การปฏิบัติมีเพียง 2 อย่าง




        การประพฤติปฏิบัตินั้นไม่มีอะไร มีแต่การพิจารณาร่างกายนี้แหละ ให้เห็นความไม่เที่ยง ความไม่ใช่ตัวตนของร่างกายนี้ อันนั้นก็หนึ่งอย่าง  อีกอย่างหนึ่ง ก็ให้พิจารณาเรื่องของจิต เรื่องของอารมณ์ภายในใจของเรา ให้เห็นความไม่เที่ยง ความไม่ใช่ตัวตน ของจิตซึ่งเรายึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวง มีแต่เรื่องการพิจารณากายกับจิตเท่านั้น มี ๒ อย่างเท่านั้น

                                                                                พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

พุทธวิธีชนะความคิด




          พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธีควบคุมความคิด ให้อยู่ในอำนาจใจไว้ว่า ถ้ามีสติรู้ว่ากำลังคิดในเรื่องไม่ควรคิด ...ให้เปลี่ยนเรื่องคิดเสีย แต่ถ้าเปลี่ยนเรื่องคิดเช่นนั้น ก็ยังคอยแต่จะย้อนกลับไปคิดเรื่องเก่าที่ก่อให้เกิดโทสะอยู่นั่นเอง  ท่านให้พิจารณาโทษของความคิดเช่นนั้น คือ พิจารณาให้เห็นว่า การคิดเช่นนั้นทำให้จิตใจเร่าร้อน ไม่สบาย ...แม้พิจารณาโทษของความคิดที่ไม่ดีนั้นแล้ว ก็ยังไม่อาจยับยั้งความคิดนั้นให้สงบลงได้ ท่านก็ให้ไม่ใส่ใจเรื่องนั้น ...แต่ถ้าไม่สำเร็จอีก ลืมไม่ได้อีก ท่านให้ใช้ความใคร่ครวญ พิจารณาหาเหตุผลว่าทำไมจึงคิดเช่นนั้น ขณะที่คิดหาเหตุผลอยู่นี้ ความโกรธจะลดระดับความรุนแรงลง
ถ้าทำเช่นนั้นแล้วก็ยังไม่ได้ผล ความคิดเดิมยังไม่หยุดท่านให้ใช้ฟันกัดฟันให้แน่น เอาลิ้นกดเพดานไว้ เช่นนี้ความคิดจะหยุด
                                  
                                             สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
                                                    
                                                                              

ปัญญาอริยมรรค




          ปัญญาภายนอก คือปัญญาสมมุติ ไม่ทำให้จิตแจ้งในพระนิพพานได้ ต้องอาศัยปัญญาอริยมรรคจึงจะเข้าถึงพระนิพพานได้ ความรู้ของนักวิทยาศาสตร์เช่นไอน์สไตน์ มีความรู้มาก มีความสามารถมาก แยกปรมาณูเล็กที่สุดจนเข้าถึงมิติที่ 4 แล้ว แต่ไอน์สไตน์ไม่รู้จักพระนิพพาน จึงเข้าพระนิพพานไม่ได้ จิตที่แจ้งในอริยมรรคเท่านั้น จึงเป็นไปเพื่อการตรัสรู้จริง ตรัสรู้ยิ่ง ตรัสรู้พร้อม เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน
                                                                           
                                                                                                        หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
                                                                                        

ให้มองโลกตามหลักความจริง




          มองโลก เราอย่ามองด้วยความดูถูกเหยียดหยาม อย่ามองด้วยความชมเชยสรรเสริญ และอย่าตำหนิติฉินนินทา แต่ให้มองดูตามหลักความจริง มีความจริงเป็นที่ตั้ง มีธรรมเป็นจุดศูนย์กลาง สรุปลงในธรรม ยุติลงในธรรม เป็นยุติได้

                                                                                       หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

มีความเพียร มีสติ ย่อมเห็นนิพพาน



          ขอให้เราท่านทั้งหลาย จงตั้งสติในกาย ในการไป การมา การกิน การถ่าย การอยู่ นั่ง ยืน นอน เดิน อย่างมีสติ เมื่อมีความเพียรและสติดังนี้ จึงเห็นแจ้งพระนิพพานแน่นอน เหมือนคนพยายามหีบน้ำมันงาไม่หยุดไม่ยั้ง ย่อมได้น้ำมันงาฉันนั้นแล

                                                                                    ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร



ธรรมะ ให้ดูที่จิต




          การปฏิบัติไม่ได้เกี่ยวกับอักขระพยัญชนะหรือคำพูดอะไรหรอก...วิธีปฏิบัติในส่วนวินัยนั้น ให้พยายามดูแบบอย่างเขา แบบอย่างครูบาอาจารย์ผู้นำ อย่าทำให้ผิดแผกจากท่าน ส่วนธรรมะ ให้ดูที่จิตของตัวเอง ปฏิบัติที่จิต  เมื่อเข้าใจจิตแล้ว อย่างอื่นก็เข้าใจได้เอง

                                                                                       หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ความทุกข์เกิดจากใจไม่ปล่อย




          ความทุกข์ของผู้คนจำนวนมาก ก็ไม่ต่างจากคนที่กอดหีบทองเอาไว้ จึงดิ่งลงไปในความทุกข์หรืออันตรายยิ่งขึ้นทุกที สิ่งที่ยึดอาจไม่ใช่กิจการที่เคยรุ่งเรือง แต่อาจเป็นร่างกายที่เคยเปล่งปลั่งแต่บัดนี้กำลังแก่หง่อม ทรวดทรงที่เคยเต่งตึง แต่บัดนี้กำลังหย่อนยาน หรือคนรักที่นอกใจเรา สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราจมลงไปในความทุกข์มากขึ้น แล้วเราจะไปโทษใคร จะโทษกิจการ โทษร่างกาย ทรวดทรง คนรัก หรือโทษใจเราที่ไม่ยอมปล่อย

                                                                                                     พระไพศาล วิสาโล

จงดูขันธ์ห้าเป็นของหนัก




          จงดูขันธ์ห้าเป็นของหนัก จงดูขันธ์ห้าเป็นของยืมมา จงดูขันธ์ห้าเป็นสิ่งแตกง่ายดับเร็วเหมือนต่อมน้ำ จงดูขันธ์ห้าเป็นทุกข์เป็นภัยอย่างยิ่ง จงยินดีในการภาวนาจิตทุกเมื่อ ให้ลุทั้งโลกนี้และโลกหน้า จงยินดีในพระนิพพานทุกเมื่อ แล้วท่านจะไม่ต้องกลับมาเกิดตายอีกต่อไป

                                                                                        ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร

รักษาศีล ศีลจะรักษาเรา




          เมื่อศีลเข้าถึงจิต เข้าถึงใจแล้ว เราไม่ต้องรักษาศีล ศีลกลับมารักษาตัวเราเอง ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถใดๆ ศีลต้องระวังสังวรอยู่ทุกอิริยาบถ ไม่ให้ละเมิดทำความชั่ว แม้แต่จิตจะคิดวิตกว่า เราจะทำความชั่ว ก็รู้แล้ว และจะละอายต่อความชั่วนั้นๆ...ความเกลียด โกรธ พยาบาท อาฆาตทั้งหลาย มันจะมีมาจากไหน เพราะหัวใจมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา เข้ามาอยู่เต็มไปหมดแล้วในหัวใจ

                                                                                                  หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

รักษาศีลเพื่ออะไร




          ผู้รักษาศีล (ถ้า) ไม่เข้าถึงใจ ถึงจิตแล้ว รักษาศีลยาก หรือรักษาศีลเป็น “โคบาลกะ” ว่าเมื่อไรหนอจะถึงเวลามืดค่ำ จะไล่โคเข้าคอก แล้วเราจะได้พักผ่อนนอนสบาย ไม่เข้าใจว่า เรารักษาศีลเพื่อความบริสุทธิ์สะอาดของกาย วาจา และใจ รักษาได้นานเท่าไร มากเท่าไร ยิ่งสะอาดมากเท่านั้น รักษาจนตลอดชีวิตได้ยิ่งดีใหญ่ เราจะได้ละความชั่วได้ในชาตินี้ไปเสียที



                                                                                             หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี