เพียรสู้กิเลส จะพบความสงบเย็นใจในโลกนี้



ใครเพียร ใครอาจหาญ ใครอดทน 
ในการต่อสู้กับกิเลส ตัวฝืนธรรมอยู่ตลอดเวลา 
ผู้นั้นจะเจอร่มเงาแห่งความสงบเย็นใจในโลกนี้ 
ในบัดนี้ และในดวงใจนี้ 
ไม่เนิ่นนานเหมือนการท่องเที่ยว
ที่เจือไปด้วยสุข ด้วยทุกข์ อยู่ทุกภพ ทุกชาติ ไม่มีวันจบสิ้น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ตั้งสติให้ดี สมาธิก็จะเกิดขึ้นเอง





เราจะต้องเพียรพยายาม พิจารณา 
ภาวนาให้จิตและอารมณ์เป็นหนึ่งให้ได้ตลอดเวลา 
ตั้งสติให้ดี สมาธิก็จะเกิดขึ้นเอง

หลวงปู่สาม อกิญจโน

"รู้เขา" นั้น ไม่ใช่ดีเสมอไป



    "รู้เขา" นั้น ไม่ใช่ดีเสมอไป 
    "รู้เรา" นั่นแหละ เป็นอุดมมงคล

      
    หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก

ปัญญาต้องทันอาการของจิต



       การพิจารณาอาการของจิตเป็นเรื่องสำคัญ ที่ปัญญาจะต้องสอดแทรกตามให้ทัน เมื่อสติปัญญาตามทันแล้ว จิตคิดปรุงเรื่องอะไรก็ทราบว่าไปจากจิต ซึ่งกำลังจะออกไปวาดภาพหลอกตัวเอง กำลังจะไปสำคัญมั่นหมายกับ รูป เสียง กลิ่น รส นานาชนิด ใจก็รู้ทัน เมื่อรู้ทัน อารมณ์นั้นก็ดับไปทันที ไม่เกิดเป็นตนเป็นตัว เป็นรูปเป็นร่าง เป็นเรื่องเป็นราวอะไรขึ้นมา เพราะสติปัญญาทันมัน เรื่องก็สงบไป

                                                                                             หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

สุขทางใจแสวงหาได้แต่จากพระธรรม



สุขทางใจนั้น 
นอกจากจะแสวงหาเอา
จากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
หาที่อื่นไม่ได้เลย

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ไม่โกรธตอบคือชนะสงคราม





บุคคลผู้ใด เห็นเขาโกรธก่อน แต่มิได้โกรธตอบ
สู้ทนอดกลั้น บรรเทาเสียได้
ชื่อว่าผู้นั้น ชนะสงครามอันใหญ่หลวง 
ยากที่ผู้อื่นจะผจญได้


หลวงปู่จวน กุลเชฏฺโฐ

เป็นทาสสังขาร เป็นทุกข์




เราได้แต่อาศัยร่างกาย
ที่มีแต่ของเน่าๆ เปื่อยๆ 
มาทำประโยชน์ไปวันๆ เท่านั้นเอง...
ถ้ายังเป็นข้าทาสของสังขารอยู่ 
มันก็ทุกข์อยู่ร่ำไปนั่นแหละ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

การเห็น "ภัย" ในสงสารขณะจิตเดียว



การเห็น "ภัย" ในสงสารขณะจิตเดียว 
ประเสริฐกว่า การเห็น "เพลิน" ในสงสาร ล้านๆ ขณะจิต

‪หลวงปู่หล้า‬ เขมปัตโต

ใจ..ถ้าไม่มีสรณะธรรมถือครอง



          ใจ..ถ้าไม่มีสรณะธรรมถือครองแล้ว พระพุทธเจ้าองค์ไหนก็โปรดไม่ได้ เมื่อทำกรรมใดไว้ต้องใช้กรรมอย่างเดียวจนกว่าจะพ้นโทษจากกรรมที่ตนเองได้กระทำไว้ ผู้พิพากษายุติธรรมที่สุด คือกรรมของเราเอง

                                                                                                       หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ร่างกายที่เราขอยืมเขามาใช้นี้...



         ร่างกายที่เราขอยืมเขามาใช้นี้ เจ้าของเขาค่อยๆ มาตามทวงเอากลับคืนไปทีละอย่างๆ โดยเราไม่รู้สึกตัว เช่น ผม เขาก็ค่อยๆมาเอาคืนไปทีละเส้นสองเส้น ตา เขาก็ค่อยๆมาเอาคืนไปทีละข้าง หู เขาก็ค่อยๆ มาเอาไปทีละนิด ฟัน เขาก็ค่อยๆ มาเอาทีละซี่ๆ เช่น นานๆ เขาก็มาโยกไปโยกมา แล้วก็หยุดเสียพักหนึ่ง แล้วก็ย้อนกลับมาโยกใหม่อีก หนักๆ เข้ามันก็ไปกระซิบบอกกับหมอฟันให้มาถอนออก เนื้อหนังมันก็ค่อยๆ มาเฉือนไปทีละน้อย จนหย่อนย่นเหี่ยวแห้ง หลัง มันก็คอ่ยๆ มาดึงไปข้างหน้าจนคดงอ เหยียดไม่ได้ บางคนก็ต้องลงคลานหรือถือไม้เท้าเดินโซซัดโซเซ หกล้มหกลุกไม่เป็นท่า แล้วในที่สุดมันก็มาเอาไปหมดทั้งตัวเลย อย่างที่เรียกว่า ตาย นั้นแหละ

                                                                                                          ท่านพ่อลี ธัมมธโร