ดูกายดูใจในปัจจุบัน คือการปฏิบัติธรรม
. . .ไม่ใช่เรื่องว่า
เราจะต้องจดจำอะไรมากมาย
แต่เป็นเรื่องการคอยดูกายดูใจ
ในปัจจุบันนี่เท่านั้น
กายที่กำลังเป็นไปในปัจจุบัน
จิตใจที่กำลังเป็นไปอยู่ในปัจจุบัน
อย่างนี้เรียกว่าการปฏิบัติธรรม. . .
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
ถ้าเราไม่มีสติเฝ้าดูจิตใจ...
ถ้าเราไม่มีสติเฝ้าดูจิตใจแล้ว ความนึกคิดปรุงแต่งภายในจิตใจของเรา
ก็ปรุงแต่งไปในเรื่องที่ไม่ดี เป็นเรื่องซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร
จิตเราก็วิ่งตามอารมณ์ไป ไม่สามารถที่จะเห็นความทุกข์
เห็นเหตุให้เกิดทุกข์ หรือเห็นความดับทุกข์
หรือทำให้รู้จักข้อประพฤติปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์. . .
พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต
มีสติกับจิต คือพุทโธที่แท้จริง
การภาวนาธรรม มีสติกับจิตนี้แหละคือ พุทโธที่แท้จริง ท่านแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ถ้าไม่มีสติ จิตใจก็ไม่อยู่ที่.. จะเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานไม่ได้ จะกลายเป็นความโง่เซ่อไปเท่านั้น
ขอรักษาสติกับจิต จงดีๆ จะเกิดภูมิปัญญาธรรมขึ้นเอง
หลวงปู่ดี ฉันโน
ความอยากคือพญามาร
...ค่อยทำค่อยไป คือไม่ให้ความอยากมันเข้ามาขัดขวางจิตใจของเรา เช่น อยากให้จิตมันสงบ อยากให้จิตเป็นสมาธิ อยากให้จิตมันสว่างไสว อยากให้จิตมันเห็นนรก สวรรค์
อันนี้เรียกว่าเป็นพญามาร คือเป็นข้าศึกอย่างสำคัญที่เข้ามากั้นไม่ให้เราบำเพ็ญคุณงามความดี...
หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป
คิดถึงไตรลักษณ์คือการทำความดีทางใจ
...ได้รับผลดีของกรรมดี คือได้ประสบโลกธรรมฝ่ายดีเมื่อไร เมื่อนั้นให้คิดถึงไตรลักษณ์ทันที จะได้รับผลดีของกรรมดี ที่ดียิ่งกว่าผลดีทั้งนั้น การคิดถึงไตรลักษณ์ ความไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ต้องแปรปรวน เปลี่ยนแปลง และไม่เป็นไปตามความปรารถนาต้องการ คือ
การทำความดีทางใจ เป็นมโนกรรมที่ดี จึงย่อมได้รับผลเป็นความดีตรงตามเหตุที่ได้กระทำ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
การกันไว้ดีกว่าแก้คือ การมีสติในขณะผัสสะ ๖
การกันไว้ดีกว่าแก้คือ
การมีสติในขณะผัสสะ ๖
ไม่หลงปรุงแต่งชอบ-ชัง
ต่อผัสสะอันประณีต
หรือหยาบกระด้าง
พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส
มรรค ๘ คือมีสติคุมจิต
มรรค ๘ หรือมัชฌิมปฏิปทา
คือข้อปฏิบัติสายกลาง ไม่ตึงนัก ไม่หย่อนนัก...
ในทางปฏิบัติก็ได้แก่ การวางใจให้เป็นกลาง
มีสติคอยควบคุมจิตใจ
อย่าให้เกิดความยินดียินร้าย
...
ในขณะเห็นรูป ฟังเสียง เป็นต้น...
หลวงพ่อกนฺตสิริ (กนฺตสิริ ภิกฺขุ)
จงกำหนดรู้กายนี้บ่อยๆ เถิด
ท่านทั้งหลาย จงกำหนดรู้กายนี้บ่อยๆ เถิด
ครั้นรู้ความจริงในเรื่องกายแล้ว จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
กายํ อิมํ สมฺมสถ ปริชานาถ กาเย สภาวํ วิฑิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺติ กริสฺสถ
อํ. จตุก.
การเจริญพระกรรมฐานนี้ เพื่อทรงสติสัมปชัญญะ
การเจริญพระกรรมฐานนี้ เป็นการเจริญเพื่อทรงสติสัมปชัญญะ และก็เป็นการเจริญให้มี หิริ และ โอตตัปปะ คือมีความละอายต่อความชั่ว เกรงกลัวผลของความชั่ว การเจริญพระกรรมฐานนี่ไม่ได้หมายความว่า ใช้เวลานั่งสมาธิเสมอไป ถ้าเราใช้แต่เวลาที่นั่งสมาธิมีเวลาสงัด จิตใจเราจึงจะกำหนดถึงพระกรรมฐาน อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เนื้อแท้การเจริญพระกรรมฐานกองใดกองหนึ่งก็ตาม ต้องใช้อารมณ์ของเรานี้ นึกถึงกรรมฐานเป็นปกติตลอดวัน อย่างนี้จึงจะได้ชื่อว่าท่านเข้าถึงพระกรรมฐาน และพระกรรมฐานเข้าถึงท่าน
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
รู้ สักแต่รู้...นิพพาน
.
..จิตสติ จิตนิพพาน
ตั้งจิตไว้ที่สติเรื่อยไป
ได้ยิน สักแต่ได้ยิน...นิพพาน
รู้ สักแต่รู้...นิพพาน
หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)