ให้รีบตัด รีบละกิเลส
กิเลสกองไหน ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นมัว ให้รีบตัด รีบละออกไปเลิกไม่ได้ ละไม่ได้ ก็ให้นึกถึงความตาย ใครจะดุร้าย ป้ายสี ก็ให้นึกว่า เขาจะต้องตาย เราคือกายกับจิตก็ต้องตายจากกันไป จะมาโกรธ มาโลภ มาหลง มายึดหน้าถือตา ยึดอะไรต่อมิอะไรไปทำไม จงปล่อยวางให้มันหมดสิ้นไป..
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
การปฏิบัติจิตภาวนา เป็นการเช็ดกระจกให้หมดจดผ่องใส
ถ้าเราเคยชินกับการมองผ่านกระจกหน้าต่างที่สกปรก ทุกสิ่งที่เห็นก็จะดูหมองมัวน่าเกลียดไปด้วย การปฏิบัติจิตภาวนา เป็นการเช็ดกระจกให้หมดจดผ่องใส เป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ยอมให้ทุกสิ่งเข้ามาในความรับรู้อารมณ์ แล้วยอมให้มันผ่านออกไป และด้วยปัญญาของพระผู้มีพระภาคเจ้า เราจะเฝ้าสังเกตความเป็นไปของสิ่งทั้งปวงตามที่เป็นจริง ไม่ติดที่ความงาม ไม่ติดที่ความบริสุทธิ์แห่งจิต เพียงแต่กำหนดรู้ไว้เท่านั้น การพิจารณาความเป็นไปของธรรมชาติด้วยปัญญาเช่นนี้ จะทำให้เราไม่หลงอีกต่อไป
พระอาจารย์สุเมโธ
จิตเองไม่ได้เป็นทุกข์
จิตเองไม่ได้เป็นทุกข์
แต่ที่ทุกข์นั้นเพราะความคิดต่างหาก.....
หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส (ส.มหาปัญโญภิกขุ)
ทำอะไรไม่ผิด เพราะ "สติ"
ที่จะทำอะไรไม่ผิดนั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ "สติ" ถ้ามี สติ คุ้มครองกาย วาจา ใจ อยู่ทุกขณะ จะทำอะไร ไม่ผิดพลาดเลย ที่ผิดพลาด เพราะขาดสติ...ชีวิตของพระพุทธเจ้า และ พระอรหันต์ ท่านมี "สติไพบูลย์" อยู่ทุกขณะจิต ท่านจึงทำอะไรไม่ผิด และถึงซึ่งอมตธรรม คือธรรมที่ไม่ตาย เรียกว่า "พระนิพพาน" ..
ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต..
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็นแหล่งกำเนิดของปัญญาญาณ
ใครก็ตามที่มุุ่งมั่นอยู่กับความรู้สึกตัว รู้สึกใจอย่างถูกต้อง ทุกข์ในใจของเขาจะต้องลดลงอย่างแน่นอน แม้เขาจะไม่รู้จักพระพุทธเจ้าเลยก็ตาม เพราะความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็นแหล่งกำเนิดของปัญญาญาณ คือแสงสว่างภายใน ที่จะส่องให้เห็นความจริงทั้งสองด้าน คือด้านเหตุแห่งทุกข์ และเหตุแห่งความไม่ทุกข์ และแน่นอนว่า คนนั้นต้องเลือกสภาวะจิตที่ไม่ทุกข์ เป็นหลักของชีวิต...
หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส (ส.มหาปัญโญภิกขุ)
ประโยชน์ของการดูจิต
ประโยชน์ของการดูจิตนั้นมีอยู่มากนัก เบื้องต้นดูจิตเพื่อให้เห็นความคิด การเห็นความคิดบางทีเผลอบ้าง หลงลืมบ้างไม่เป็นไร ฝึกบ่อย ๆ จนชำนาญก็เอาอยู่ เมื่อฝึกจนชำนาญแล้วแขกจะไม่ค่อยมาเยือน เมื่อถึงที่สุดเมื่อแขกมา...ยืนหน้าบ้าน เราก็รู้ แต่ไม่ต้อนรับแขกให้เข้ามาแล้ว
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ร่างกายนี้ คือ ศูนย์รวมแห่งความทุกข์
ร่างกายนี้ คือ ศูนย์รวมแห่งความทุกข์
ถ้าไม่มีความพอใจในร่างกาย...จิตใจ ไม่ยึดติด
จะรู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระที่แท้จริง
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม
คนเรามีความสุขเมื่อพอ
คนเราจะมีความสุขมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "มีเท่าไร"
แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าเรา "พอเมื่อไร"
หลวงปู่ชา สุภัทโท
พระพุทธเจ้าสอนให้พิจารณากายกับจิตเท่านั้น
พระพุทธเจ้าสอนให้พวกเราพิจารณากายกับจิตเท่านั้น นี่เป็นหนทางที่พวกเราจะหาทางพ้นทุกข์ หาก เราพิจารณาได้ชัดเจน เห็นความเป็นจริงแล้ว มันก็จะรู้ไปเอง เห็นไปเองน่ะ ความพ้นทุกข์ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องไปถามใคร เราต้องถามเราเอง นี่มันพ้นอยู่ที่ไหน พ้นทุกข์นั่น มันก็พ้นอยู่ที่ตัวของเรานี่ หายความสงสัยอยู่ที่เรานี่ นี่หละให้พวกเราตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ
หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









