วิปัสสนาไม่ใช่เกาะแต่ตํารา



วิปัสสนาไม่ใช่เกาะแต่ตํารา 
จงหาของจริงมาใคร่ครวญ 
วิปัสสนาท่านให้ดูของจริง 
ไม่ใช่มัวถ่างตาดูแต่ตํารา
แล้วก็ติดตําราแจ 
ของจริงไม่ใช้ จะได้อะไรเป็นที่พึ่ง

หลวงปู่ปาน โสนันโท

จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน




....จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน 
รู้อยู่ในปัจจุบัน 
ละอยู่ในปัจจุบันนี้
จึงเป็นพุทโธ เป็นธัมโม....

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

พึงสักแต่กำหนดรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริง



วิปัสสนากรรมฐานเป็น choiceless awareness 
พึงสักแต่กำหนดรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริง 
ไม่มีการตัดสินว่า สภาวะนี้ดีหรือไม่ดี สภาวะนี้ชอบหรือไม่ชอบ 
ไม่มีการเลือกว่าอยากจะพบแต่สภาวะที่ถูกใจ รังเกียจสภาวะที่ไม่ถูกใจ 
ครูบาอาจารย์ท่านย้ำว่า ไม่มีสภาวะใดไม่ดี ทุกสภาวธรรมที่เกิดขึ้นล้วนดีหมด 
สมควรแก่การกำหนดรู้ทั้งสิ้น เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือเป็นผู้ดูแล้วกำหนดรู้ไป 
เราไม่มีหน้าที่เป็นผู้กำกับหรือผู้พิพากษา 
การไม่กำหนดรู้หรือพยายามจะไปปรับเปลี่ยนสภาวธรรมที่ตนไม่ถูกใจ
เพื่อจะให้มันถูกใจต่างหาก คือ สิ่งที่ไม่ดี และต้องไม่เผลอทำ!

หลวงพ่อประจาก สิริวณฺโณ

ยิ่งยึดมั่น ยิ่งเหมือนก่อกองเพลิง



ยิ่งรัก ยิ่งยึดมั่นถือมั่นเท่าไร
ยิ่งหาผิดทางไปเท่าไร
ก็เหมือนกับก่อกองเพลิงขึ้นหลายๆ กอง
ไหม้มาทางบน ไหม้ลงข้างล่าง
ไหม้ลงทางซ้าย ไหม้ลงทางขวา
ตกลงมนุษย์ไปอยู่ที่ไหนจึงจะมีความสุข

หลวงปู่คำพอง ติสโส

ให้ธรรมะเป็นเพื่อนของเรา




อย่าเอาใจของเราไปฝากไว้กับสิ่งอื่นข้างนอก 
ถ้าสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไป ก็จะเป็นทุกข์ 
เอาใจเราฝากไว้กับสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง 
ฝากไว้กับธรรมะสิ ให้ธรรมะเป็นเพื่อนของเรา


พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน

ปฏิบัติอย่างไรเป็นทางลัด



ปฏิบัติอย่างไรเป็นการเดินทางลัด สั้น เร็วที่สุด?
ทางลัดนั้น...พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ว่า
เมื่อไม่ยึดอายตนะทั้งหกและสิ่งที่เนื่องกับอายตนะทั้งหก
โดยความเป็นตัวตนอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว
เมื่อนั้น...อริยมรรคมีองค์ ๘
ก็จะพร้อมขึ้นมาทันทีทันควันทั้ง ๘ อย่างเอง
นี้เป็นหลักธรรมะพื้นฐานที่สำคัญที่สุด

ท่านติช นัท ฮันห์

ความสันโดษ มักน้อย...



ความสันโดษ มักน้อย  เป็นทรัพย์อันประเสริฐของผู้ต้องการความพ้นทุกข์

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

จิตสงบ เกิดสมณะภายใน



...สมณานัญจะทัสนัง คือจะได้เห็นความสงบ 
สมณะแปลว่าผู้สงบ จิตเราเมื่อเกิดความสงบ
ก็เท่ากับเกิดสมณะภายใน
เรากำลังบวชจิตใจของตัวเองด้วยศีล สมาธิ ปัญญา 
เราขานนาคภายในด้วยคำบริกรรมพุทโธ
หรือสัมมาอะระหัง หรือยุบหนอพองหนอ ก็ตาม 
เมื่อใจของเรามีความสงบในตัวเอง 
เท่ากับเกิดสมณะ คือบวชภายใน

หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก

สติเกิด ก็เริ่มปลอดโปร่งโล่งใจ



เมื่อหลงมาครอบครอง เดี๋ยวก็โลภ 
เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวก็ฟุ้ง เดี๋ยวก็หงุดหงิด 
แต่ถ้าสติเข้าครองบ่อยมากขึ้น 
เห็นก็รู้ ได้ยินก็รู้ ยืน เดิน นั่ง นอน 
หายใจเข้าหายใจออก รู้สึกสัมผัสกายใจ 
สติเกิดมากขึ้นๆ มันก็เริ่มปลอดโปร่งโล่งใจ 
เกิดความสว่างไสว เบิกบาน 
ปัญญาก็ค่อยเห็นชัดเจนขึ้น 
เหมือนกับเมฆหมอกมันได้คลี่คลายไป 
ความมืดได้จางคลายไปก็เริ่มเห็นความจริง

‪พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

เห็น แต่ไม่ "เป็น"



                    ยิ่งเรามีสติเข้มแข็ง จิตตั้งมั่นมากเท่าใด         
ธรรมชาติปัจจัยที่จะมาปรุงแต่งจิตให้สุขทุกข์ 
ไม่รู้มันหายไปไหน 
จิตจะมีแต่ความว่าง ตื่นรู้อยู่กับปัจจุบันขณะ 
จิตผ่องใส ไม่สุข ไม่ทุกข์ 
สุขก็เห็น ทุกข์ก็เห็น 
แต่ไม่ “เป็น”

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส 
(ส.มหาปัญโญภิกขุ)