เป็นนักปฏิบัติสมาธิ อย่าไปติดวิธีการ


เป็นนักปฏิบัติสมาธิ อย่าไปติดวิธีการ
ถ้าเราไปติดวิธีการแล้ว เราจะเอาวิธีการนั้นมาฟัดกัน
เสร็จแล้วก็จะเกิดทะเลาะกัน
การทำสมาธิเป็นกิริยาของจิต
นั่งทำสมาธิได้ เดินทำสมาธิได้ นอนทำสมาธิได้
หรือใครจะแน่จริง วิ่งทำสมาธิก็ได้
ถ้าหากการปฏิบัติ เราไม่ยึดวิธีการเป็นใหญ่
เราเอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในจิตเป็นเครื่องตัดสิน
เราจะหมดปัญหาข้อสงสัย

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ปัญญา เกิดจากการฝ่าฟันอุปสรรค


ปัญญา เกิดจากการฝ่าฟันอุปสรรค 
ยิ่งมีอุปสรรคมาก 
ยิ่งมีโอกาสที่จะสร้างปัญญามาก 
ฉะนั้น ผู้ที่มีอุปสรรคมากๆ 
เป็นผู้ที่มีบุญมาก น่าอิจฉา

ชยสาโรภิกขุ

การเห็นตัวเราตามที่เป็นจริง คือการเห็นธรรมะ



การเห็นตัวเราตามที่เป็นจริง คือการเห็นธรรมะ 
ฉะนั้นการเห็นธรรมก็คือ
เห็นในขณะที่เรากำลังทำ กำลังพูด กำลังคิด 
เห็นอย่างนี้เห็นธรรมแท้ๆ ไม่แปรผัน

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

นรก สวรรค์ นิพพาน ธรรม สัมผัสได้ด้วยใจเท่านั้น



จงทำความเข้าใจว่า คำว่า บาปมี นรกมี สวรรค์มี นิพพานมี นั้น 
ธรรมชาติเหล่านี้มีอยู่ ทำนองเดียวกับคำว่า “ธรรมมีอยู่” 
แต่ไม่สามารถสัมผัสธรรมชาติเหล่านี้ ด้วยตา หู จมูก ลิ้น กายได้ 
เพราะมิใช่วิสัยของกันและกัน มันเป็น อฐานะ 
คือเป็นไปไม่ได้ มีใจเท่านั้นสัมผัสได้แต่ผู้เดียว 
เมื่อปรับใจภาคปฏิบัติให้เหมาะสม กับธรรมชาตินั้น 
และธรรมชาตินั้นๆ แล้ว ความจริงก็มีเท่านี้..

หลวงปู่ขาว อนาลโย

ไม่มีปัญหาและไม่มีฉัน



คนที่ยังไม่มีปัญหามักปฏิเสธว่า “ฉันไม่มีปัญหา” 
เมื่อเริ่มสว่างขึ้นมาน้อยหนึ่งก็ยอมรับว่า “ฉันมีปัญหา” 
ขั้นต่อไปก็คือ “ฉันนี่แหละคือปัญหา”
ในที่สุดแล้ว....จึงจะไม่มีปัญหาจริงๆ และไม่มีฉันด้วย 

ชยสาโรภิกขุ

โครงการมอบรอยยิ้มให้ผู้ป่วยด้วยธรรมะ


กลุ่มปฏิบัติธรรมของผู้เขียนเคยนำหนังสือ อารมณ์ขันและความศักดิ์สิทธิ์ของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ไปแจกให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาล เราได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้ป่วยที่ได้อ่าน เพียงเท่านี้ก็นำความปิติมาสู่ใจพวกเรา ที่ได้มอบความสุขอย่างมีสาระธรรมให้แก่ผู้ที่กำลังทุกข์เพราะความเจ็บไข้

ตอนนี้ ญาติธรรมท่านหนึ่งมีดำริที่จะนำหนังสือเล่มนี้ไปมอบให้แก่ผู้ป่วยและมูลนิธิของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเป็นการมอบธรรมทานและความสุขให้ผู้ป่วยอีกครั้ง จึงขอเรียนเชิญท่านที่สนใจมอบรอยยิ้มให้แก่ผู้ที่กำลังทุกข์ มาร่วมบุญกันนะคะ

หนังสือเล่มนี้ราคาเล่มละ 25 บาท ความหนา 88 หน้า ท่านที่สนใจร่วมบุญ สามารถโอนเข้าบัญชีเลขที่ 010-418248-7 ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี อาภา เชี่ยวเวช...เพียงเล่มเดียว ก็ยินดีค่ะ แต่คงต้องใช้เคาน์เตอร์ธนาคารนะคะ และถ้าท่านร่วมบุญแล้ว โปรดแจ้งที่ความคิดเห็นข้างล่างนี้ เราจะได้ทราบและโมทนากับท่าน

และถ้าท่านสนใจจะนำหนังสือนี้ไปแจกเป็นธรรมทานหรือในงานพิธีต่างๆ ทางเราก็ยินดีเช่นกันค่ะ เราคิดค่าจัดพิมพ์เล่มละ 25 บาท + ค่าจัดส่งตามจริง หรือท่านจะมารับด้วยตัวเองที่สถานธรรมของเรา ก็ยินดีนะคะ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ค ความหนา 88 หน้า กระดาษถนอมสายตา ราคาเล่มละ 25 บาทค่ะ



ติดต่อได้ที่

คุณสาธิญาวี      โทร 089-531-8327 
คุณวัสสวดี        โทร 081-814-8609 และ
คุณตรีญาดา      โทร 083-303-3745


มาร่วมมอบธรรมทานและรอยยิ้มให้ผู้กำลังทุกข์ด้วยกันนะคะ

พยายามทำความรู้ตัวให้มาก



          การฝึกหัดปฏิบัติอบรมจิตใจ ให้เริ่มต้นจนเกิดความรู้ตัวเสียก่อน พยายามทำความรู้ตัวให้มาก มีสติ นั่งก็รู้ เดินก็รู้ มีความสุขก็ รู้ มีความทุกข์ ก็รู้ ถ้าหากว่าเราอบรมความรู้ให้โดยรอบแล้ว เราทั้งหลายไม่ต้องสงสัย จะต้องได้พุทโธแน่นอน พุทโธจะต้องบังเกิดขึ้นในตัวของเราแน่นอน

                                                                                                     หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

จิตว่างรู้ที่ว่าง คิดรู้ที่คิด



         ถ้าหากว่าท่านผู้ใดขี้เกียจ หรือไม่มีอะไรจะคิดก็ให้กำหนดจิตรู้ที่จิตเฉยๆ ถ้าจิตว่างรู้ที่ความว่าง ถ้าจิตคิดรู้ที่ความคิด ว่างรู้ที่ความว่าง คิดรู้ที่ความคิด ไล่ตามกันไปอย่างนี้ เมื่อเราฝึกหัดจนคล่องตัว จนชำนิชำนาญ ทีหลังเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจกำหนดรู้อารมณ์จิตหรือความคิด สติก็ทำหน้าที่ตามรู้คอยควบคุม เมื่อมีสติสัมปชัญญะ จิตของเราก็รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรผิด อะไรถูก มันจะรู้ของมันขึ้นมาเอง

                                                                                            หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ให้มีสติตามรู้ความคิด



"ธรรมชาติของจิต จะไปหยุดนิ่งอยู่นานๆ ไม่ได้ เดี๋ยวมันก็คิด ในช่วงนั้นถ้าเกิดความคิดขึ้นมาปล่อยให้คิดไป แต่ให้มีสติตามรู้ สิ่งที่มันคิดนั้นจะเป็นอะไรก็ได้เรื่องครอบครัว เรื่องการเรื่องงาน เรื่องผู้เรื่องคน จิปาถะสารพัดที่จะคิดขึ้นมา เมื่อมันคิดขึ้นมาอย่างนั้น ปล่อยให้คิดไป แต่ให้มีสติกำหนดตามรู้ รู้ รู้ เป็นการส่งเสริมให้จิตของเรามีพลังเข้มแข้ง เพราะความคิดเป็นอาหารของจิต ความคิดเป็นการบริหารจิตให้เกิดสติปัญญา จินตามยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นได้จากความคิด เมื่อจิตมีความคิด สติสัมปชัญญะรู้พร้อมอยู่ทุกขณะจิต ความคิดสะเปะสะปะเหลวไหลนั่นแหละจะกลายเป็นปัญญาในสมาธิ เพราะจิตของเราคิดแล้วจะรู้สึกแต่เพียงสักแต่ว่าคิด คิดแล้วก็ปล่อยวางไปๆ เมื่อสติสัมปชัญญะมีพลังแก่กล้าขึ้นกลายเป็นปัญญา เมื่อมีปัญญาก็สามารถกำหนดหมายรู้ความคิดว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วก็รู้พระไตรลักษณ์ขึ้นมา ก็กลายเป็นปัญญาในขั้นวิปัสสนาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น จะไปข้องใจสงสัยอยู่ทำไมหนอรีบเร่งบำเพ็ญภาวนาให้มากๆ ให้ได้สมาธิเป็นเบื้องต้น

ทีนี้ถ้าหากว่าท่านผู้ใดขี้เกียจ หรือไม่มีอะไรจะคิดก็ให้กำหนดจิตรู้ที่จิตเฉยๆ ถ้าจิตว่างรู้ที่ความว่าง ถ้าจิตคิดรู้ที่ความคิด ว่างรู้ที่ความว่าง คิดรู้ที่ความคิด ไล่ตามกันไปอย่างนี้ เมื่อเราฝึกหัดจนคล่องตัว จนชำนิชำนาญ ทีหลังเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจกำหนดรู้อารมณ์จิตหรือความคิด สติก็ทำหน้าที่ตามรู้คอยควบคุม เมื่อมีสติสัมปชัญญะ จิตของเราก็รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรผิด อะไรถูก มันจะรู้ของมันขึ้นมาเอง"

                                                                                         หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

การรู้ตัวมีพลังมาก



...การรู้ตัวจึงมีพลังมาก แค่รู้เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร
ความโกรธ ความทุกข์ก็หลุดไปเอง
โดยไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย...

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล