พระพุทธเจ้าสอนเพื่อให้ "ละ"
พระพุทธเจ้าสอนเพื่อให้ "ละ"
ไม่ได้เพื่อให้ "เอา"
พระพุทธเจ้าสอนว่าการทำบุญ
ที่ให้แล้วมีเยื่อใย
หวังผลในชาติหน้า
เป็นบุญที่มีอานิสงส์น้อย
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วิธีหยุดความคิด
การจะนั่งลงแล้วคิดโน่นคิดนี่ตลอดเวลานั้น มันง่ายกว่านั่งลงแล้วไม่คิด เพราะเราติดนิสัยอย่างนั้นมานานแล้ว แม้ความคิดที่ว่า “จะไม่คิด” มันก็ยังเป็นความคิดอย่างหนึ่งอยู่ดี
ถ้าจะไม่คิด เราต้องมีสติ แล้วเพียงเฝ้าสังเกตและฟังการเคลื่อนของจิต แท
นที่จะคิดเรื่องจิต เราจะเฝ้าดูมัน
และแทนที่จะไปติดอยู่กับความคิดความฝัน เราจะรู้ทันมัน ความคิดเป็นการเคลื่อนไหว เป็นพลังผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เที่ยง เราเพียงแต่รู้ไว้ว่าความคิดก็เป็นเพียงความคิด โดยไม่ต้องไปประเมินคุณค่าหรือแยกแยะแต่ประการใด แล้วมันจะเบาบางลงไปและจะระงับไปในที่สุด นี้ไม่ได้หมายความว่าจงใจไปประหัตประหารมัน แต่ยอมให้ระงับไปเอง เป็นลักษณะของความเมตตา นิสัยที่ชอบคิดจะเหือดหายไป
ความว่างอันไพศาลชนิดที่ไม่เคยประสบมาก่อนก็จะปรากฎแก่ท่าน
พระอาจารย์สุเมโธ
สิ่งที่น่ากลัวในโลกนี้คือ “คนขาดสติ”
สิ่งทั้งหลายที่น่ากลัวในโลกนี้คือ
“คนขาดสติ”
เพราะคนขาดสตินี้มันจะหมุนเข้าไปในสังสารวัฏฏ์ เข้าไปอยู่ในอำนาจการปรุงแต่ง ในการยึดมั่นถือมั่น ในอุปาทานที่มันเป็นภพ เป็นชาติของชีวิต...จิตขณะนั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วแต่อำนาจของกิเลสตัวไหนเข้าครอบครองใจ
หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส
(ส.มหาปัญโญภิกขุ)
ถ้าตั้งใจภาวนา อย่าส่งจิตไปทางอื่น
ถ้าตั้งใจที่จะภาวนา
อย่าส่งจิตไปทางอื่น
ให้ “รู้” อยู่ในกาย
ในใจของเรานี่แหละ
ถ้ายังตามความคิดอยู่
ไม่ใช่ภาวนา
หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
เมื่อจิตไหล ก็ให้รู้ ดูที่จิต
เ
มื่อจิตไหล ก็ให้รู้ ดูที่จิต
หลงครุ่นคิด ก็ให้รู้ ดูเอาไว้
เมื่อจิตเผลอ ก็ให้รู้ ดูเข้าไป
ผลสุดท้าย
มีแต่รู้ "กู" ไม่มี
พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ
มรรค 8 ข้อ รวมที่ความรู้สึกตัว
สติที่บริสุทธิ์ เป็นธรรมชาติ มีอุเบกขา ตั้งมั่น
คือ ความรู้สึกตัว
นั่นเอง
ความรู้สึกตัว ที่ปรากฏขึ้นนี่เแหละ
มันจะเฉลยทุกอย่าง พาเราผ่านไปเห็นทุกอย่าง
อย่างไม่เข้าไปเป็น
...
ขณะที่เรารู้สึกตัว หนึ่งขณะ ๆ
จึงเป็นการรวม “มรรค" ทั้งแปดข้อ
รวมเป็นหนึ่งเดียว
เราไม่ได้เจริญมรรคทีละข้อ
แต่เราเจริญมรรคในฐานะที่เป
็นองค์รวม
คือรวมไปที่ "ความรู้สึกตัว”
พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน
ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เขาเป็นธาตุ ๔
ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เขาเป็นธาตุ ๔ ไม่วันหน้าก็วันนี้ เขาจะแตกจะดับกลับไปตามเรื่
อง เถียงไม่ขึ้น
เขาจะเลือกคืนวันไหนก็ได้ ไม่ใช่ของเราเลย
หลวงปู่สาย เขมธัมโม
ยิ่งสละ ยิ่งได้
ยิ่งสละ ยิ่งได้
ยิ่งเอายิ่งอด
ยิ่งสละให้หมด
ยิ่งได้มากมาย
ต้นไม้ยิ่งสลัดใบ
...
ยิ่งแตกผลิ
งูยิ่งลอกคราบ
ก็ยิ่งโต
พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ
หนังสือน้อมสู่ใจ เล่ม ๑
ถ้าใจเผลอก็ให้รู้ว่าใจเผลอ
ต้องมีสติอยู่ตลอด
ถ้าใจเผลอก็ให้รู้ว่าใจเผลอ
ใจมีสติก็ให้รู้ว่าใจมีสติ
ใครที่กำหนดจิตที่เผลอได้บ่อยๆ
ความเผลอมันจะสั้นลง
เคยเผลอยาว มันก็จะสั้นลง สั้นลง
...
จนกระทั่งจะเผลอปุ๊บ ก็รู้ทันที
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
โง่อย่างนักปราชญ์ ฉลาดอย่างคนโง่
โง่ก็โง่อย่างนักปราชญ์
หากฉลาดก็จะฉลาดอย่างคนโง่ เข้าใจไหม ?
โง่อย่างนักปราชญ์คือยังไงล่ะ ?
นักปราชญ์ท่านศึกษาของจริงในจิตนี้
ฉลาดอย่างคนโง่ ก็คือรู้หมดสารพัด รู้ตามตำราผูกนั้นผูกนี้
นั่นล่ะ ฉลาดอย่างคนโง่
โง่อย่างนักปราชญ์ ฉลาดอย่างคนโง่
เราจะเอาอย่างไหน ?
หลวงปู่แบน ธนากโร
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)