ทุกๆ วันให้พยายามมีสติดูจิต




...เราทุกคนจะต้องพยายามที่จะรู้จักต่อสู้กับกิเลสภายในจิตใจของเรา
ในทุกๆ วันให้พยายามที่จะมีสติดูจิตใจของเรา
และปรารภความเพียรไปทุกๆ วัน ไม่ท้อถอย 
สำรวมจิตใจของเรานั้นอยู่เสมอๆ 
ถ้าเราทุกคนทำความเพียรไปเช่นนี้...
เราก็สามารถที่จะประสบกับความสำเร็จในการประพฤติการปฏิบัติธรรมได้

พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

บุคคลที่มีสติ เวลาฝึกสมาธิ จิตจะรวมสงบได้ง่าย



          บุคคลที่มีสติอยู่เสมอ เวลาฝึกสมาธิ จิตจะรวมสงบได้ง่าย เพราะความฟุ้งซ่านมีน้อยเป็นปรกติอยู่แล้ว เมื่อจิตรวมสงบง่าย การปฏิบัติก็ไม่ต้องลำบากมาก เป็นไปแบบสบายๆ แบบนี้เข้าท่าดีมั้ยล่ะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องมาฝึกกันแบบเข้มข้น ทรมานต่างๆ นานา เพื่อฝึกให้จิตสงบ พระบางองค์ถึงกับให้อดอาหาร ๓ วันบ้าง อดนอน ๕ วันบ้าง แบบนี้ไหวกันมั้ย ถ้าไม่อยากทำถึงขนาดนั้นก็ต้องฝึกกันให้บ่อยๆ รีบทำกันเสียตั้งแต่วันนี้ จะได้ดีในภายภาคหน้า

                                                                                                    หลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ

ใจโง่กว่ากาย ชอบหาทุกข์ใส่ตัว



เมื่อมือถูกไฟลวก มือจะชักออก 
นี่คือความฉลาดของ “กาย” 
แต่เมื่อโกรธ “ใจ” จะกอดความโกรธเอาไว้ 
ใครด่าเรา เราจะจำได้
และนึกถึงเขาบ่อยๆ 
ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ 
มองในแง่นี้จะเห็นว่า
ใจโง่กว่ากาย ชอบหาทุกข์ใส่ตัว

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

มีสติจะเห็นธรรม



ถ้ามีสติกำหนดเข้ามา จ ะ รู้ ทุ ก เ ว ล า
ว่าจิตของเรามีราคะไหม หรือหายแล้วไม่มี...
ดูโทสะ มีอยู่หรือหายโทสะแล้ว 
ดูโมหะ ความโง่เขลาความหลง 
ยังมีอยู่ก็จะรู้ หรือจิตของเรา
มันหายโทสะหายโมหะแล้วก็จะรู้ 
พระพุทธองค์จึงให้พิจารณาเข้ามาให้เห็น 
เห็นอันนี้เรียกว่าเห็นธรรม

หลวงปู่ขาว อนาลโย

มีสติรู้กาย ปัญญาจะค่อยๆ เกิดขึ้น



พระพุทธเจ้าสอนพระมหากัสสปะ ว่า
อย่าละสติไปจากกาย ให้มีสติรู้กายไว้เป็นนิจ
พระมหากัสสปะทำอย่างนี้อยู่ ๗ วัน 
สำเร็จอรหันต์...
สะติ สัพพัตถะ ปัตติยา ...
สติจำต้องปรารถนาทุกโอกาส
มีสติรู้กายไว้เนืองๆ ปัญญามันจะค่อยๆ เกิดขึ้น
โดยไม่รู้สึกตัว

หลวงปู่เจือ สุภโร

ผู้ที่มีธรรมในใจ และมุ่งมั่นต่อธรรมอย่างยิ่ง



          ผู้ที่มีธรรมในใจ และมุ่งมั่นต่อธรรมอย่างยิ่ง แม้จะเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ก็มักจะมีชัยชนะโดยธรรมเสมอ ไม่ค่อยจะมีอะไรมาทำร้ายให้ล่มจมฉิบหายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คล้ายกับมีปาฏิหาริย์ลึกลับอยู่ในตัวแบบพูดยาก และบอกใครไม่ได้ แต่เรื่องก็เป็นอย่างนั้นจริง

                                                                                              หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ถ้ารู้เห็นจริง จะวางเอง



ถ้าเรารู้จริงเห็นจริงของสิ่งใด 
เราจะละวางเองในของสิ่งนั้น 
เหมือนรู้ว่าคนนั้นเป็นโจร
เราก็จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับคนนั้น

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

ดูให้รู้ให้เห็น จิตจะวางในตัวของตัวเอง




          บางอาจารย์สอนว่าให้ปล่อยอย่างนั้น ให้ปล่อยอย่างนี้ อย่ายึดอย่างนี้...ที่แท้ไม่ต้องไปละอะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่ต้องละ เราดูให้รู้ให้เห็นเท่านั้น การจะดูให้รู้ให้เห็นก็ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะตั้งอยู่ที่กายที่จิต ที่เรียกสติปัฏฐาน 4 อยู่เนืองๆ ไม่ละ ไม่วาง ปัญญาก็เกิดขึ้น รู้เห็นตามความเป็นจริง...

                                                                                                        หลวงปู่เจือ สุภโร

รู้...แบบสักแต่ว่า




การตามดูจิตนี่สำคัญ พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า
"ผู้ใดตามดูจิต ผู้นั้นจะพ้นจากบ่วงของมาร"...
เรามีหน้าที่เพียงรับรู้รับทราบความเป็นไปของจิต
รู้แบบสักแต่ว่า...
คือรู้แบบปล่อยวาง วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย
จะเป็นสภาวธรรมที่ดี หรือไม่ดี ก็รู้ไว้...
สิ่งนั้นจะเกิด ก็ไม่ว่าอะไร
สิ่งนั้นจะดับ ก็ไม่ว่าอะไร
รู้แบบยอมรับกับสิ่งที่จิตไปรู้
นี่คือ 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

สิ่งที่จะใช้ยืนยาวคือ อริยทรัพย์




โลกียทรัพย์ กล่าวคือ รูป รส เสียง กลิ่น รส สัมผัส 
ก็พึ่งได้เพียงชั่วคราว 
สิ่งที่จะใช้ยืนยาวคือ อริยทรัพย์ 
อันได้เเก่ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ พหุสัจจะ จาคะ 
เเละ ปัญญาในทางธรรมสำคัญกว่า

หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน