ถ้ารู้เห็นจริง จะวางเอง



ถ้าเรารู้จริงเห็นจริงของสิ่งใด 
เราจะละวางเองในของสิ่งนั้น 
เหมือนรู้ว่าคนนั้นเป็นโจร
เราก็จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับคนนั้น

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

ดูให้รู้ให้เห็น จิตจะวางในตัวของตัวเอง




          บางอาจารย์สอนว่าให้ปล่อยอย่างนั้น ให้ปล่อยอย่างนี้ อย่ายึดอย่างนี้...ที่แท้ไม่ต้องไปละอะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่ต้องละ เราดูให้รู้ให้เห็นเท่านั้น การจะดูให้รู้ให้เห็นก็ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะตั้งอยู่ที่กายที่จิต ที่เรียกสติปัฏฐาน 4 อยู่เนืองๆ ไม่ละ ไม่วาง ปัญญาก็เกิดขึ้น รู้เห็นตามความเป็นจริง...

                                                                                                        หลวงปู่เจือ สุภโร

รู้...แบบสักแต่ว่า




การตามดูจิตนี่สำคัญ พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า
"ผู้ใดตามดูจิต ผู้นั้นจะพ้นจากบ่วงของมาร"...
เรามีหน้าที่เพียงรับรู้รับทราบความเป็นไปของจิต
รู้แบบสักแต่ว่า...
คือรู้แบบปล่อยวาง วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย
จะเป็นสภาวธรรมที่ดี หรือไม่ดี ก็รู้ไว้...
สิ่งนั้นจะเกิด ก็ไม่ว่าอะไร
สิ่งนั้นจะดับ ก็ไม่ว่าอะไร
รู้แบบยอมรับกับสิ่งที่จิตไปรู้
นี่คือ 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

สิ่งที่จะใช้ยืนยาวคือ อริยทรัพย์




โลกียทรัพย์ กล่าวคือ รูป รส เสียง กลิ่น รส สัมผัส 
ก็พึ่งได้เพียงชั่วคราว 
สิ่งที่จะใช้ยืนยาวคือ อริยทรัพย์ 
อันได้เเก่ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ พหุสัจจะ จาคะ 
เเละ ปัญญาในทางธรรมสำคัญกว่า

หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน

สุขหรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับความคิดหรือมุมมอง



อะไรเกิดขึ้นกับเรา ไม่สำคัญเท่ากับว่า
เรามองหรือรู้สึกกับสิ่งนั้นอย่างไร
แม้มีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา
แต่หากรู้จักมอง ก็ไม่เป็นทุกข์
กลับได้ประโยชน์ด้วยซ้ำ ในทางตรงข้าม
แม้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้ามองไม่เป็น
กลับเป็นทุกข์ ดังนั้นสุขหรือทุกข์
จึงขึ้นอยู่กับความคิดหรือมุมมองเป็นสำคัญ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจยิ่งกว่าอะไรอื่น

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ผู้ที่ฝึกจิตเข้าถึงฌาน 4 อยู่เสมอ



          ผู้ที่ฝึกจิตเข้าถึงฌาน 4 อยู่เสมอ จิตจะมีความสงบเยือกเย็น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งภายนอก เพราะสิ่งภายนอกเข้ากระทบไม่ได้ หรือที่ชอบเรียกกันว่า "จิตนิ่ง" นั่งเอง เมื่อจิตนิ่งแล้ว ก็เปรียบเหมือนน้ำนิ่ง จะเห็นหลายๆ สิ่งหลายอย่างที่คนอื่นไม่เคยเห็น แม้กระทั่งเห็นจิตใจของคนอื่นได้ อย่างที่พระอาจารย์ต่างๆ สามารถตอบคำถามได้แบบจี้ใจ ก็เพราะท่านทราบจิตใจของเราแล้วนั่นเอง ทั้งนี้และทั้งนั้น ความรู้พิเศษเหล่านี้ ก็ไม่ควรยึดติด เพราะมันเป็นแค่ความรู้ทางโลก มิใช่ความรู้ทางธรรม ควรใช้สติปัญญาและเครื่องมือพิเศษเหล่านี้เข้าช่วยกันประหัตประหารกิเลส แบบนี้จะถูกต้องตรงตามคำสั่งและคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากที่สุด

                                                                                      หลวงปู่หลวง กตปุญโญ

ภาวนาแล้วเห็นภาพนิมิต



พวกที่ภาวนาแล้วเห็นภาพนิมิตต่างๆ มาปรากฏ 
ก็พากันเข้าใจไปว่าตนได้ญาณบรรลุมรรคผล
ทำให้เกิดความหลงงมงาย
ผลที่สุดก็เสื่อมไป โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากธรรมะเลย

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ

ธรรมะทวนกระแสโลก



          ถ้าหากมาพิจารณาตามธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจัง มันก็ถอดถอนได้ คลายกำหนัดได้ เพราะมันเห็นเป็นจริงอย่างนั้น ...มันไม่หลงใหลใฝ่ฝัน ไม่ได้บ้าได้บอไปตามสมมุติของโลก...จิตที่จะเบื่อได้ก็เพราะอาศัยพิจารณาทวนกระแส เขาว่าสวยงาม ความจริงมันเป็นอย่างไร มันเป็น อสุภะ อสุภํ เขาว่าของนั้นยั่งยืน แต่ทางธรรมะถือว่าเป็น อนิจฺจํ เขาว่าของนั้นเป็นของตนของตัว เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเรา เป็นเขา แต่ธรรมะท่านถือว่าเ...ป็นอนัตตา คือไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ...เพราะธรรมะมันทวนสมมุติ ทวนกระแส ...มันไม่ได้ถือว่าสิ่งนั้นมันดี มันวิเศษ...ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนทวนกระแสอย่างนี้ เราผู้ฝึกภาวนาจงพยายามทวนกระแสของใจ อย่าปล่อยไปตามสัญญาอารมณ์ของกิเลสตัณหา เมื่อเราทวนกระแสได้เท่าใด จิตใจก็ยิ่งจะห่างไกลจากความทุกข์ จากความลุ่มหลง จากความเศร้าหมอง จากความขัดข้องเท่านั้น

                                                                                       พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ถ้ามีสติปัญญาเฉียบขาด จะมองเห็นทุกข์ของโลก



ถ้ามีสติปัญญาเฉียบขาด
จะมองเห็นทุกข์ของโลก 
มองเห็นโลกเป็นไฟ
เมื่อมองเห็นอย่างนั้น
ทำให้ไม่กล้าเข้าไปในไฟนั้น 
ถ้าเราเห็น เราจะไม่เข้า 
ที่เข้าไป เพราะเราไม่เห็น

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

พระคุณต้องทดแทน ถ้าเคียดแค้นต้องอโหสิ


พระคุณต้องทดแทน 
ถ้าเคียดแค้นต้องอโหสิ
อเวรัง อะสะปัตตัง
พระพุทธเจ้าทรงสอน
ให้เราเป็นผู้ไม่มีเวร
ไม่จองเวร...

เป็นผู้อโหสิ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร