ทำกายให้เป็นวัด เจริญสติเข้าไปเยี่ยมพระ...
...พยายามเข้าวัดบ่อยๆ เข้าวัดประจำได้ยิ่งดี เข้าวัดทุกลมหายใจเข้าออก ตามความเป็นจริง ทำกายให้เป็นวัด เจริญสติเข้าไปเยี่ยมพระอยู่บ่อยๆ พระก็คือใจของเรานั่นแหละ ใจของเราไม่มีความโลภ ไม่มีความโกรธ ไม่มีกิเลส ใจของเราก็เป็นพระ ไม่ใช่จะเป็นพระเฉพาะนุ่งเหลืองห่มเหลืองเท่านั้น อันนั้นพระเป็นพระในทางสมมุติ แต่ในทางหลักธรรมแล้ว พระก็อยู่ในใจ...
พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร
นิสัยของผู้จะหนีไปจากภพทั้งสาม
นิสัยของผู้จะหนีไปจากภพทั้ งสามนั้น
ไม่มีการต่อรองกับกิเลสตัณห าอีกต่อไป
ไม่เป็นมิตรกับกิเลส ไม่เป็นเพื่อนกับตัณหา
เพราะชาติภพที่ผ่านมา
เราเสียเปรียบกับกิเลสตัณหา มาแล้ว ...
ในชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้าย ของเรา
กิเลสตัณหาจะเอาอะไรมาต่อรอ งอีก
สติปัญญาจะไม่รับเงื่อนไขอะ ไรทั้งสิ้น
หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ
สติต่อเนื่อง อารมณ์จะแทรกไม่ถึง
สติปัญญาจริงๆ ในภาคปฏิบัติมันไม่หนีจากกา
หลวงพ่อคำสด อรุโณ
ให้ภาวนาเอาให้รู้อย่างเดียว
เป็นนักภาวนา ให้ภาวนาเอาให้รู้อย่างเดียว ใจเรามันชั่ว ปัญญาตัวรู้นี่แหละทำให้เราฉลาด อย่าเอาหลายอย่าง เอาตัวรู้อย่างเดียว จับปลาหลายมือ มันก็คว้าน้ำเหลว จับรู้อย่างเดียว หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้..
หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
ให้ดูแต่ใจ ให้ใจอยู่ที่พุทโธ
การบำเพ็ญกัมมัฏฐานนี้ ไม่ว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะเกิดขึ้น ไปรู้ไปเห็นอะไรเราอย่าไปดู ให้ดูแต่ใจ ให้ใจอยู่ที่พุทโธ เมื่อกำลังภาวนาอยู่ หากมีความกลัวเกิดขึ้น ก็อย่าไปคิดในสิ่งที่น่ากลัวนั้น อย่าไปดูมัน ดูแต่ใจของเราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วความกลัวมันจะหายไปเอง
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
เวลานั่งภาวนา อย่าตั้งความอยาก
เวลานั่งภาวนา อย่าตั้งความอยาก
ให้ตั้งเหตุเอาไว้ ทำเหตุให้พอ ผลจะเกิด
ถ้ามีความอยากอยู่อย่างนั้น มันจะไม่สงบ
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก
ปัญญา คือตัวตัดสิน
...พระองค์ย้ำว่า ปัญญา นี่แหละเป็นตัวตัดสิน
ศรัทธา ก็เพื่อปัญญา โดยเฉพาะศีลวัตรนั้นช่วยให้เกิดสมาธิ
สมาธิก็ต้องนำไปสู่ปัญญา
ถ้าไม่อย่างนั้น ก็เป็นเพียงสมาธิที่นำไปสู่ภาวะดื่มด่ำทางจิตเท่านั้น
เป็นเรื่องของสมถะ ไม่ถึงนิพพาน...
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
เจริญสติปัฏฐานคือการขัดเกลากิเลส
การที่เธอทั้งหลายกำลังทำความเพียร เจริญสติปัฏฐานอยู่นี่
เธอจะปรารถนาความสิ้นกิเลส หรือไม่ปรารถนาก็ตาม
แต่เธอกำลังได้ขัดเกลากิเลสอยู่
เธอไม่รู้หรอกว่า วันหนึ่งๆ เธอได้ขัดเกลาไปแค่ไหน
แต่นั่นคือได้ขัดเกลาอยู่
เหมือนลูกพรวนเรือที่เขาลากขึ้นบกลงน้ำในทุกๆ วัน
ก็ค่อยๆ สึกไปเรื่อย
แต่เราไม่เห็นว่ามันสึกไปวันละเท่าไหร่
ไม่เห็น ดูไม่ออก จนนานๆ ไป มันก็กลมเกลี้ยง
พระพุทธองค์
ต้องเห็นความจริง จึงเป็นปัญญา
“หมายเอา” ก็เป็น “สัญญา”
“คิดเอา” ก็เป็น “เจตนา”
เพราะฉะนั้น ไม่ใช่หมาย ไม่ใช่คิด
ต้องเข้าไป “เห็น” ความจริง
ที่ปรากฏเฉพาะหน้า ...
จึงจะเป็น “ปัญญา” ได้
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
สมาธิเกิดขึ้น จากการมีสติเท่าทัน
สติที่ใหญ่มีกำลัง สมาธิก็เกิดขึ้น
สมาธิเกิดขึ้น จากการมีสติเท่าทันนี่แหละ
ถ้ามีสติเท่าทันต่อสภาวธรรมทางกาย ทางใจ
ก็จะเกิดสมาธิขึ้นเอง
ความสงบในจิตใจก็เกิดขึ้น
จิตที่มันไม่สงบเ พราะเราขาดสติ
มันไม่มีสติตามดูรู้ทัน จิตก็จะปรุงแต่ง...
ปรุงแต่งในเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง หรือเรื่องที่ได้เห็น
ในเรื่องที่ได้คิดไว้ได้รู้ไว้
เอาไปปรุงแต่งในเรื่องต่างๆ เหล่านั้น
จิตก็วุ่นวายสับสน สร้างความทุกข์ต่อจิตใจของตนเอง...
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









