ปล่อยจิตว่าง แล้วจิตสบาย



          ปล่อยจิตว่าง แล้วจิตสบาย เพราะจิตเป็นหนึ่งไม่ขุ่นมัว ไม่มีอารมณ์มาฉาบทาดวงจิตแล้ว ดวงจิตใส ดวงจิตขาว จิตเย็นมีแต่ความสบาย รู้เท่าสังขาร รู้เท่าความเป็นจริง จิตเราไม่หวั่นไหวต่อสิ่งทั้งปวง ถึงมรณะจะมาถึงก็ตาม ทุกขเวทนา เจ็บปวด มาถึงก็ตาม ไม่มีความหวั่นไหวต่อสิ่งเหล่านั้น


                                                                                    หลวงปู่ขาว อนาลโย

คนที่ว่าตนเองฉลาดแล้วคือคนโง่


คนที่ว่าตนเองรู้ ตนเองฉลาดแล้ว
คนนั้นคือคนโง่ที่สุด
คนที่มีนิสัยถ่อมตน ไม่ถือตัว
ไม่อวดความรู้ที่ตนเองมี
คนนั้นคือ นักปราชญ์ผู้รู้จริง
และผู้นั้นจะมีความรู้จากบุคคลต่างๆ
สิ่งต่างๆ อีกมาก
หลวงปู่ขาว อนาลโย

ธรรมอยู่ที่สติ



ธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์
อยู่กับ "สติ" อันเดียว
พระพุทธเจ้าว่าแล้วในพระโอวาทปาฏิโมกข์ไม่ใช่หรือ .
บรรดาสัตว์ทั้งหลายที่ท่องเที่ยวอยู่บนพื้นปถพี
รอยเท้าสัตว์ทั้งหลายไปลงอยู่ใน "รอยเท้าช้างอันเดียว"
มีรอยเท้าช้างเป็นใหญ่กว่าเขาเสียหมด
ฉันใดก็ดี ธรรมะคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
อยู่ที่ "สติ"
หลวงปู่ขาว อนาลโย

แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่สติ




แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่สติ
จงหมั่นทำสติ ให้แก่กล้า
สติ ทำอะไรไม่ผิดพลาด   
กุศล และ ธรรมทั้งหลาย ...
คุณงามความดีทั้งหลาย เกิดขึ้นได้  
เพราะ บุคคลมี "สติ" อย่างเดียว
จะคิด จะพูด จะทำ ให้มี "สติ"
ระลึกนึกเสียก่อน มันผิด ก็ให้รู้
มันถูก จึงค่อยทำ
หลวงปู่ขาว อนาลโย

การปฏิบัติธรรมมีแต่คุณ


"...การปฏิบัติธรรมนั้นไม่มีโทษ มีแต่คุณ
คือจิตไม่ขุ่นมัว จิตผ่องใส จิตเบิกบาน
จะยืน เดิน นั่ง นอนก็มีความสุข ไม่มีความทุกข์
จะเข้าสู่สังคมใดๆ ก็องอาจกล้าหาญ
การทำความเพียร เมื่อสมาธิเกิดขึ้น มีขึ้นแล้ว
จะไม่มีความหวั่นไหว ไม่มีความเกียจคร้าน
ต่อการงานทั้งทางโลก ทั้งทางธรรม
จากนั้นก็เป็นปัญญาที่จะมาเป็นกำลัง
เมื่อปัญญาเกิดขึ้นแล้วรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์
จะเรียนทางโลกก็สำเร็จ จะทำทางธรรมก็สำเร็จ..."
หลวงปู่ขาว อนาลโย

ปล่อยวางคือไม่ยึดไม่ถือ



          ปล่อยวางคือไม่ยึดไม่ถือ รู้เท่าทัน เมื่อปล่อยวางแล้วนั่นแหละ จิตมันถึงจะสงบ จิตมันถึงจะมีความสุข ความสบาย จิตไม่ดิ้นรน จิตสงบนั่นแหละให้รู้ว่าจิตเราสงบ จิตเราไม่เพลิดเพลินกับอารมณ์ ดีก็ตาม ไม่ดีก็ตาม ไม่เพลิดเพลิน เฉย เป็นกลาง เรียกว่านิโรธะ ปล่อยวางอันนี้ ความทะเยอทะยานหรือสมุทัย วางอันนี้ได้ชื่อว่าปล่อยเหตุ วางเหตุแล้วจิตสงบ จิตเป็นกลาง

                                                                                       หลวงปู่ขาว อนาลโย

จงทำ "ใจ" ให้เหมือน "แผ่นดิน"



จงทำ "ใจ" ให้เหมือน "แผ่นดิน"
เพราะว่าแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้
ไม่ได้เคยโกรธใครทำอะไรใครเลย
จงทำ "ใจ" เหมือน "น้ำ"
เพราะธรรมดาของน้ำย่อมเป็นของสะอาด
ชำระของสกปรกได้ทุกเมื่อและเป็นของดื่มกิน
เพื่อมีชีวิตช่วยเหลือแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
จงทำ "ตน" ให้เหมือน "ผ้าเช็ดเท้า"
เพราะธรรมดาของผ้าเช็ดเท้า
ย่อมไม่มีความรักความชัง ฉันใด
ใจเราก็ทำเหมือนกัน ฉันนั้น
เมื่อเราตั้งใจฝึกฝนอบรมได้เช่นนี้แล้ว
ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่ความสุข ความทุกข์ในใจก็จะไม่เกิด
ดังสุภาษิตที่ท่านกล่าวไว้ว่า "จิตตังทันตัง สุขาวะหัง"
จิตที่ฝึกฝนมาดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข
ทั้งโลกนี้และโลกหน้า
หลวงปู่ขาว อนาลโย

การฟังธรรม



การฟังธรรมไม่จำเป็นจะต้องฟัง
จากครูบาอาจารย์เสมอไป
เห็นอะไรดีอะไรชั่ว
ก็น้อมเข้ามาสอนตัวสอนตน
ก็จะได้อุบายเหมือนกัน
หลวงปู่ขาว อนาลโย

ผู้อื่นไม่ได้ทำจิตของเราให้เศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว



ผู้อื่นไม่ได้ทำจิตของเราให้เศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว
เราเองเป็นผู้ทำให้จิตของตนเศร้าหมอง
ผู้อื่นช่วยไม่ได้
แม้พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้
ท่านทรงเป็นผู้บอกทางให้เท่านั้น
หลวงปู่ขาว อนาลโย

จิตสงบหรือไม่สงบอย่าท้อถอย



ท่านพ่อลี สอนหลวงพ่อพุธ
“ให้ปฏิบัติธรรมให้ต่อเนื่อง
อย่าไปทำๆ หยุดๆ
แต่ละครั้งที่เรานั่งสมาธิ
จิตสงบหรือไม่สงบ อย่าไปท้อถอย
ถึงเวลาสงบ มันจะสงบเอง
ความสงบมันเป็นผลงาน เราแต่งเอาไม่ได้”
จากหนังสือฐานิยปูชา ๒๕๕๑