เมื่อกำจัดความมืดไม่ได้ ก็เป็นผู้มืดผู้หลง



          การที่มนุษย์ปุถุชนทั้งหลาย ไม่ต้องการความพ้นทุกข์ในวัฏสงสาร ก็เพราะความมืดเข้าครอบงำสันดาน ให้เป็นผู้มืดผู้หลงงมงายอยู่ในวัฏสงสารตลอดไป เมื่อกำจัดความมืดให้ขาดจากสันดานของตนไม่ได้อยู่ตราบใด ตนก็ยังจะต้องเป็นผู้มืด ผู้หลงอยู่อย่างนั้นตลอดไป

                                                                                            หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม

อวิชชาจะดับ เพราะรู้จริงเรื่องกาย



          อวิชชาที่จะดับ ก็ดับเพราะเรามารู้จริงอันนี้ เมื่อมันรู้จริงแล้ว ความไม่รู้จะอยู่ได้อย่างไร ที่เคยหลงเข้าใจผิด แต่ก่อนว่า เป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา พยายามตกแต่งให้มันสะอาด ให้มันน่าเพลิดเพลินยินดี ถ้ามาดูจริงๆ แล้ว สิ่งที่เราเข้าใจมาแต่ก่อน ล้วนแต่เป็นความเข้าใจผิด ไม่เป็นความจริงโดยธรรม แต่เป็นความจริง สำหรับปุถุชนผู้ยังหนา

                                                                                                             หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

อย่าเพิ่งให้คะแนนตัวเองเร็วเกินไป



อย่าเพิ่งให้คะแนนตัวเองเร็วเกินไป 
และอย่าไปปรักปรำตัวเองจนหมดกำลังใจ 
บางคนเพียงจิตใจสงบ ก็คิดว่าตัวเองได้มรรคผล 
อีกสักวันก็ขี้ทุกข์อย่างเก่า

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

สู้เรียนวิชาในกายเราไม่ได้



อย่างอื่นภายนอกเรียนเท่าไหร่ก็ไม่จบ 
สู้เรียนวิชาในกายเราไม่ได้ 
ก็เอา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเรานี่แหละ 
จะไปหาอะไรอื่น มันอยู่ในตัวเราทั้งหมด 
มองหาที่อื่นไม่เห็น ถึงเห็นก็เป็นของปลอม
อยากรู้ก็ลองเรียนดู จะได้รู้ ได้เห็นของจริง

หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก

สังขารร่างกายนี้ เป็นของว่างเปล่า



แท้จริงแล้ว สังขารร่างกายนี้ มันเป็นของว่างเปล่า 
มันไม่ได้เป็นของผู้ใด 
หากเราทั้งหลายไม่เข้าใจธรรมะในสภาวะอันนี้ 
ไม่เข้าใจในสังขารนี้ จึงคิดว่า “ของเรา ของเขา” 
จนเกิดอุปาทาน คือความยึดมั่นถือมั่นขึ้นมา 
เมื่อเกิดอุปาทาน ก็เข้าไปยึดภพ เกิดภพ เกิดชาติ 
ชรา พยาธิ มรณะต่อไป 
มันจึงเป็นทุกข์อยู่เช่นนี้

หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล 

ความเกิด เป็นของน่ารังเกียจ




ความเกิด เป็นของน่ารังเกียจ 
เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ 
ความแก่จักปรากฏ 
ความเจ็บจักปรากฏ 
ความตายจักปรากฏ ...
แก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว

(๑๐/๓๖) ‪#‎ธรรมะ‬

คิดเพื่อรู้เท่า คิดเพื่อรู้ทัน มันจะดับไปเอง



          ถ้าเรามีสติเราจะรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราคิดอะไร ถ้าคิดแล้วเราตามความคิดไป ก็แปลว่าเรายังเป็นผู้หลงอยู่ คิดเพื่อรู้เท่า คิดเพื่อรู้ทัน มันจะดับไปเอง คิดก็รู้ ไม่คิดก็รู้ เกิดก็รู้ ดับก็รู้ ไม่ดับก็รู้ ผลสุดท้ายมันดับไปก็รู้ นี่เรียกว่า ภาวนาเป็นปัจจุบัน เอาปัจจุบันเป็นเครื่องพิสูจน์การรู้ บุญก็เกิดขึ้นมาเอง ใจมีความอบอุ่น สงบ เยือกเย็น น้ำตาเต็มเบ้า อัศจรรย์ เกิดปีติ กายเบาจิตเบา เห็นว่าเมื่อก่อนเราตะครุบจิตไปที่อื่น บัดนี้เมื่อเราบังคับจิตให้รู้ตนเอง ธรรมทั้งหลายก็ปรากฏตรงนี้ เป็นปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ

                                                                                            หลวงพ่อคำสด อรุโณ

ใจไม่ยึด ไม่ถือ คือผลแห่งการปฏิบัติ



ถ้าเขายกย่องเราว่าปฏิบัติดี 
เราต้องถามตัวของเราอีกว่า เราดีอย่างเขาพูดหรือไม่ 
ถ้าเขาว่าเราชั่ว เราก็ถามตัวของเราอีกว่า เราชั่วอย่างเขาว่าหรือไม่ 
ถ้าใจมันวางได้ มันไม่ยึด ไม่ถือ ไม่เอามาเป็นอารมณ์ 
จิตนั้นก็ได้รับความสบาย 
นั่นแหละเรียกว่าเป็นผลแห่งการปฏิบัติ

หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป

สติเป็นสมบัติของทุกคน




สติมิใช่เป็นสมบัติของพระอริยเจ้า
เท่านั้นหากเป็นสมบัติของทุกคน
แต่เรามักละเลยกัน เพราะปรารถนา
ความสุขชั่วครู่ชั่วยาม เราปล่อยจิต
ให้ลิงโลดเมื่อประสบกับความสุข
แต่ครั้นความทุกข์คุกคาม
ก็ตื่นตระหนกจนช่วยตนเองไม่ได้


หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ให้เอาความรู้สึกตัว ใส่เข้าไปในความเคยชิน



          สังเกตนะ วันๆ หนึ่ง ส่วนมากเราจะไหลไปอยู่กับความเคยชิน กระทั่งลืมความรู้สึกตัว ลองกลับมารู้สึกเรื่อยๆ ทำอะไรก็ รู้สึก รู้สึก รู้สึก...หลักปฏิบัติคือ ให้เอาความรู้สึกตัว ใส่เข้าไปในความเคยชิน ทีนี้ประโยชน์ของความรู้สึกตัว พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้สึกตัวอยู่ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ก็จะเกิดขึ้น อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ก็จะดับไป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อรู้สึกตัวอยู่ ความเป็นผู้รู้สึกตัว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ เพื่อความดำรงมั่น เพื่อความไม่เสื่อมสูญ เพื่อความไม่อันตรธานแห่งพระสัทธรรม”

                                                                                      พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ