พิจารณาอายตนะเป็นไตรลักษณญาณ..
ผู้เจริญวิปัสสนาทั้งหลาย เมื่ออายตนะภายในและภายนอกมากระทบกันเข้า มีความรู้สึกเกิดขึ้น ย่อมพิจารณาเป็นไตรลักษณญาณอย่างนี้ทุกขณะ ไม่ว่าอิริยาบถใดๆ ทั้งหมด ถ้าพิจารณาจนชำนิชำนาญแล้ว มันจะเป็นไปโดยอัตโนมัติของมันเอง มีความรู้เท่าตลอดเวลา จนเห็นว่าอารมณ์ทั้งปวง สักแต่ว่าอารมณ์ เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปตามสภาพของมัน..
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี..
ไตรลักษณญาณไม่เกิด ยังเป็นมิจฉาสมาธิ
ถึงแม้ว่าบุคคลใดจะทำสมาธิได้ดี
จะได้รับความสุขขนาดไหนก็ตาม
หรือจะได้อภิญญาเพียงใดก็ตาม
ถ้า “ไตรลักษณญาณ” ยังไม่เกิดแล้ว
ก็ยังนับว่าเป็น มิจฉาสมาธิ
เป็นสมาธิที่ยังผิด ยังอยู่ในวงเขตที่ผิด
หลวงปู่คำดี ปภาโส
หยุดเพ่งโทษผู้อื่นเสีย
"หยุดเพ่งโทษผู้อื่นเสีย" เขาจะพูดจะทำอะไรก็ตาม ที่เป็นการกระทบกระเทือนถึงตนเองจริงหรือไม่ก็ตาม อย่าไปเพ่งดู ให้ย้อนเข้ามาเพ่งดูใจตนเอง ว่ากำลังมีสุขทุกข์อย่างไร มีอารมณ์อย่างไร ใจจะสบายขึ้นได้ด้วยการเพ่งนั้น
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เห็นเป็นเพียงสักแต่ว่าเห็น
สิ่งใดมันเกิดขึ้นมาก็ดูมันไปๆ
เห็นเป็นเพียงสักแต่ว่าเห็น
อย่ามองเป็นสัตว์บุคคล
ตัวตนเราเขาให้มาก
พยายามมองโลกนี้ให้เป็นของว่างเปล่า
ไม่มีเราไม่มีเขา มองข้ามสมมุติบัญญัติ
ปฏิบัติให้ได้ทุกกาลเวลาสถานที่นั้น
คือนักปฏิบัติอันแท้จริง
หลวงพ่อวิชัย เขมิโย
ให้เพียรดูจิตใจ
ให้เพียรดูจิตใจ ถ้าบาปครอบงำก็รู้ ถ้าจิตผ่องใสก็รู้
ถ้าใจจะเผลอ สติก็รู้ก็ระลึกได้
จะโกรธจะว่าใคร สติก็จะคอยเตือนคอยห้ามและไม่ยึด
อโหสิกรรมให้เค้าไป บาปกิเลสก็จะเบาบาง
....ใจเศร้าหมองขุ่นมัว ก็คือทุกข์ คือบาป
ใจผ่องใสเบิกบาน ก็คือบุญ
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ไม่ควรตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความรัก
ไม่ควรปล่อยตนให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความรัก
เพราะการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทรมาน
แลเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย
ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจ
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
หนังสือพระอานนท์พุทธอนุชา โดย อ.วศิน อินทสระ
ความรู้สึกตัวนำสู่สมาธิ ปัญญา
ถ้าเราสามารถประคองความรู้สึกตัว อันเกิดจากสติสัมปชัญญะให้ต่อเนื่องยาวนานได้เท่าใด จิตก็เกิดญาณทัศนะ คือความรู้เห็นที่ชำนิชำนาญมากขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมจะแปรตัวเป็นสมาธิและปัญญาโดยกลไกธรรมชาติของมันเอง โดยไม่ต้องนึกคิดพิจารณาอะไรให้ยุ่งยากและซับซ้อน ตามที่หลวงปู่ดูลย์ท่านกล่าวว่า ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่รู้ แต่เฝ้าดูก็ยิ่งรู้เห็นชัดแจ้ง อันนั้นเป็นความจริง
เพียงแต่ทำเหตุให้มันถูกเท่านั้น เดี๋ยวผลมันจะเป็นเอง
หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท
การทำความเพียรอย่ากำหนดเวลา ให้กำหนดสติ
การทำความเพียรอย่ากำหนดเวลา
ให้กำหนดสติ ถ้าสติเผลอเมื่อใด
ก็รู้ว่าความเพียรของเราขาดไปแล้วเมื่อนั้น
เมื่อสติตั้งลงที่ตรงไหน
ย่อมเป็นธรรมขึ้นมาตรงนั้น
ถ้าไม่มีสติแล้วก็จะไม่เป็นธรรมทั้งคืนทั้งวัน
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ
เพียงดูจิต ก็ทำลายโลภ โกรธ หลงได้
วิธีที่จะจัดการกับ ความโลภ ความโกรธ ความหลงนั้น เราไม่ต้องไปคิดหาว่าความโก
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









