อย่าให้จิตเพ่งนอก



อย่าให้จิตเพ่งนอก 
ให้รู้ในตัว เห็นในตัว 
เมื่อรู้ในตัวแล้ว รู้ทั่วไป 
เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

ใจสงบตั้งมั่น ปัญญาก็เกิด



ถ้าคนเรานี่ฝึกใจให้สงบตั้งมั่นลงด้วยดีแล้ว 
ปัญญามันก็เกิด เมื่อปัญญามันเกิดแล้ว 
มันก็มองเห็นธาตุสี่ขันธ์ห้าตามเป็นจริง 
บรรเทากิเลสตัณหาให้น้อยเบาบางลงไปโดยลำดับ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

จิตใจเรานี้มักไหลไปสู่อารมณ์โลก...



จิตใจเรานี้มักไหลไปสู่อารมณ์โลก 
ทำให้เห็นผิดในของที่ไม่งาม ว่างาม
ที่เป็นทุกข์ เห็นว่าเป็นสุข ที่ว่าไม่เที่ยง เป็นเที่ยง 
ที่ไม่มีตัวตน เห็นว่ามีตัวตน 
เมื่อเราทำศีล สมาธิ ปัญญา เกิดมีขึ้น
ภายในจิตใจตนสมบูรณ์เต็มที่แล้ว 
จิตย่อมถอนความรู้ความเห็นผิดๆ
ได้อย่างอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องบังคับเลย

หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก

การละกิเลส เพียงสงบยังไม่พอ



การละกิเลสจะหมดสิ้นไปได้นั้น
ไม่ใช่เพียงแค่ว่าสงบอยู่เท่านั้น ยังไม่พอ
จะต้องกำหนดพิจารณา
ให้เห็นแจ้งด้วยญาณ
ด้วยปัญญาตาใจว่า รูปนาม กายใจ
ตัวตนเรานี่แหละ
ไม่มีอะไรจะเที่ยงแท้แน่นอน

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ยิ่งดีใจ พอใจ เมื่อได้รับคำชม...



ยิ่งดีใจ พอใจ
เมื่อได้รับคำชมมากเท่าไหร่
ก็จะยิ่งทุกข์
เวลาถูกตำหนิมากเท่านั้น

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ใจมีหน้าที่รู้ ไม่มีหน้าที่ยึด



ใจของเรามีหน้าที่เพียงแต่รู้ไว้เท่านั้น
ไม่มีหน้าที่ที่จะเข้าไปยึดไปถือเอาสิ่งอื่นมาเป็นอารมณ์

หลวงปู่คูณ สิริจันโท

ให้รักษาใจของตนเองเท่านั้นพอ




ศีลทั้งหมดพระพุทธเจ้าย่นย่อลงมามีหนึ่ง
คือ ให้รักษาใจ
ถ้ารักษาศีลทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก 
ให้รักษาใจของตนเองเท่านั้นพอ
อย่าไปคิดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง...

อย่าไปคิดออกนอกลู่นอกทาง 
ให้ดูใจของตนเองอยู่เสมอ
ตลอด 24 ชั่วโมง 
ดูใจ 
นึกพุทโธ...ๆ
ให้มีสติอยู่กับการเคลื่อนไหวของตัวเอง 
รักษาเพียงอันเดียวพอ 
ย่นย่อลงแล้ว คือ รักษาใจ


หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนตุสสโก

รู้แล้วอย่าหลงรู้



“...รู้แล้วอย่าหลงรู้
    รับว่ารู้ แล้ววางรู้
      รู้จึงไม่มีพันธะ จิตก็บริสุทธิ์ได้
          ละบุญละบาปใดๆ ได้...”

      หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ

ใจจะดี ใจจะชั่ว ก็ให้ดูใจ



ใจจะดี ใจจะชั่ว ก็ให้ดูใจ
ใจขี้เกียจ ก็จงหมั่นดูใจ
ใจขยัน ก็จงหมั่นดูใจ 
แล้วใจ..จะเข้าใจ ใจจะรู้ใจ

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

คนโง่เท่านั้นที่ติดภพชาติ



         ภพชาติที่ผ่านมา ยังไปยินดีกันอยู่หรือ คนโง่เท่านั้นที่เข้าไปติด เราตาย-เราเกิดมานับอสงไขยไม่ถ้วน ถ้าจะเอากระดูกที่เราเคยเกิด-ตายมากองไว้ ก็จะโตยิ่งกว่าเขาพระสุเมรุ น้ำในแม่น้ำมหาสมุทรน้อยใหญ่ทั้งหลายนะ ก็ยังน้อยกว่าน้ำตาเราที่เคยหลั่งรินเพราะความทุกข์ทั้งหลายเสียอีก ผู้มีปัญญาเมื่อเห็นเช่นนี้ ย่อมเกิดความสลดสังเวชในภพชาติ ไม่ยินดีในการเกิด มีจิตมุ่งตรงต่อพระนิพพานอย่างเดียว

                                                                                                ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก