ยามใดท้อถอยกับการปฏิบัติ...




          หากยามใดท้อถอย เหนื่อยหน่ายต่อการปฏิบัติ ก็ให้ระลึกถึงภัยข้างหน้าที่จะมีมา ต้องตระหนักว่าขณะนี้เรายังอยู่ในมรสุม อยู่ท่ามกลางคลื่น ภัยนั้นมีอยู่รอบด้าน เอาไว้ให้ถึงฝั่งเสียก่อน อย่ามัวเที่ยวเก็บ เที่ยวชมดอกไม้ มืดค่ำแล้ว เดี๋ยวจะหาทางออกไม่พบ

                                                                                หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ

ความสุขมีที่ไหน ความทุกข์ก็มีที่นั่น




          เวลาความสุขมาถึงเข้า เราจะไปเอาความสุขในความสรรเสริญเยินยอ มั่งมีศรีสุขอย่างเดียว แต่เราหารู้ไม่ว่า "ความสุขมีที่ไหน ความทุกข์ก็มีที่นั่น"

                                                                                   หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

มรณกรรมฐานเป็นยอดกรรมฐาน




          มรณกรรมฐานนี้เป็นยอดกรรมฐาน คนเราเมื่ออาศัยความประมาท มัวเมาไม่ได้มองเห็นภัยอันตรายจะมาถึงตน คิดเอาเอง หมายเอาเอง ว่าเราคงไม่เป็นไรง่ายๆ เราสบายดีอยู่ เรายังเด็กยังหนุ่มอยู่ ความตายคงไม่กล้ำกรายได้ง่ายๆ อันนี้เป็นความประมาท มัวเมา.....ถ้ามองเห็นความตายทุกลมหายใจเข้าออก สบายไปเลย กูก็จะตาย สูก็จะตาย จะมากังวลวุ่นวายกันทำไม

                                                                                    หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

รู้ภายนอกไปทำไม



                                  รู้ภายนอก รู้ไปทำไม รู้ภายใน รู้กาย รู้จิต ของตัวเองดีกว่า

                                                          หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

กิเลสมีอุบายหลายอย่าง



          กิเลสมันมีอุบายหลายอย่าง ที่จะเอาชนะคนผู้จะปราบมันเสมอ แทนที่จะปราบมันลง กลับถูกมันปราบเอา 

          ฉะนั้น วันคืนล่วงไป อย่าให้ล่วงไปเปล่า ต้องประกอบความเพียรภาวนา อย่าเห็นแก่กินแก่นอนเป็นใหญ่ ให้มุ่งชำระกิเลส เป็นของจำเป็น เป็นหน้าที่สำคัญ

                                                                                 หลวงปู่สิม พุทธาจาโร



บุญภายใน




          ให้ทานข้าวของ วัตถุภายนอกก็เป็นบุญ แต่ยังไม่ลึกซึ้ง ให้ทำบุญภายใน ใจให้เป็นบุญอยู่เสมอ ภาวนาพุทโธ นึกน้อมเอาคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอยู่ภายใน นี่แหละ บุญภายใน 

                                                                              หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

จิตอยู่เหนือน้ำ




          ภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจเข้าออก เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น จิตของผู้ภาวนาก็สูง คำว่าสูง ก็เหมือนกับเรือที่ลอยลำอยู่ในแม่น้ำ ลำคลองหรือที่มหาสมุทรสาคร ก็คือ จิตมันอยู่เหนือน้ำ 

         จิตอยู่เหนืออารมณ์ เหมือนเรืออยู่เหนือแม่น้ำ มันก็ไม่ทุกข์ไม่ร้อน จึงจำต้องฝึกอบรมตัวเองให้มีความอดทน

                                                                                     หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

กายกับใจคือที่ภาวนา



กายกับใจอยู่ที่ไหน 
ก็ที่นั่นแหละ
เป็นที่ปฏิบัติบูชาภาวนา 
อยู่บ้านก็ภาวนาได้ 
อยู่วัดก็ภาวนาได้ 
บวชไม่บวชก็ภาวนาได้ทั้งนั้น

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร


การภาวนาไม่ใช่ของหนัก



          การภาวนา ไม่ใช่เป็นของหนัก เหมือนแบกไม้หามเสา เป็นของเบาที่สุด นึกภาวนาบทใดข้อใด ก็ให้เข้าถึงจิตถึงใจ จนจิตใจผ่องใสสะอาด ตั้งมั่นเที่ยงตรงคงที่อยู่ภายในจิตใจของตน ใจก็สบาย นั่งก็สบาย นอนก็สบาย ยืนไปมาที่ไหนก็สบายทั้งนั้น ในตัวคนเรานี้ เมื่อจิตใจสบาย กายก็พลอยสบายไปด้วย อะไรๆ ทุกอย่างมันก็สบายไป มันแล้วแต่จิตใจ 

                                                                           หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

อย่าใส่ใจลมปากมนุษย์




         ลมปากมนุษย์ มันพอใจมันก็ว่าให้ดี ...มันไม่พอใจ มันก็ด่าให้ ว่าให้ อย่าไปเป็นทุกข์เป็นร้อน ทำใจของเราให้วางเฉย พุทโธ อยู่ในดวงใจให้จิตใจเย็นสบาย เป็นเครื่องอยู่เครื่องอาศัยภายในใจของเรานี่เอง 
          ......ลมแรงนั้นนานๆ จึงจะพัดมาทีหนึ่ง แต่ลมปากมนุษย์มันพัดอยู่ทุกวันเวลา ใครไม่ภาวนาก็เป็นทุกข์เป็นร้อน 

        ถ้าเขาสรรเสริญเรา ก็ไม่ควรดีใจ ถ้าเขานินทาว่าร้ายป้ายสี ก็ไม่ควรเสียใจ เพราะความสรรเสริญนินทานี้ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ความเที่ยงแท้แน่นอนมันอยู่ในจิตใจทุกคน ตั้งจิตตั้งใจให้มั่นคง

                                                                                             หลวงปู่สิม พุทธาจาโร