จิตอาศัยโลก สู่จุดเหนือโลก
ความจริงโลกน่ะ เป็นอารมณ์ของจิต ในเมื่อจิตตัวนี้รู้ความจริงของโลกแล้ว มันจะปลีกตัวไปลอยเด่นอยู่เหนือโลก แล้วมันอาศัยโลกนั่นแหละเป็นบันไดเหยียบไปสู่จุดที่อยู่เหนือโลก
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
ควรจะกลัวความเกิด
มนุษย์สัตว์ทั้งหลาย กลัวความตาย
แต่ยินดีกับความเกิด
เมื่อเกิดแล้ว ไม่ตายไม่มี
ต้องตายแน่ๆ
ผู้กลัวความตาย จึงต้องควรชำระ
โมหะ อวิชชา ที่หุ้มห่อจิต ...
อันเป็นต้นเหตุให้หมดจด
จึงจะไม่เกิดไม่ตายอีก..
ควรจะกลัวความเกิด
อย่าไปกลัวความตายเลย จึงจะถูก..
ผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ควรห่วงสอบภูมิ
ในเรื่องของการปฏิบัตินั้น เราไม่ต้องไปห่วงพะวงกับการสอบชั้นสอบภูมิดอกว่าจะเป็น โสดา สกิทาคา อนาคา หรืออรหันต์ ข้อสำคัญควรจะสอบแต่ว่า ขณะนี้เราได้ชำระกิเลสตัณหาของเราให้หมดสิ้นไปแล้วแค่ไหนดีกว่า นี่แหละจึงจะเป็นประโยชน์แก่ตัวเราเอง การสอบภูมิสอบชั้นมิใช่สิ่งจำเป็นที่เราจะต้องคำนึงถึง
ท่านพ่อลี ธัมมธโร
ทำใจให้เหมือนกับใบบัว
กิเลสที่เกิดขึ้นกับจิตนั้น อยู่ที่เจ้าตัวผู้นั้นจะเต็มใจรับมันเอาไว้หรือไม่
ถ้าไม่รับ มันก็เกิดไม่ได้ คือ ทำใจให้เหมือนกับใบบัว
เมื่อมีน้ำมากระทบ ก็จะกระเด็นร่วงไปโดยที่ใบบัวไม่มีรอยเปียกเลย
ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต
จิตที่ดี จะต้องอยู่ในความเที่ยงธรรม
จิตที่ดี จะต้องอยู่ในความเที่ยงธรรม
คือไม่ตกไปในอิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์
ไม่มีความรัก ไม่มีความชัง
เรียกว่าจิตเป็นกลาง
ถ้าจิตของเรามันรวมแน่วแน่ ...
จดจ่อในสิ่งเดียว
จิตก็จะมีกำลังขึ้น เมื่อจิตของเรามีกำลัง
จิตนี้ก็จะต่อต้านกับกิเลส
ที่มันเกิดขึ้นกับจิตใจของเ รา
จิตก็จะมองเห็นสัจธรรม
รู้ทันสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
พระอาจารย์วัน อุตตโม
ให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ให้มีสติอยู่ ให้เห็นการเกิดดับของกายและใจ
แต่อย่าให้มันมาทำใจให้วุ่นวาย ให้ปล่อยวางมันไป
ความรักเกิดขึ้น ก็ปล่อยมันไป
มันมาจากไหน ก็ให้มันกลับไปที่นั่น
ความโลภเกิดขึ้น ก็ปล่อยมันไป
ตามมันไป ตามดูว่ามันอยู่ที่ไหน
แล้วตามไปส่งมันให้ถึงที่ อย่าเก็บมันไว้สักอย่าง
หลวงปู่ชา สุภัทโท
อย่าเข้าไปกินอารมณ์
ให้รู้ ดูอยู่เฉยๆ
อย่าเข้าไปกินอารมณ์
มันเกิดอะไรก็ให้รู้
สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้
อย่าไปกิน
รู้นิ่งอยู่อย่างนั้น.....
เมื่อมีกำลังพอ
ปัญญาจะแจ้งขึ้นมา
พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ
ให้สักแต่ว่ารู้อย่างเดียวก็พอ
มันมีอะไรเป็นของเราบ้าง
ตายไปก็เอาอะไรไปติดตัวไม่ได้
แล้วจะอยากมันทำไม
ไม่ต้องอยากอะไรทั้งนั้น
ทำจิตให้สงบ ให้เป็นหนึ่ง
ไม่ต้องไปสนใจในความมี
ความเป็นตัวของตัวเองหรือผู้อื่น
ให้สักแต่ว่ารู้อย่างเดียวก็พอ
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
สมาธิได้ทั้งหลับตาหรือลืมตา
เราอย่าเผลอ
หลับตาก็ไม่เผลอ ลืมตาก็ไม่เผลอ
มันก็เป็นสมาธิได้ทั้งหลับตาทั้งลืมตานั้นแหละ
ถ้ามันหลับตาดี ลืมตาไม่ดี แสดงว่าสมาธิคอยแต่จะล้ม
แบบนี้ ยังหาหลักเกณฑ์ไม่ได้เข้าใจไหม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัญโณ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









