สติมิใช่สมบัติของพระอริยเจ้าเท่านั้น



สติมิใช่สมบัติของพระอริยเจ้าเท่านั้น
หากเป็นสมบัติของทุกคน แต่เรามักละเลยกัน 
เพราะปรารถนาความสุขชั่วครู่ชั่วยาม 
เราปล่อยจิตให้ลิงโลดเมื่อประสบกับความสุข 
แต่ครั้นความทุกข์คุกคาม ก็ตื่นตระหนกจนช่วยตัวเองไม่ได้ 
ความรู้เท่าทันอารมณ์ทำให้เรา “ไม่มี ไม่เป็น” อย่างแต่ก่อน

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

วิปัสสนา ท่านให้รู้ถึงธรรมชาติที่มีอยู่จริงๆ



การปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนา 
ท่านให้รู้ถึงธรรมชาติที่มีอยู่จริงๆ 
เช่น เห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส คิดนึก
ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่สัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา 
เพื่อให้รู้ว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงธรรมชาติ ...

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและดับไปตามธรรมดา
จะเรียกว่าเป็นสิ่งต่างๆ หรือธรรมชาติที่มันมี 
มันเป็นโดยอิงอาศัยกัน เพราะมีสิ่งนี้ จึงเกิดสิ่งนี้ 
เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ ไม่ใช่เป็นตัวตน 
แห่งความเป็นของเรา ต้องการให้เห็นความจริงอย่างนี้

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

เมื่อสติไปถึงจิต



เมื่อสติไปถึงจิตเมื่อไร
เมื่อนั้นพวกกิเลสหรือนิวรณ์ทั้งหลายนี่
มันจะถอยหนีไปหมดเลย

หลวงปู่ศรี มหาวีโร

การดับทุกข์คือ การรู้เท่าทันทุกข์



การดับทุกข์คือ การรู้เท่าทันทุกข์ 
ไม่ยินดียินร้าย ต้องเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ 
พยายามรักษาจิตให้เสมอ 
อย่าให้ขึ้นลงตามกิเลสที่มาก่อกวน
จิตนี้เมื่อเราปฏิบัติถึงจุดแห่งผล 
อานิสงส์จะหาประมาณมิได้

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท

โลกใบนี้ ไม่เคยให้ความสมหวังกับใคร



โลกใบนี้ ไม่เคยให้ความสมหวังกับใคร
มีผู้หญิงคนไหนบ้าง ไม่ร้องไห้ ...
เผ็ดร้อน แสบสัน เจ็บปวด รวดร้าว 
แค่ไหนก็เจอมา ผ่านมาหมดแล้ว ... 
อย่าไปเสียเวลาอีกเลย ...
อุทิศตัวให้เป็นประโยชน์สูงสุด
ของการเกิดดีกว่า

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

ทานอันถูกต้อง



ทานนั้นมีอยู่สองประเภทด้วยกัน คือ

๑. วัฏฏมูลกทาน หมายถึงทานที่ทำให้เรายังคงเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ 

๒. วิวัฎฎมูลกทาน หมายถึงทานที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากสังสารวัฏ ผู้มีเจตนาอันถูกต้องย่อมให้แต่ทานที่จะช่วยให้เขาได้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ ไม่ใช่ผูกรั้งเขาไว้ในสังสารวัฏ

-จากหนังสือ เจตนารมณ์ที่ถูกต้องในการให้ทาน โดย ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า-

รู้แล้วละ ธรรมะเกิด



สิ่งใดมากระทบ เราก็รู้ รู้แล้วละ ธรรมะเกิด 
รู้แล้วปล่อย รู้แล้ววาง คือนักปฏิบัติอันแท้จริง

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

ผู้ใดไม่เห็นทุกข์ ผู้นั้นไม่เห็นธรรม




ผู้ใดไม่เห็นทุกข์ ผู้นั้นคือผู้ไม่เห็นธรรม
ผู้ได้รับทุกข์ จนเหลือที่จะอดกลั้นแล้ว 
เมื่อหวนกลับเข้ามาถึงตัวนั่นแล
จึงจะรู้จักว่าทุกข์นั้นแลคือ ธรรม
ผู้เกลียดทุกข์เป็นผู้แพ้ 
ผู้พิจารณาทุกข์ คือ ผู้เจริญในทางธรรม

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ถึงฐีติจิตคือทำลายของปลอม



เมื่อเราทำจิตให้ถึงขั้นฐีติจิต(จิตเดิม)แล้ว
ชื่อว่าย่อมทำลายของปลอมได้หมดสิ้น
หรือว่าของปลอมย่อมเข้าไม่ถึงฐีติจิต
เพราะสะพานเชื่อมต่อถูกทำลายขาดสะบั้นลงแล้ว
แม้ยังต้องเกี่ยวข้องกับอารมณ์ของโลกอยู่...
ก็ย่อมเป็นดุจ น้ำกลิ้งบนใบบัว ฉะนั้น...

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

คนไม่สนใจสร้างเหตุของความสุข



คนเราทุกคนต้องการความสุข 
แต่ส่วนใหญ่ไม่สนใจสร้างเหตุของความสุข 
จะเอาแต่ผลอย่างเดียว 
แต่ถ้าเราไม่สนใจกับตัวเหตุ 
ตัวผลจะอยู่ได้อย่างไร

ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก