การปฏิบัติสมาธิภาวนาเป็นชื่อแห่งความเพียร
การปฏิบัติสมาธิภาวนานั้น เป็นชื่อแห่งความเพียร
ที่ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายในบวรพระพุทธศาสนา
ได้ถือเป็นข้อปฏิบัติชอบเป็นอย่างยิ่ง
ธรรมะที่จะนำมนุษย์ให้พ้นทุกข์นี้ ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น
หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
การภาวนาคือการแสวงหาความสุขที่ถูกต้อง
.
..การภาวนานี้แล เป็นวิธีการของผู้แสวงหาความสุขโดยถูกต้องอย่างแท้จริง
และเป็นวิธีที่ไม่หลอกลวงให้เกิดความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปในทางที่ผิด...
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
มีตัวเรา จึงมีทุกข์
เพราะมีความรู้สึกว่ามีตัวเรา จึงมีทุกข์
เราไปตลาดเจอคนทะเลาะกันเราเฉยๆ พอเขาเอ่ยชื่อเราเท่านั้น ทุกข์เลย เห็นสุนัขของคนอื่นโดนรถทับตาย เราก็เฉยๆ แต่พอมันเห็นหมาเรานี่ ใจเราเป็นอย่างไร นี่ทุกข์ทันทีเลย
มันมีเรา ของเราขึ้นมา มันเลยทุกข์ ความรู้สึกว่ามีตัวเราคือ ปัญหาของมนุษย์
หลวงพ่อโพธินันทะ
การดูอยู่อย่างเดียวเป็นมัชฌิมาปฏิปทา
การปฏิบัติเพื่อให้บรรลุมรรคผล ถ้าทำถูกวิธีก็เป็นของนิดเดียว ไม่ยากมาก
ทำสติสัมปชัญญะให้ตั้งอยู่ที่กายที่จิต แล้วเจริญสติปัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่
ง เช่นเดินอยู่ก็รู้ว่าเราเดินอยู่ ยืนอยู่ก็รู้ว่ายืนอยู่ นั่งอยู่ก็รู้ว่านั่งอยู่ นอนอยู่ก็รู้ว่าน
อนอยู่ ตั้งกายไว้อย่างใดก็รู้อย่างนั้น พร้อมกับตั้งใจทำกายคงที่ ทำใจคงที่ไว้ด้วย ทำอยู่อย่างนี้เนืองๆ เมื่อสติปัฏฐานเกิดขึ้นแล้วก็ทำอยู่อย่างนั้น
ไม่ต้องไปนึกเอา นึกละอะไร อะไรเกิดขึ้น เราก็ดูดูดูดู ดูอยู่อย่างเดียว การดูอยู่อย่างเดียวนี่เป็น มัชฌิมาปฏิปทา คือเป็นทางให้ถึงความสิ้นทุกข์
หลวงปู่เจือ สุภโร
เวทนาเป็นของสักว่า
เรื่องเวทนานี้ เราจะหนีมันไปไหนไม่ได้
เราต้องรู้มัน
เวทนาก็สักแต่ว่าเวทนา
สุขก็สักแต่ว่าสุข ทุกข์ก็สักแต่ว่าทุกข์
มันเป็นของสักว่าเท่านั้นแหละ
แล้วเราจะไปยึดมั่นถือมั่นมันทำไม
หลวงปู่ชา สุภัทโท
อย่าคบพาลในตัว
เมื่อเรารู้แล้วว่า
อันธพาลเกิดขึ้นที่ตัวของเรา
บัณฑิตก็เกิดขึ้นที่ตัวของเรา
ดังนั้น เมื่อต้องการจะเป็นบัณฑิต
ก็สร้างขึ้นมา สนับสนุนส่งเสริม
บัณฑิตให้เจริญขึ้นมา
...
อย่าไปคบพาล
สนับสนุนพาลก็แล้วกัน
ถึงคนอื่นจะเป็นพาลกันทั้งโลก
หากเรา
ไม่คบพาล
ในตัวของเราแล้ว
เราก็ไม่เป็นพาลไปได้
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
ผู้รู้ทั้งหลายคือ ผู้ปฏิบัติ
ผู้รู้ทั้งหลายคือ ผู้ปฏิบัติ จึงจะรู้แจ้งจำเพาะที่ของตน
ไม่ต้องทุกข์กังวลไปถามผู้อื่น ไปหลงตามผู้อื่น
....ฟังท่านพระอาจารย์มั่น เทศน์เรื่องพระอภิธรรม...............
(จากหนังสือธรรมประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ผู้มากมีบุญ)
ถ้าต้องการพบมรรค อย่ายึดมั่นถือมั่นสิ่งใดๆ
ถ้าท่านต้องการพบมรรคจริงๆ อย่ายึดมั่นถือมั่นสิ่งใดๆ
เมื่อใดท่านถึงที่สุดแห่งกรรม (สิ้นกรรม)
จงดำรง
รักษาความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
ของท่านไว้
อาสวะใดๆ ที่ยังเหลืออยู่ ก็ค่อยๆ หมดไป
ความเข้าใจธรรมะจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
ท่านไม่ต้องสร้างความพยายามใดๆ
ปรมาจารย์ตั๊กม้อ
ที่จริงทุกคนต้องวิ่งกลับไปหาทุกข์
พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นทุกข์ ทำทุกรกิริยามากกว่าคนอื่น ท่านทำถึง ๖ ปี พอท่านเห็นทุกข์ ท่านบอกว่า ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นพ้นทุกข์
ธรรมนี้อยู่ที่ทุกข์ แต่ทุกวันนี้ทุกคนกำลังวิ่งหนีทุกข์ ทุกคนแสวงหาแต่ความสุข
ที่จริงแล้วทุกคนต้องวิ่งกลับไปหาทุกข์ คือต้องไปหาปัญญา. . .
หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ
อย่าสนใจในจริยาของบุคคลอื่น
จงอย่าสนใจในจริยาของบุคคลอื่น
เขาจะดีเขาจะเลวอย่างไร
มันเป็นเรื่องของชาวบ้านชาวเมืองเขา
อย่าใช้อารมณ์เข้าไปยุ่งไปเกี่ยว
เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือ
อัตตนา โจทยัตตานัง
จงกล่าวโทษโจทย์
ความผิดตัวเองไว้เสมอ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)