กบเฝ้ากอบัว




          กบไม่รู้อะไร ผู้ไม่ภาวนา แม้คุณพระพุทธเจ้าก็ไม่รู้ คุณพระธรรมก็ไม่รู้ คุณพระสงฆ์ก็ไม่รู้ แล้วก็นั่งเฝ้ากอบัวคือ นั่งเฝ้าธาตุทั้งสี่ ขันธ์ห้า นั่งเฝ้าตู้พระธรรมก็ว่าได้ ตัวเรานี้แหละเป็นตู้พระไตรปิฏก กาย วาจา จิต พระสูตร พระวินัย พระปรมัตถ์ กบก็คือจิต เราไม่ภาวนา ไม่สงบจิตสงบใจ มานั่งเฝ้ากอบัวอยู่ นั่งเฝ้าดอกไม้ของหอมอยู่ แต่ไม่รู้ เกิดมาแล้วก็มีตา ก็ดูไป มีหูก็ฟังไป มีจมูกก็ดมกลิ่นไป มีลิ้นก็ลิ้มรสกินอาหารไป มีร่างกายก็กระทบเย็นร้อนอ่อนแข็งไป เมื่ออารมณ์ทั้งห้าผ่านมาแล้ว ก็เป็นอารมณ์อยู่ในจิต สิ่งใดชอบใจก็หลงไป สิ่งใดไม่ชอบใจก็โกรธขัดเคืองในจิตในใจ ไม่ให้อภัยแก่ใครทั้งนั้น 

         คือว่าไอ้กบนั่งเฝ้ากอบัวคือเราทุกคนนี่แหละ

                                                                                 หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

อุปสรรคคือเครื่องเสริมบารมี




คนเราโดยมากมักถืออุปสรรคเป็นเครื่องบั่นทอน กำลังใจ
เลยท้อแท้ที่จะแก้ไขปรับปรุง หรือดำเนินกิจการให้รุดหน้าต่อไป
ส่วนผู้ที่มีความเข้มแข็ง หรือจะทำจิตใจของตนให้เข้มแข็งต่อไป 
จะต้องถืออุปสรรคอันตรายต่างๆ เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างเสริมบารมีของตนให้เพิ่มขึ้น

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

อภัยทานเป็นทานอันสูงส่ง





อภัยทานเป็นทานอันสูงส่ง
เมื่อผู้อื่นล่วงเกินเรา ต้องเตรียมใจให้อภัยแก่เขาที่ไม่รู้
คนไม่รู้เขาก็ทำ-คิดไป 
ตามความไม่รู้ของคนไม่ได้ปฏิบัติบูชาภาวนา
ใจเราผู้ภาวนาต้องให้อภัย 
ไม่ต้องไปทำความเดือดร้อนต่อกันไปอีก
เรียกว่า อโหสิกรรม

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ปฏิบัติบูชาเป็นเครื่องดำรงพระศาสนา


          การบูชาพระพุทธเจ้าหรือพระรัตนตรัยด้วยอามิสทาน แม้ด้วยการสร้างมหาวิหาร หรือมหาเจดีย์อุทิศถวาย แต่ย่อหย่อนหรือขาดการปฏิบัติบูชาแล้ว ย่อมไม่อาจดำรงพระศาสนาไว้ได้ ส่วนการบูชาด้วยการศึกษาสัมมาปฏิบัติ โดยทาง ทานกุศล ศีลกุศล และภาวนากุศล ให้เจริญขึ้นเป็นศีล สมาธิ ปัญญา ให้ถึง อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา อันเป็นเหตุปัจจัยให้ถึง ธรรมโคตรภู พระโสดา พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหัต และ/หรือ ถึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อันเป็นการสร้างพระในใจตน เป็นต้นเท่านั้น ที่จักดำรงพระพุทธศาสนาไว้ได้ พระพุทธองค์จึงทรงสรรเสริญการปฏิบัติบูชา ยิ่งกว่าแต่เพียงการบูชาด้วยอามิสเท่านั้น 

                                                                       หลวงปู่สด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

ใจที่สงบเย็นด้วยสมาธิธรรม




          ถ้าใจยังไม่มีความสงบเย็นทางสมาธิธรรมแล้ว อย่าเข้าใจว่าตนจะได้รับความสุขเย็นใจที่ไหนๆ เลย แต่จะเจอเอาแต่ความรุ่มร้อนที่แอบแฝงไปกับหัวใจที่ไม่มีความสงบนั้นนั่นแล ...

         ใครเพียร ใครอาจหาญ ใครอดทน ในการต่อสู้กับกิเลสตัวฝืนธรรมอยู่ตลอดเวลา ผู้นั้นจะเจอร่มเงาแห่งความสงบเย็นใจในโลกนี้ ในบัดนี้ และในดวงใจนี้ ไม่เนิ่นนานเหมือนการท่องเที่ยวที่เจือไปด้วยสุข ด้วยทุกข์อยู่ทุกภพ ทุกชาติ ไม่มีวันจบสิ้น


                                                                                 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ศีล สมาธิ ปัญญา อยู่ในกาย วาจา จิต




ผู้มาปฏิบัติพิจารณา พึงรู้อุปมารูปเปรียบดังนี้
อันบุคคลผู้ทำนา ก็ต้องทำลงไปในแผ่นดิน
ลุยตม ลุยโคลน ตากแดดกรำฝน จึงจะเห็นข้าวเปลือก 
ข้าวสาร ข้าวสุก มาได้ และได้บริโภคดื่มสบาย
ก็ล้วนทำมาจากของมีอยู่ทั้งสิ้น ฉันใด
ผู้ปฏิบัติก็ฉันนั้น
เพราะศีล สมาธิ ปัญญา
ก็มีอยู่ในกาย วาจา จิตของทุกคน

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ให้แก้ปัจจุบัน...



          ให้แก้ปัจจุบัน เมื่อแก้ปัจจุบันได้แล้ว ภพ ๓ นั้นหลุดหมด ไม่ต้องส่งอดีต   อนาคต ให้ลบอารมณ์ภายนอกให้หมด จึงจะเข้าอารมณ์ภายในได้ เพ่งนอกเป็นตัวสมุทัย เป็นทุกข์ และเป็นตัวมิจฉาทิฐิ เพ่งใน เป็นตัวสัมมาทิฐิ เพ่งในตัว เป็นสัมมาทิฐิ

                                                                                        หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน




ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอน
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืน
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วย
ทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ 
แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ 
ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ผู้มีปัญญา...




ผู้มีปัญญา ไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงแล้วตามมา 
ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
ผู้มีปัญญา ได้เห็นในธรรมซึ่งเป็นปัจจุบัน 
ควรเจริญความเห็นนั้นไว้เนืองๆ 
ควรรีบทำเสีย
ผู้มีปัญญา ซึ่งมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ 
มีความเพียรแยกกิเลสให้หมดไป
จะไม่เกียจคร้าน ขยันหมั่นเพียร
ทั้งกลางวันและกลางคืน

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

อย่าเป็นคนประเภทใบลานเปล่า




          ....ท่านทั้งหลายจงอย่าทำตัวเป็นตัวบุ้งตัวหนอน คอยกัดแทะกระดาษแห่งคัมภีร์ใบลานเปล่าๆ โดยไม่สนใจพิจารณาสัจธรรมอันประเสริฐที่มีอยู่กับตัว แต่มัวไปยึดธรรมที่ศึกษามาถ่ายเดียว ซึ่งเป็นสมบัติของพระพุทธเจ้า มาเป็นสมบัติของตน ด้วยความเข้าใจผิดว่าตนเรียนรู้และฉลาดพอตัวแล้ว  ทั้งที่กิเลสยังกองเต็มหัวใจยิ่งกว่าภูเขาไฟ มิได้ลดน้อยลงบ้างเลย จงพากันมีสติคอยระวังตัว อย่าให้เป็นคนประเภทใบลานเปล่าๆ เรียนเปล่าและตายทิ้งเปล่า ไม่มีธรรมอันเป็นสมบัติของตัวอย่างแท้จริงติดตัวบ้างเลย

                                                                                               หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต