.. ปล่อยวางอนาคต
สิ่งที่ยังมาไม่ถึง อยู่กับปัจจุบัน
มีสติ มีความรู้สึกตัวให้ต่อเนื่องกันไป
วิถีก็จะสอดรับไปกับวิถีของธรรมชาติ
ก็คือ อยู่กับปัจจุบัน
.. การอยู่กับปัจจุบัน
ก็ไม่ใช่หมายถึงว่าไม่ต้องไปคำนึงถึงอนาคต
สามารถพิจารณาโดยแยบคายได้
ถึงสิ่งที่ควรทำ
ถึงเหตุปัจจัยที่จะเกิดขึ้น
พอพิจารณาแล้วก็วางลง
กลับมามีสติ มีความรู้สึกตัวอยู่
สามารถน้อมนำเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาแล้ว
มาพิจารณาโดยแยบคาย
เป็นบทเรียนสอนใจตัวเอง
เป็นหลักในการดำเนินชีวิต
นำมาปรับปรุงแก้ไข
แล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป
ไม่ใช่ว่าจมไปกับอดีต
ติดค้าง รู้สึกผิดต่างๆ
แต่พิจารณาเห็น
และเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
แล้วก็อยู่กับปัจจุบันต่อไป
เพราะฉะนั้น คำว่า "อยู่กับปัจจุบัน"
ในพระพุทธศาสนา ก็คือ
.. การมีสติ
.. มีสัมปชัญญะ
.. มีความรู้สึกตัวอยู่
จะพิจารณาอดีตที่ผ่านมา
ก็พิจารณาด้วย "สติปัญญา"
ใคร่ครวญพิจารณาถึงอนาคตต่างๆ
ในสิ่งที่ควรทำ
.. พิจารณาด้วยสติปัญญา
.. มีความตระหนักรู้อยู่
.. มีความรู้สึกตัวอยู่
จะต่างจากการที่ปล่อยจิตใจ
ให้วกวน ไปกับเรื่องอดีต
หรือไหล ไปกับอนาคต
โดยขาดสติสัมปชัญญะ
ขาดความตระหนักรู้นั่นเอง
เรียกว่า "อยู่กับปัจจุบัน"
เพราะฉะนั้น "อยู่กับปัจจุบัน"
ก็สามารถพิจารณาถึงอดีตได้
พิจารณาถึงอนาคตก็ได้
ด้วยความมีสติสัมปชัญญะ
ด้วยสำนึกรู้ที่ถูกต้องนั่นเอง
อันนี้เราก็สามารถใช้
มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตได้
ไม่ใช่ว่า...
พระพุทธศาสนาสอนให้อยู่กับปัจจุบัน
ก็ไม่คิดถึงอนาคตเลย
ใช้ชีวิตอยู่กับตรงหน้าอย่างเดียว
ก็ไม่ได้ขนาดนั้น
สามารถคำนึงพิจารณาได้
ด้วยความมีสติสัมปชัญญะ
ด้วยสติปัญญา
แล้วก็สามารถ...
ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต
มาเป็นบทเรียนสอนใจ
จะได้มีความสำรวมระวังให้ดี
ในกาลต่อไปอย่างนี้
.. ว่ากำลังทำอะไรอยู่
.. กำลังใคร่ครวญสิ่งใด
.. กำลังพิจารณาสิ่งใด
.. สิ่งใดควรละ สิ่งใดควรทำ
.. มีสติสัมปชัญญะอยู่นั่นเอง
.
พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
เช้าวันที่ 23 ตุลาคม 2566
ภาพ Pinterest
ที่มา : เพจมนษิธาร Monsitharn
(บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)
22 ธ.ค.68

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น