระอาจารย์มานพ อุปสโม